
เภสัชกร ดร.แสงสุข พิทยานุกุล นายกสมาคมการตลาดผู้ประกอบการไทย (TEMA) กล่าวว่า ภาคเอกชนรวมตัวตั้ง “สมาคมการตลาดผู้ประกอบการไทย” หรือ TEMA หวังเป็นกลไกช่วยยกระดับผู้ประกอบการไทย ท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และการแข่งขันที่ทวีความรุนแรง โดยตั้งเป้าเข้าถึงผู้ประกอบการอย่างน้อยปีละ 10,000 ราย และช่วยพลิกฟื้นธุรกิจที่มีปัญหาไม่น้อยกว่า 1,000 รายต่อปี
ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมากกว่า 3.3 ล้านราย แต่ธุรกิจที่สามารถเติบโตได้จริงมีสัดส่วนไม่มาก ส่วนหนึ่งมาจากข้อจำกัดด้านกลยุทธ์การตลาด การบริหารจัดการ และการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาด
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังเผชิญแรงกดดันจากหลายด้านพร้อมกัน ทั้งเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น เทคโนโลยีและ AI ที่เข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างการแข่งขัน รวมถึงเงื่อนไขการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจที่มีระดับกำไรจากการดำเนินงานต่ำ หากไม่สามารถปรับตัวได้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของตลาด อาจมีธุรกิจจำนวนมากหายไปในช่วง 5 ปีข้างหน้า ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการจ้างงานและเศรษฐกิจระดับฐานราก
สมาคม TEMA จึงพัฒนาแนวทางทำงานในรูปแบบ “Business Clinic” หรือคลินิกธุรกิจ ที่เน้นการวิเคราะห์ปัญหาและให้คำปรึกษาเชิงลึกแบบรายกรณี แตกต่างจากการอบรมทั่วไป โดยทีมผู้เชี่ยวชาญจะเข้าไปช่วยวิเคราะห์โครงสร้างธุรกิจ กลยุทธ์การตลาด และแนวทางฟื้นฟูกิจการ
โครงสร้างการให้บริการของสมาคมครอบคลุมตั้งแต่การให้ความรู้ผ่านระบบออนไลน์ การสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการ การจัดเวทีหารือเชิงกลยุทธ์ ไปจนถึงบริการตรวจสุขภาพธุรกิจ (SME Health Check) และคลินิกให้คำปรึกษาเชิงลึก (SME Clinic)
สมาคมเปิดรับสมาชิก 3 ระดับ ได้แก่ Silver ค่าสมาชิก 1,200 บาทต่อปี Gold และ Platinum สูงสุด 5,000 บาทต่อปี เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงองค์ความรู้และเครือข่ายธุรกิจ
โมเดลดังกล่าวตั้งเป้าฟื้นฟูกิจการอย่างน้อย 1,000 รายในระยะแรก และขยายผลให้ครอบคลุมผู้ประกอบการทั่วประเทศในระยะต่อไป โดยเป้าหมายระยะยาวคือการเข้าถึงผู้ประกอบการประมาณ 10% ของ SME ทั้งระบบ
สมาคม TEMA มีคณะผู้บริหารและที่ปรึกษาจากหลายภาคส่วนร่วมขับเคลื่อน อาทิ ดร.โตสิต วิสาลเสสถ์ อุปนายกสมาคม น.ส.รสสุคนธ์ คูสมบัติ กรรมการและเลขานุการ รวมถึง ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ และศาสตราจารย์วิทวัส รุ่งเรืองผล จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เภสัชกร ดร.แสงสุข ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งแบรนด์ Smooth-E และ Dentiste’ มีโรงเรียนและสถาบันที่เกี่ยวกับการสอนธุรกิจและการสร้างผู้ประกอบการ ที่ผ่านการพัฒนาและฟื้นฟูธุรกิจมาแล้วกว่า 4,000 ราย กล่าวว่า วันนี้ไม่ใช่แค่การเปิดตัวสมาคมฯ อีกแห่งหนึ่ง แต่วันนี้คือจุดเริ่มต้นของพันธกิจ ที่พวกเราในภาคเอกชนได้ร่วมมือกันเพื่อยกระดับผู้ประกอบการไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน และเอสเอ็มอีสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ด้วยค่าใช้จ่ายหลักพันบาทเท่านั้น ไม่สูงในระดับแสนบาทหากต้องไปเรียนในโรงเรียนของตน