
นายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สภาพอากาศที่ร้อนขึ้นต่อเนื่องจากปรากฏการณ์เอลนีโญและภาวะโลกร้อน ทำให้การใช้พลังงานในภาคที่อยู่อาศัยเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะการใช้เครื่องปรับอากาศ ซึ่งกลายเป็นต้นทุนหลักของครัวเรือนในช่วงฤดูร้อน ข้อมูลการใช้พลังงานระบุว่า ระบบปรับอากาศอาจใช้ไฟฟ้าสูงถึง 50–60% ของการใช้พลังงานทั้งหมดในบ้านพักอาศัย
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ตลาดวัสดุก่อสร้างและวัสดุตกแต่งอาคารต้องปรับตัว โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดความร้อนสะสมในตัวอาคาร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการประหยัดพลังงานในระยะยาว
สำหรับผลิตภัณฑ์สีทาอาคาร “SuperShield” ของบริษัท ได้พัฒนาเทคโนโลยีใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสะท้อนความร้อนและความทนทานต่อสภาพอากาศ โดยผ่านการทดสอบ QUV นาน 7,000 ชั่วโมง สูงกว่ามาตรฐานอุตสาหกรรมไทย (มอก.) ถึง 7 เท่า บริษัทประเมินว่าสามารถรองรับสภาพอากาศของประเทศไทยได้มากกว่า 18 ปี และมีการใช้งานจริงในโครงการอาคารหลายประเภท ทั้งอาคารที่อยู่อาศัยและอาคารสูง ซึ่งยังคงสภาพการใช้งานได้ยาวนานกว่า 20 ปี
ทั้งนี้ เทคโนโลยีที่นำมาใช้ประกอบด้วยอนุภาคนาโนไทเทเนียมที่ช่วยเสริมความแข็งแรงของฟิล์มสี เม็ดสีแบเรียมที่ช่วยสะท้อนรังสีความร้อนจากแสงแดดได้สูงถึง 99.2% และมีค่าการคายความร้อนจากผนังอาคารถึง 90% รวมถึงซิลิกา แอโรเจล ซึ่งทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อนเพื่อลดการนำความร้อนเข้าสู่ตัวอาคาร
ผลการทดสอบร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ภายใต้โครงการศึกษาผลของค่าการสะท้อนรังสีอาทิตย์ของสีอาคารต่อการใช้พลังงาน โดยใช้โปรแกรมจำลองพลังงานอาคาร EnergyPlus พบว่า บ้านตัวอย่างขนาด 220 ตารางเมตร ซึ่งมีผู้อยู่อาศัย 4 คน เปิดเครื่องปรับอากาศเฉลี่ยวันละ 13 ชั่วโมง สามารถลดอุณหภูมิภายในบ้านได้สูงสุด 8.1 องศาเซลเซียส และช่วยลดภาระการทำงานของเครื่องปรับอากาศ ทำให้ประหยัดค่าไฟฟ้าได้สูงสุดราว 38.3% หรือประมาณ 13,700 บาทต่อปี
ในด้านกลยุทธ์การตลาด บริษัทเตรียมใช้แคมเปญโฆษณาชุดใหม่ที่นำ “อาทิวราห์ คงมาลัย” หรือ ตูน บอดี้สแลม มาถ่ายทอดแนวคิดการสร้างบ้านที่ต้องเผชิญกับสภาพอากาศร้อนและชื้น โดยเน้นภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยในสภาพภูมิอากาศของไทย
ขณะเดียวกัน บริษัทยังเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ตามเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม โดย SuperShield เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์สีที่ได้รับฉลาก Carbon Footprint Reduction (CFR) หรือฉลากลดโลกร้อน ซึ่งรับรองว่ากระบวนการผลิตและวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ล่าสุด TOA ยังเป็นผู้ผลิตสีรายแรกของไทยที่ได้รับฉลาก Environmental Product Declaration (EPD) สำหรับผลิตภัณฑ์สีครบทุกกลุ่ม จากสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ตามมาตรฐาน ISO 14025 ซึ่งเป็นฉลากที่แสดงข้อมูลผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การผลิต การขนส่ง ไปจนถึงการกำจัดหลังการใช้งาน
“บริษัทตั้งเป้าขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้แผน “7-GREEN MISSION” เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดการใช้พลังงานในภาคที่อยู่อาศัย” นายจตุภัทร์กล่าว