
พฤกษา กับ ภารกิจจักรวาล รุกปรับแบรนด์ เปลี่ยนโมเดลธุรกิจ ชูจุดแข็งเรื่อง "ที่ดิน" ปั้นรายได้ บ้าน-คลังสินค้า-โรงพยาบาล และอพาร์ตเมนต์ ให้กลับไปแตะ 20,000 ล้าน ภายในปี 2570
ในอดีตหากเอ่ยชื่อ “พฤกษา” คงไม่มีใครปฏิเสธว่านี่คือแบรนด์อสังหาริมทรัพย์ระดับตำนานที่ครองใจคนอยากมี “บ้านหลังแรก” มาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 2536 ทว่าเมื่อกาลเวลาเปลี่ยนไป พฤติกรรมผู้บริโภคคนรุ่นใหม่โหยหาไลฟ์สไตล์ที่ต่างออกไป ประกอบกับคู่แข่งหน้าใหม่ที่เน้นภาพลักษณ์ทันสมัยตบเท้าเข้าสู่ตลาด ชื่อของพฤกษาที่เคยเป็นเบอร์หนึ่งในใจก็เริ่มถูกพูดถึงน้อยลง
การขยับตัวในปี 2559 สู่การเป็น พฤกษา โฮลดิ้ง (PSH) ถือเป็นจุดเริ่มต้นของบทใหม่ที่พฤกษาพยายามทลายกำแพงเดิมๆ เพื่อความคล่องตัวในโลกธุรกิจยุคใหม่
อย่างไรก็ตาม ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาถือเป็นบทพิสูจน์ครั้งสำคัญ เมื่อสภาพเศรษฐกิจและเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลุ่มบ้านราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท ซึ่งเป็นเซกเมนต์ที่พฤกษาผูกพันกับผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน
ปัจจัยภายนอกเหล่านี้สะท้อนผ่านตัวเลขรายได้ปี 2568 ที่ 14,983 ล้านบาท (ลดลง 28% ) ซึ่งกลายเป็น “โจทย์ใหญ่” ที่ทำให้ทีมบริหารชุดใหม่มองเห็นโอกาสในการทำ Reshaping Portfolio ไปสู่พอร์ตธุรกิจที่สมดุลและแข็งแกร่งกว่าเดิม" แบบเข้มข้นขึ้น
ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัย ปี 2568
ภายใต้การนำของแม่ทัพหญิงคนใหม่ “ปัทมา ปิยะมณีพร” รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม PSH พฤกษากำลังเดินหน้าแผนยุทธศาสตร์ที่เรียกได้ว่าเป็น “ภารกิจจักรวาล” เพื่อสลัดภาพลักษณ์เดิมและสร้าง Ecosystem ของการอยู่อาศัยที่ยั่งยืน
กลยุทธ์ในปี 2569 ถูกวางไว้ภายใต้กรอบ “Asset-Optimized, Capital-Efficient, Well Living-Focused” ซึ่งเป็นการเปลี่ยนวิธีคิดจากการเน้นขยายพอร์ตแบบกว้าง (Growth by Expansion) มาเป็นการเติบโตเชิงคุณภาพ (Quality Growth)
1. Asset-Optimized: เปลี่ยนที่ดินในมือให้เป็นเงิน
พฤกษาเลือกที่จะบริหารจัดการพอร์ตที่ดินที่มีมูลค่ากว่า 12,800 ล้านบาท ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยไม่ได้จำกัดแค่การสร้างบ้านขายเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการสร้าง Recurring Income หรือรายได้ประจำที่สม่ำเสมอ
2. Capital-Efficient: ปรับพอร์ตหนี Red Ocean
จากการที่ตลาดบ้านระดับล่างเผชิญปัญหาการปฏิเสธสินเชื่อ พฤกษาจึงตัดสินใจลดสัดส่วนบ้านกลุ่มราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาทลงอย่างต่อเนื่อง จากเดิมที่เคยมีถึง 35% ของพอร์ต ลดลงเหลือ 25% ในปีนี้ แล้วขยับไปบุกตลาด Mid-to-Upper Segment (ระดับกลางถึงบน) แทน
3. Well Living-Focused: ใช้ "โรงพยาบาล" เป็นหัวเจาะ
จุดแข็งที่ไม่มีใครเลียนแบบได้คือการมี "เครือวิมุต" อยู่ในอาณาจักร พฤกษาได้บูรณาการเรื่องสุขภาพเข้ากับบ้านอย่างเป็นรูปธรรมผ่านโมเดล "Family Doctor" หรือแพทย์ประจำครอบครัวที่จะดูแลลูกบ้านแบบองค์รวม
“ ช่วง3-4 ปีที่ผ่านมา พฤกษา มีการรุกออกห่างจากอสังหาฯ แต่ปีที่แล้ว กลับมารีเช็กพอร์ตทั้งหมด เพื่อพิจารณาความเสี่ยง ซึ่งสิ่งที่จะเห็นได้ชัดในปีนี้ คือ การนำที่ดิน กลับมาพัฒนาโครงการต่างๆ และ รพ.วิมุต จะเห็นภาพที่ชัดขึ้น หลังจากเปิดบริการมา 5 ปี รวมไปถึงธุรกิจคลังสินค้าด้วย “
เป้าหมายระยะสั้นในปี 2569 คือรายได้รวมที่ 18,800 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นรายได้จากอสังหาริมทรัพย์ 15,000 ล้านบาท และเฮลท์แคร์ 2,600 ล้านบาท และตั้งเป้าทะยานกลับสู่ระดับ 20,000 - 25,000 ล้านบาท ภายในปี 2570 หรือ ปี 2571
การขยับตัวครั้งนี้ของพฤกษาไม่ใช่แค่การหนีตายจากภาวะเศรษฐกิจ แต่เป็นการ "Reset" ตัวเอง ที่เปลี่ยนจากผู้ขายบ้าน มาเป็นผู้ดูแลคุณภาพชีวิตในทุกมิติ ทั้งการอยู่อาศัย การทำงาน (คลังสินค้า) และการรักษาพยาบาล ซึ่งหากทำสำเร็จ นี่จะเป็นการกลับมาของแบรนด์ระดับตำนานในเวอร์ชันที่แข็งแกร่งและยั่งยืนกว่าที่เคยเป็นมา
ทั้งนี้ ในปี 2569 บริษัทได้วางงบลงทุนรวมไว้ที่ 4,400 ล้านบาท แบ่งเป็นใช้สำหรับซื้อที่ดินและการใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ (Asset Utilization) จำนวน 1,500 ล้านบาท โดยจะใช้สำหรับการพัฒนาที่ดินที่มีอยู่เดิมประมาณ 1,200 ล้านบาท ส่วนอีก 2,900 ล้านบาท จะใช้สำหรับลงทุนในโรงพยาบาล คลังสินค้า และอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ เป็นต้น
ติดตามข่าวสารด้านการตลาด กับ Thairath Money ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney