"ลภัสนันท์-ธัญลักษณ์ ดิลกอัศวโรจน์" แห่ง Baby Lovett แบรนด์เสื้อผ้าเด็กใน Bucket Listคุณแม่ยุคใหม่

Business & Marketing

Marketing & Trends

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

"ลภัสนันท์-ธัญลักษณ์ ดิลกอัศวโรจน์" แห่ง Baby Lovett แบรนด์เสื้อผ้าเด็กใน Bucket Listคุณแม่ยุคใหม่

Date Time: 28 ก.พ. 2569 04:23 น.

Video

เปย์ตัวเองมาทั้งชีวิต วันนี้ขอทำเพื่อ 'ลูก' ให้ดีที่สุด กับ แอริน ยุกตะทัต l Money Secret EP.17

Summary

Baby Lovett แบรนด์เสื้อผ้าเด็กสัญชาติไทย เป็นอีก 1 ธุรกิจตัวอย่าง ที่เริ่มต้นจากการเป็นผู้รับจ้างผลิต (OEM) เสื้อผ้าเด็กเกรด A ส่งออกไปสหรัฐอเมริกาและยุโรป สู่การสร้างแบรนด์ของตัวเอง จนกลายเป็น 1 ใน Bucket List สินค้าที่ต้องครอบครองของเหล่าคุณแม่ตั้งครรภ์ไปจนถึงคุณแม่ลูกเล็ก

Latest


Baby Lovett แบรนด์เสื้อผ้าเด็กสัญชาติไทย เป็นอีก 1 ธุรกิจตัวอย่าง ที่เริ่มต้นจากการเป็นผู้รับจ้างผลิต (OEM) เสื้อผ้าเด็กเกรด A ส่งออกไปสหรัฐอเมริกาและยุโรป สู่การสร้างแบรนด์ของตัวเอง จนกลายเป็น 1 ใน Bucket List สินค้าที่ต้องครอบครองของเหล่าคุณแม่ตั้งครรภ์ไปจนถึงคุณแม่ลูกเล็ก

องค์ความรู้ของผู้ประกอบการ OEM คือการรับคำสั่ง ทำให้ตรงตามมาตรฐาน แม้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเป็นการผลิตเสื้อผ้าเด็กส่งออกมาตรฐานสูง แต่ไม่ต้องบริหารความพึงพอใจของลูกค้าหมู่มาก ไม่ต้องคิดเรื่องแบรนด์หรือการตลาดใดๆ

การตัดสินใจก้าวจาก OEM สู่การมีแบรนด์ของตัวเอง จึงทำให้ คุณเก๋–ลภัสนันท์ ดิลกอัศวโรจน์ และ คุณใหม่–ธัญลักษณ์ ดิลกอัศวโรจน์ 2 ใน 8 พี่น้องแห่งบริษัท เจียบฮง การ์เมนท์ จำกัด ในฐานะผู้ก่อตั้ง Baby Lovett เจอประสบการณ์ใหม่ ต้องแบกรับความคาดหวังมากมาย อกไหม้ไส้ขมเมื่อไม่สามารถทำตามความต้องการของลูกค้าได้

สำหรับ Baby Lovett ความผิดหวังไม่ได้มาจากคุณภาพ แต่เป็นกำลังการผลิตที่ไม่เพียงพอกับความต้องการของลูกค้า จนครั้งหนึ่งถูกกล่าวหาว่า “เป็นฝันร้ายของพ่อแม่” ถูกประชดว่า “มีเงิน 10 ล้านก็ซื้อไม่ได้”

“บทเรียนตลอด 8 ปีที่ผ่านมา ทำให้เรารู้ว่า ต้องฟังลูกค้าและแก้ปัญหา เราไม่เคยต้องการให้สินค้าไม่พอขาย เพราะนั่นคือการสูญเสียรายได้พึงมีเราไม่เคยมีแบรนด์ ทำแต่ OEM กระบวนการผลิตเสื้อผ้าเด็กมีรายละเอียดมากมาย ต้องพิถีพิถันผ้าและการตัดเย็บต้องได้มาตรฐาน เพราะผิวเด็กแพ้ง่าย ประกอบกับเราจ้างโรงงานของที่บ้านผลิต ซึ่งเขามีออเดอร์จากลูกค้าฝั่งอเมริกาและยุโรปอยู่แล้ว ทำให้การวางแผนการผลิตไม่ใช่เรื่องง่าย”

เปิดคอลเลกชันใหม่ทีไร งานเข้าตลอด โดนต่อว่าจากลูกค้าที่ซื้อไม่ทัน ไปออกบูธงานแสดงสินค้าหรือเปิดเคาน์เตอร์ตามห้าง เจอปรากฏการณ์ห้างแตก ลูกค้ามารอตั้งแต่ตี 3 หรือกรูกันเข้ามาต่อแถว จนห้างโวยทำไมไม่แจ้งก่อน

“เราไม่คิดว่าคนจะมาขนาดนั้น ทำให้ไม่ได้วางแผนรับมือ ถูกลูกค้าต่อว่าผ่านโซเชียลมีเดีย เก๋กับใหม่ถึงกับจิตตก แต่พยายามคิดแง่ดีมีคนชอบเสื้อผ้าเรามากมาย ฮึดสู้ แก้ปัญหา จนตอนนี้เวลาเปิดคอลเลกชันใหม่ เราจะผลิตจำนวนมากไว้ก่อน จะได้ไม่มีปัญหาสินค้าไม่พอขายให้ลูกค้าหงุดหงิดอีก”

ย้อนกลับไปในปี 2561 คุณใหม่-ธัญลักษณ์ ชวนคุณเก๋-ลภัสนันท์ ทำแบรนด์เสื้อผ้าเด็ก เพราะมองเห็นโอกาสจากธุรกิจ OEM ผลิตเสื้อเด็กส่งออกของครอบครัวในนามบริษัท เจียบฮง การ์เมนท์ จำกัด ซึ่งก่อตั้งโดยคุณพ่อ-คุณแม่ในปี 2531

พิสูจน์ความเป็นตัวจริง เจียบฮง การ์เมนท์ยืนหยัดรักษาออเดอร์ส่งออกไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นแบรนด์เสื้อผ้าเด็กจากอเมริกา ได้แก่ Gymboree, Meijer, Carter คุณเก๋เล่าว่า  แม้ไทยจะสูญเสียความเป็นฐานการผลิตเสื้อผ้าส่งออกบางส่วนให้เวียดนาม  แต่สำหรับเสื้อผ้าเกรดสูง  ผู้ผลิตไทยยังมีศักยภาพมาก

อยู่ในอุตสาหกรรมผลิตเสื้อผ้าเด็กมานาน คุณใหม่ซึ่งเรียนจบแฟชั่นดีไซน์และเคยเปิดร้านขายชุดเจ้าสาว ชวนคุณเก๋ พี่สาวคนที่ 2 ทำแบรนด์เสื้อผ้าเด็ก เพราะชอบแฟชั่นและชอบขายของเหมือนกัน “ตอนนั้นใหม่มองเห็นโอกาสจากราคาเสื้อผ้าเด็กในตลาดที่ค่อนข้างสูง ดีไซน์ซ้ำ ผู้ชายสีฟ้าลายเป็ด ผู้หญิงสีชมพูลายดอกไม้ หากเราสร้างความแตกต่างได้ในราคาที่เอื้อมถึง น่าจะมีคนสนใจ”

จริงอย่างที่คิด เปิดไม่ทันไร Baby Lovett ก็เจอสินค้ายอดนิยมรุ่นแรก เป็นชุดนอน Two-Way Zipper ซึ่งจนขณะนี้ยังเป็นสินค้าขายดีตลอดกาล ทำยอดขายไปแล้วมากกว่า 500,000 ตัว ส่วนคอลเลกชันตลาดแตกอีกครั้ง เป็นรุ่นที่ทำร่วมกับ Teaspoon Studio ลายเห็ดในตำนาน รุ่นลิมิเต็ดกลายเป็นของหายาก ราคาขายมือสองทะลุหลักหมื่นบาท

Baby Lovett ยังเป็นอีก 1 ผู้ประกอบการที่ได้อานิสงส์จากการแพร่ระบาดของโควิด ยามที่พ่อ-แม่-ลูกต้องอยู่บ้าน จิตใจห่อเหี่ยว เป็นช่วงที่พวกเขากระหน่ำช็อปปิ้งเสื้อผ้าให้ลูกใส่เรียนออนไลน์ แถมถ่ายรูปลงโซเชียล ช่วยโฆษณาให้แบรนด์เป็นที่รู้จัก ทะยานขึ้นแท่นแบรนด์เสื้อผ้าเด็กที่ขายดีที่สุดตลอดกาลของแพลตฟอร์มลาซาด้า โดยปี 2568 ที่ผ่านมา มีรายได้ 187 ล้านบาท ต่ำกว่าช่วงพีกที่มีรายได้แตะ 200 ล้านบาท


ปีล่าสุดที่รายได้ลดลง คุณเก๋อธิบายว่ามาจากจำนวนเด็กเกิดใหม่น้อยลง ปีมะเส็ง (2568) มีเด็กเกิดต่ำกว่าปีมะโรงหรือปีมังกร (2567) ถึง 100,000 คน แม้คนมีลูกน้อยลง แต่ยอมจ่ายมากขึ้นเพื่อสินค้าคุณภาพสูง ตรงนี้เป็นโอกาสของ Baby Lovett “เราแข็งแรงเรื่องคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ผลิตเสื้อเด็กส่งออกมาเกือบ 40 ปี ได้มาตรฐาน OEKO-TEX® STANDARD 100 Class 1 ปลอดภัยสูงสุด ใช้ผ้าฝ้ายออแกนิกส์ 100% กระดุม Nickel Free ตามมาตรฐานสหภาพยุโรป”

ภายใต้บริษัท อัศวโรจน์ จำกัด มีพี่น้อง 7 ใน 8 คนร่วมถือหุ้นในสัดส่วนเท่ากัน คุณเก๋และคุณใหม่ในฐานะผู้ก่อตั้งอธิบายว่า “พี่น้องทุกคนมีจุดแข็งและใครจะช่วยทำงานได้ดีไปกว่าพี่น้อง มี 1 คนที่ไม่ขอร่วมหุ้น”

ถามถึงเป้าหมายต่อไป พวกเธออยากขยายตลาดเสื้อผ้าเด็กแรกเกิดในกลุ่มโรงพยาบาลให้มากขึ้น นอกจากลูกค้าปัจจุบัน ได้แก่ โรงพยาบาลสมิติเวชและ MedPark คุณเก๋และคุณใหม่ยังอยากให้ Baby Lovett เติบโตในระดับนานาชาติอย่างค่อยเป็นค่อยไป รวมทั้งขยายน่านน้ำสู่การทำเสื้อผ้าผู้ใหญ่ แต่ยังไม่ใช่ในเวลาอันใกล้

ถ้าให้สรุปความสำเร็จของ Baby Lovett ด้วยคำ 1 คำ คุณใหม่บอกขอ 2 เพราะทิ้งอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ นั่นคือคุณภาพและดีไซน์ นอกจากนั้นคือราคา โดยตั้งใจขายเสื้อเด็กมาตรฐานอเมริกันและยุโรปในราคาไทยๆ.

มาดามเจด้า


คลิกอ่านคอลัมน์ “Business on my way” เพิ่มเติม


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ