
หากเอ่ยชื่อ “น็อต-วิศรุต รังษีสิงห์พิพัฒน์” หลายคนอาจนึกถึงภาพสามีสุดเนี้ยบของซุปตาร์ตัวแม่ “ชมพู่-อารยา” หรือพ่อน้องสายฟ้า-พายุ และแอบิเกล “ลูกสาวแห่งชาติ” ขวัญใจคุณแม่ออนไลน์ แต่ในโลกธุรกิจ เขาคือ “หัวเรือใหญ่” ผู้กุมบังเหียนอาณาจักรสายไฟฟ้าที่มีมูลค่านับหมื่นล้านบาท และขยายอาณาจักรสู่ธุรกิจไลฟ์สไตล์ Cubic High performance social club คลับสุขภาพระดับพรีเมียม ด้วยวิสัยทัศน์ที่เฉียบคม Business on my way จะพาไปเจาะลึกแนวคิดของนักวิศวกรไฟฟ้า ที่เป็นทั้งนักธุรกิจ นักมาร์เกตติ้งและนักสร้างแบรนด์!!
แม้จะเติบโตมาในครอบครัวเถ้าแก่เจ้าของโรงงานผลิตบัลลาสต์สำหรับหลอดนีออน รางนีออน และหลอดไฟยี่ห้อ “เรเซอร์” ที่ทำให้เขาได้เรียนรู้ซึมซับวิถีการทำงาน จากการติดตาม “คุณพ่อ วินัย รังษีสิงห์พิพัฒน์” เข้าโรงงานตั้งแต่เด็ก ไม่ว่าจะไปดูที่ดินสร้างโรงงาน ต่อรองกับผู้รับเหมา ไปวรจักรหาซื้ออะไหล่ซ่อมเครื่องจักร ก่อนจะถูกส่งไปเรียนออสเตรเลียในวัย 13 ปี เมื่อเข้าเรียนมหาวิทยาลัย แม้อยากเรียนสถาปัตย์ เพราะชอบศิลปะ แต่ก็เลือกวิศวกรรมไฟฟ้าตามใจพ่อ ที่อยากให้มาสานต่อกิจการในฐานะลูกชายคนโต...
แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2556 หลังคุณพ่อวินัยเสียชีวิต เขาตัดสินใจครั้งใหญ่ด้วยการขอออกจากธุรกิจ “กงสีของครอบครัว” เพื่อมาเริ่มต้นสร้างธุรกิจของตัวเอง โดยได้เงินทุนส่วนแบ่งของตัวเองออกมา “ผมไม่ชอบระบบกงสี เพราะมันช้า ตัดสินใจลำบาก ผมชอบการบริหารแบบที่มีอำนาจตัดสินใจเบ็ดเสร็จ ที่สำคัญผมต้องการสร้างธุรกิจที่เป็นมรดกให้กับลูกๆ” ส่วนธุรกิจครอบครัวยังมีพี่สาวและน้องชายช่วยดูแล
“คุณน็อต” เผยถึงจุดเริ่มต้นของการสร้างธุรกิจโรงงานผลิตสายไฟฟ้าวีนายน์ ภายใต้บริษัทสายไฟฟ้าวีนายน์ จำกัด (Venine Cable) ที่เปิดโรงงานแรกในปี 2560 ต้องใช้เงินลงทุนครั้งแรกสูงถึง 4,000 ล้านบาท!! โดยได้รับการสนับสนุนจากสถาบันการเงินบางส่วน และนับตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ วีนายน์ฯ ยังคงลงทุนขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี!!
ด้วยวิสัยทัศน์ที่เฉียบคม มองเห็นโอกาสจาก Demand ความต้องการใช้สายไฟฟ้ามหาศาลในอนาคต เพราะไฟฟ้าเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศ โดยแต่ละปีตลาดสายไฟฟ้าในไทยมีมูลค่าสูงถึง 7-8 หมื่นล้านบาท และมีอัตราการเติบโตทุกปี เขาไม่ได้มองแค่ขายสายไฟฟ้าในบ้าน แต่มองไปถึงโครงสร้างพื้นฐานระบบสายส่งไฟฟ้าของประเทศ และเทรนด์โลก ที่การลงทุนใน Data Center กำลังถาโถม ซึ่งต้องใช้พลังงานไฟฟ้ามหาศาล
ทำให้วันนี้ วีนายน์ฯ ก้าวขึ้นมาเป็นโรงงานผลิตสายไฟที่ทันสมัยและมีกำลังผลิตอันดับต้นๆของประเทศ บริหารจัดการด้วยเทคโนโลยีทันสมัย เพื่อประสิทธิภาพและมาตรฐานระดับสูง ภายใต้หลักการ “Better-Faster-Cheaper” โดย “คุณน็อต” ตั้งเป้าหมายให้ วีนายน์ฯ เป็นโรงงานผลิตสายไฟฟ้าที่ดีที่สุดในอาเซียน!! และวางอนาคตนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
หากวีนายน์ฯ คือธุรกิจที่อ่านเกมอนาคตโครงสร้างพื้นฐานประเทศแล้ว The Cubic social club ก็คือการอ่านเกมธุรกิจเทรนด์ “สุขภาพ” เพราะนอกจากงานวิศวกรรมหนักๆแล้ว “คุณน็อต” ยังต่อยอดความชอบส่วนตัว สู่ธุรกิจไลฟ์สไตล์ ที่สะท้อน “รสนิยม” และตัวตนของเขาได้อย่างชัดเจน
“คุณน็อต” เล่าว่าเขา และ “แม่ชม” ชอบออกกำลังกายและต้องการมีสุขภาพที่แข็งแรง เพื่ออายุยืนและมีคุณภาพชีวิตที่ดี จึงเป็นที่มาของ Cubic ซึ่งเขาให้คำนิยามว่า Cubic ไม่ใช่แค่ยิมหรือสถานที่ออกกำลังกาย แต่เป็น “Third Space” พื้นที่เพื่อสร้างคอมมูนิตี้ สภาพแวดล้อมที่เป็นพลังบวก (Positive energy) ที่ผู้คนที่รักสุขภาพอยากมาใช้ชีวิตร่วมกัน ถือเป็น Social Club เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี
ดังนั้นไม่เพียงแต่อุปกรณ์ เครื่องออกกำลังกาย แต่ทุกอย่างที่ Cubic ต้องมีคุณภาพและมาตรฐานขั้นสูง “ถ้าไม่ดีพอสำหรับผม แม่ชมและครอบครัว ผมก็ไม่เอามาไว้ในคลับนี้” “คุณน็อต” เล่าว่า เขาพิถีพิถันและตั้งใจตั้งแต่การออกแบบสถานที่ ดีไซน์เครื่องออกกำลังกาย ที่ใช้แบรนด์ของเขาเองอย่าง GymX ไปจนถึงการสร้างบรรยากาศ ความรู้สึกและ vibe ที่ดี ที่สะท้อนไลฟ์สไตล์และรสนิยมของผู้ที่มาใช้บริการ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีร่วมกัน
รวมทั้งยังฉีกตำราฟิตเนสแบบเดิมๆ โดยนำเข้าเทรนเนอร์ต่างชาติที่เป็นมืออาชีพอย่างแท้จริง ยอมจ่ายค่าตอบแทนในระดับสูง ให้เทรนเนอร์วางสถานะเป็น “ครู” และสมาชิกถือเป็น “ลูกศิษย์” เพื่อสร้างความเคารพซึ่งกันและกัน และจะไม่มีการตื๊อขายคอร์ส โดยไม่ให้เทรนเนอร์ขายคอร์สอย่างเด็ดขาด เพราะเรามุ่งเน้นคุณภาพไม่ได้เน้นปริมาณ!!
เป้าหมายต่อไปของ Cubic คือการขยายสู่การเป็น Cubic Wellness Social Club ที่เน้นเรื่อง Wellness & Longevity (การมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ) ซึ่งเป็นเมกะเทรนด์ที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ โดยนำการแพทย์เข้ามาให้บริการดูแลป้องกันและฟื้นฟูสุขภาพครบวงจร เช่น ตรวจเลือด ฟื้นฟูร่างกายด้วย Red Light และ IV Drip และอื่นๆ เป็นต้น ปัจจุบัน Cubic เปิดให้บริการแล้ว 3 สาขา ชิดลม, เอ็มสเฟียร์และล่าสุดตึก BTS visionary park และจะเปิดเพิ่มอีก 3 สาขาภายในปีนี้ ที่สำคัญยังมีแผนสยายปีกออกไปเปิดสาขาในต่างประเทศ ในภูมิภาคเอเชียและออสเตรเลียในปีหน้า ตั้งเป้านำ Cubic เข้าตลาดหุ้นใน 2-3 ปีข้างหน้า!!
“คุณน็อต” ยอมรับว่าเขามีความเป็น “ศิลปิน” มากกว่าเป็นนักวิศวกรโรงงาน และชอบงานการตลาด (Marketing) และการสร้างแบรนด์มาก ดังนั้นเขาจึงสนุกกับการทำธุรกิจที่เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ เมื่อให้สรุปสั้นๆถึงแนวคิดในการทำธุรกิจ “Business on my way” ของเขา คุณน็อตบอกว่า เมื่อเห็นโอกาสธุรกิจ คิดวิเคราะห์โอกาสและความเสี่ยงให้ขาด เมื่อมองตลาดขาดแล้ว ต้องลงมือทำทันที เพียงแค่ “Just Do It” ตั้งใจและทุ่มเทกับมัน
แต่สิ่งที่เขาให้ความสำคัญกับทั้งการบริหารธุรกิจและการดำเนินชีวิตคือ ความมีวินัย (Discipline) “คุณน็อต” ย้ำว่า เขาเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับการมี “วินัย” มากตั้งแต่เรื่องเล็กๆ อย่างตู้เสื้อผ้าเขาจะจัดเสื้อเชิ้ตเป็นระเบียบเรียงตามสี เรียกว่าเป๊ะทุกขั้นตอน นอกจากนี้ยังมีกลุ่มไลน์ที่ใช้ชื่อว่า “Discipline 911” เพื่อฝึกฝนตัวเองและทีมงาน เพราะเขาเชื่อมั่นว่าความมีวินัยคือจุดเริ่มต้นของทุกความสำเร็จ!!
เลดี้แจน
คลิกอ่านคอลัมน์ "Business On My Way" เพิ่มเติม