
เมื่อ "ความมั่งคั่ง" ขอรอดูเชิง เจาะลึกสัญญาณชีพเศรษฐกิจไทยผ่านตลาดคฤหาสน์หรูที่หดตัว 35% ถอดรหัสมาสเตอร์แปลน 101 กับกลยุทธ์ “ขายเวลา” ชิง Real Demand พันล้านในวันที่เศรษฐีกอดเงินสด
ในวันที่ตัวเลข GDP ไทยขยับตัวอย่างเหนื่อยล้า และหนี้ครัวเรือนพุ่งสูงจนเพดานแทบทะลุ หลายคนอาจตั้งคำถามว่า “กลุ่มความมั่งคั่งระดับบน” ของประเทศยังสบายดีอยู่ไหม?
คำตอบที่สะท้อนผ่านกระจกบานใหญ่ของ ตลาดรับสร้างบ้าน ซึ่งครั้งหนึ่งเคยพุ่งทะยานไปแตะมูลค่า 2.4 แสนล้านบาท กำลังบอกเล่าเรื่องราวที่เปลี่ยนไป ในปีที่ผ่านมา ภาพรวมตลาดหดตัวลง 11% แต่ที่น่าสนใจกว่าคือ “ตลาดบ้านหรู” (ราคา 20 ล้านบาทขึ้นไป) กลับดิ่งลงแรงถึง 35%
นี่ไม่ใช่เพราะเงินในกระเป๋าพวกเขาหายไป แต่มันคือสภาวะ “Wealth Wait & See” เมื่อเศรษฐีและนักลงทุนเลือกที่จะกอดเงินสดไว้มากกว่าการลงเสาเข็ม ท่ามกลางพายุเศรษฐกิจที่ยังไม่เห็นจุดสิ้นสุด
ท่ามกลางตลาดที่หดตัว 35% มาสเตอร์แปลน 101 ภายใต้การนำของ “ อนันต์กร อมรวาที ” ผู้โลดแล่นในวงการมานานกว่า 26 ปี กลับแสดงให้เห็นถึงความเก๋าเกม แม้ยอดขายจะย่อตัวลงจาก 900 ล้านบาท เหลือ 675 ล้านบาท (ลดลง 25%) แต่ตัวเลขนี้ยังถือว่า “ชนะตลาด” อย่างมีนัยสำคัญ
เหตุผลซ่อนอยู่ในความเชื่อมั่น (Trust) ในสภาวะที่เศรษฐกิจเปราะบาง ลูกค้ากลุ่ม Ultra Luxury จะไม่เสี่ยงกับ “โนเนม” แต่จะวิ่งเข้าหา “แบรนด์” ที่การันตีว่าบ้านจะไม่กลายเป็นเสาร้างกลางคัน
เจาะ Insight ที่น่าสนใจจากฐานลูกค้า
นั่นทำให้ มาสเตอร์แปลน 101 รู้ดีว่าการรอให้เศรษฐกิจฟื้นเองคือความเสี่ยง เกมในปีนี้จึงไม่ใช่แค่การขาย “ที่อยู่อาศัย” แต่คือการขาย “The Master Home Builder” ผ่าน 3 กลยุทธ์ที่ลุ่มลึก
1. คืนเวลาให้มหาเศรษฐี (Complete Design Service)
Pain Point ของคนรวยไม่ใช่เรื่องเงิน แต่คือ "เวลา" และ "ความปวดหัว" จากการประสานงานสถาปนิก ผู้รับเหมา และอินทีเรีย กลยุทธ์ใหม่จึงเป็น One Stop Service ที่จบทุกอย่างใน 14 วัน และการันตีสร้างบ้านพร้อมอยู่ภายใน 18-24 เดือน (จากเดิมที่อาจลากยาวไปถึง 5 ปี) ด้วยเช็กลิสต์ความสมบูรณ์กว่า 6,000 รายการ
2. แตกไลน์ “Gold Series” ตอบโจทย์ Real Demand
3. ชิงจังหวะ “ต้นทุนเดิม” ก่อนพายุราคาจะมา
นี่เป็นกลยุทธ์สำคัญของตลาดในช่วงนี้ คือการสื่อสารว่านี่คือ โอกาสทอง ในการสร้างบ้านในราคาเดิม ก่อนที่ค่าแรงและค่าวัสดุก่อสร้างจะปรับตัวขึ้นตามกลไกเงินเฟ้อและนโยบายรัฐ
อย่างไรก็ตาม แม้ตลาดรวมจะดูซบเซา แต่พอร์ตในมือมูลค่า 1,200 ล้านบาท ที่รองรับรายได้ไปอีก 2 ปี และ Database ลูกค้าอีก 300 รายชื่อ (มูลค่ารวม 3,000 ล้านบาท) คือเกราะป้องกันชั้นดีของมาสเตอร์แปลน 101
ขณะมุมมองของ “อนันต์กร” ต่อบิ๊กเพลเยอร์อสังหาฯ อย่างแสนสิริ หรือพฤกษา ที่เริ่มโดดลงมาเล่นตลาดรับสร้างบ้านก็น่าสนใจ ผู้บริหารมองว่า “Custom Made” ยังคงเป็นกำแพงที่แข็งแกร่ง เพราะลูกค้าระดับบนไม่ได้ต้องการบ้านจากพิมพ์เขียวสำเร็จรูป แต่ต้องการ “อัตลักษณ์” ที่สะท้อนตัวตน
ส่วนเศรษฐกิจไทยปี 2569 อาจจะยังไม่หวือหวา แต่สำหรับใครที่มี "ที่ดิน" และ "เงินเย็น" นี่อาจเป็นนาทีทองของการสร้างอาณาจักรส่วนตัว ในวันที่ผู้รับเหมาเบอร์ 1 พร้อมจะ "เสิร์ฟ" ทุกอย่างถึงที่ เพื่อแลกกับการรักษาการเติบโต 25% ให้ได้ตามเป้าหมาย
ติดตามข่าวสารด้านการตลาด กับ Thairath Money ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney