
วิสิทธิ์–รุจา สดแสงเทียน คู่ชีวิตนักธุรกิจแห่งศตวรรษที่ 21 คือบทพิสูจน์สำนวนไทยร่วมสมัย “ผัวหาบเมียคอน” กำไรไม่เท่ากับความสุข "โบว์เบเกอรี่เฮ้าส์" ขนมอบกึ่งโฮมเมดเบอร์ 1 ในร้าน 7-11
วิสิทธิ์–รุจา สดแสงเทียน คู่ชีวิตนักธุรกิจแห่งศตวรรษที่ 21 คือบทพิสูจน์สำนวนไทยร่วมสมัย “ผัวหาบเมียคอน” เปรียบเปรยวิถีสามีและภรรยา ช่วยกันสร้างตัวอย่างขันแข็ง แบ่งหน้าที่รับผิดชอบจนประสบความสำเร็จ สร้างความเป็นปึกแผ่นให้กับครอบครัว
ปัจจุบัน BOW (โบว์เบเกอรี่เฮ้าส์) แบรนด์ที่ทั้งคู่ร่วมกันก่อตั้ง คือซัพพลายเออร์รายใหญ่ที่สุดสำหรับสินค้าหมวดขนมปัง เบเกอรีของร้าน 7-11 นอกเหนือจากการเป็นผู้ผลิตให้กับร้านกาแฟ ร้านอาหารชื่อดังมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Starbucks, Amazon, อินทนิล, Swensen, Sizzler, Zen ไปจนถึงห้างโลตัส แม็คโคร
โบว์เบเกอรี่เฮ้าส์ ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2542 ขายผ่านหน้าร้านเล็กๆในซอยพุทธบูชา 24 ย่านพระราม 2 เติบโตจนปิดยอดขายปี 2568 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 822 ล้านบาท แต่สิ่งที่พิเศษไปกว่านั้นคือการกำหนดกำไรไว้ไม่เกิน 10% เพื่อรักษาคุณภาพ ให้สิ่งที่ผู้บริโภคควรได้รับอย่างเต็มที่
คุณดำ-วิสิทธิ์และคุณโบว์-รุจา เป็นเพื่อนวัยเรียนทั้งคู่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค)เรียนจบคุณดำเข้ามาช่วยงานครอบครัวคุณโบว์ขายอะไหล่เครื่องกลเพื่อการเกษตร ตระเวนทั่วประเทศราว 6-7 ปีเริ่มเบื่อ ไม่อยากวิ่งไล่ล่ากำไร “จริงๆการทำธุรกิจในแบบพอเหมาะพอดีเป็นสิ่งที่ทำได้ แต่ตอนนั้นผมยังคิดไม่ออก”
โบกมือลาธุรกิจบ้านแฟนเพื่อไปค้นหาตัวเอง วันหนึ่งคุณดำเข้าวัดสวนโมกข์ไปนั่งสมาธิ เหลือบเห็นคำสอนเขียนว่า “ศีลธรรมของเยาวชนคืออนาคตของโลก” จึงเกิดดวงตาเห็นธรรม ไปเป็นครูน่าจะดี คุณดำหอบวุฒิเอแบคไปสมัครเป็นครูที่โรงเรียนรุ่งอรุณ โรงเรียนทางเลือกชื่อดัง “ผมทิ้งรายได้เดือนละห้าหมื่นมารับเงินเดือนหมื่นสาม เพราะอยากทำงานที่มีความหมาย ตื่นเช้าอย่างกระตือรือร้น อยากไปสอนหนังสือแม้จะท้าทายมาก ต่างจากตอนเป็นเซลส์ ง่ายแต่ไม่ชอบ” สอนอยู่ได้ 3 เทอม โรงเรียนบอกแนวทางการสอนไม่ตรงกับหลักสูตรของโรงเรียน คุณดำจึงต้องออกจากงานอีกครั้ง
คิด วิเคราะห์ แยกแยะสถานการณ์อยู่ไม่นาน คุณโบว์และคุณดำเห็นพ้องน่าจะลองขายเบเกอรี เพราะคุณโบว์ชอบทำขนม ได้พื้นที่เล็กๆ หน้าโรงงานคุณพ่อ เปิดร้าน “โบว์เบเกอรี่เฮ้าส์” คุณดำซึ่งไม่อินกับขนมหวาน ยินยอมพร้อมใจในที่สุด “พอเดินหน้า ผมวิ่งหาตลาดทันที ลำพังขายเฉพาะหน้าร้านย่านพระราม 2 ไปไม่รอดแน่ เริ่มต้นจากถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ย่านที่มีอาคารสำนักงาน วิ่งรอกเข้าร้านกาแฟย่านนั้น ขอวางขายขนมปัง เบเกอรี สินค้าเด่นขณะนั้น ได้แก่ ขนมปังเนยสด เมอแรง เค้กช็อกโกแลตหน้านิ่ม จากเพชรบุรีตัดใหม่ขยับเข้าสุขุมวิท อโศก ต่อไปวิภาวดีรังสิต เกษตร พหลโยธิน ปักหมุดได้ไม่ต่ำกว่า 50 ร้าน แต่โมเดลในลักษณะฝากขาย ทำให้ต้องแบกรับความเสี่ยงเองทั้งหมดหากของขายไม่ได้ ธุรกิจจึงโตได้ไม่มากนัก”
ขณะที่คุณโบว์ง่วนอบขนมอยู่หน้าเตา คิดค้นสูตรใหม่ๆ ร่วมกับทีมผลิต คุณดำทำหน้าที่วิ่งหาตลาด ดูการเงิน คราวนี้ไม่เบื่อ เพราะได้เป็นเจ้าของกิจการเอง “ผมคงอยากทำธุรกิจเอง (หัวเราะ) ไม่ได้อยากเป็นเซลส์ โมเดลฝากขายสอนผมหลายอย่าง เรื่องการประเมินความต้องการตลาด ดูตัวเลขสินค้าที่ถูกส่งคืนต้องบริหารข้อมูลให้ดี”
จนปี 2545 โบว์เบเกอรี่เฮ้าส์สามารถขยับขึ้นมาแข่งขันในน่านน้ำใหม่ได้สำเร็จ เมื่อได้ออเดอร์จากร้านบ้านไร่กาแฟ ซึ่งขณะนั้นมีอยู่ประมาณ 80-90 สาขา กระบวนการผลิตต้องอัปสเกลขึ้นทันที เริ่มตั้งแต่การขอสัญลักษณ์ อย.จากคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เครื่องหมาย GMP จนขยายพื้นที่จัดส่งขนมสู่หลายร้อยร้านกาแฟทั่วกรุงเทพฯ
จุดเปลี่ยนสำคัญต่อมา คือการได้เป็นซัพพลายเออร์ของ “คัดสรร” (Kudsan) แบรนด์เครื่องดื่มในร้าน 7-11 เมื่อปี 2552 ที่คัดสรรนี่เองที่คุณดำสามารถเปลี่ยนโมเดลจากฝากขายเป็นขายขาดได้สำเร็จ ยิ่งคัดสรรขยายสาขาเท่าไร โบว์เบเกอรี่เฮ้าส์ก็ยิ่งโตตาม ในฐานะซัพพลายเออร์เบอร์ 1 ตามมาด้วยการเป็นซัพพลายเออร์ของร้านกาแฟอินทนิลในปี 2555
ออเดอร์ที่หลั่งไหลเข้ามา ทำให้คุณดำและคุณโบว์ต้องขยายพื้นที่ผลิต ตั้งโรงงานแห่งใหม่มูลค่าร่วม 100 ล้านบาทย่านทุ่งครุ ดันยอดขายทะลุ 100 ล้านบาทครั้งแรกในปี 2556 โดยแม้ผลิตในระดับโรงงาน แต่คุณโบว์ยืนยันความเป็นเบเกอรีกึ่งโฮมเมด ที่ใช้มือคนในหลายขั้นตอน เพื่อรักษาความอร่อยที่เครื่องจักรทำไม่ได้
“สร้างโรงงานใหญ่โต สิ่งหนึ่งที่ฝันคือการร่วมงานกับ Starbucks ร้านกาแฟดังระดับโลก ในฐานะคนทำขนม เราดูออก ขนมใน Star bucks ต้องใช้ฝีมือสูง เขายอมให้อายุขนมสั้น เพื่อคงความอร่อย จนในที่สุดก็ตัดสินใจเข้าไปเสนอสินค้า ใช้เวลา 1 ปีเต็ม ในที่สุดก็ได้ออเดอร์จาก Starbucks เป็นเครปเค้กสตรอว์เบอร์รีและเครปเค้กเรนโบว์ในปี 2561 ถัดมาอีกปีได้เข้าร้านกาแฟ Amazon และต่อด้วยร้าน 7-11 ทั่วประเทศ ในปี 2563 ซึ่งเป็นช่วงโควิดระบาด กลายเป็นโชคดี เพราะร้าน 7-11 ไม่ได้ถูกปิดในช่วงโควิด”
สินค้ายอดนิยมในร้าน 7-11 ของโบว์เบเกอรี่เฮ้าส์ ได้แก่ เอแคลร์ ขนมปังเนยสด ช็อกสติ๊ก ขนมปังเนยน้ำตาล แต่ทั้งหมดก็ยังไม่พีกเท่าการเปิดตัว “ครัวซองต์ ช็อก 3 เทพ” ในปี 2567 ฮิตระเบิดขายแล้ว 20 ล้านชิ้น ถัดมาปี 2568 มีโปรดักส์แชมเปียน “ทิมเบอร์ริง ดับเบิลช็อกโกแลต” ทำสถิติออเดอร์วันละ 50,000 ชิ้น แต่ผลิตได้ 33,000 ชิ้น ขายไปแล้ว 9 ล้านชิ้น ดันยอดขายปี 2568 โต 42% สู่ระดับ 822 ล้านบาท
ท่องยุทธภพเข้าปีที่ 27 คุณดำและคุณโบว์บอกว่ารู้สึกพอ จึงตั้งเพดานกำไรไว้ห้ามเกิน 10% ของรายได้ จากนี้ขอดูแลพนักงาน 750 ชีวิตอย่างเต็มที่ เพราะหัวใจของความสำเร็จคือคน คุณดำผู้ซึ่งมีธรรมะในใจ เพิ่งสร้างศูนย์ภาวา ตั้งใจทำให้เป็น Wellness Center ที่พนักงานสามารถมาพักกาย พักใจ ใช้ธรรมะนำทางชีวิต รวมทั้งกำลังก่อตั้งวิสาหกิจชุมชน โดยปรารถนาให้เกิดการพึ่งพาตัวเองในชุมชนละแวกใกล้เคียง.
มาดามเจด้า
คลิกอ่านคอลัมน์ “Business on my way” เพิ่มเติม