
ในวันที่ซูเปอร์มาร์เก็ตไม่ได้แข่งกันแค่ใครมีของเยอะกว่า แต่แข่งกันที่ใครเข้าใจคนซื้อและทำให้คนเข้าถึงสินค้าได้มากกว่า ชื่อที่คนไทยคุ้นเคยมานานอาจเป็น Don Don Donki ที่มาในรูปแบบ Discount Lifestyle Store และกลายเป็นจุดหมายของผู้บริโภคทั้งเพื่อเดินเล่นและช้อปของถูก
ล่าสุด “Lopia Japan” (โลเปีย เจแปน) ซูเปอร์มาร์เก็ตอันหนึ่งจากญี่ปุ่นก็ได้ประกาศบุกตลาดไทย เปิดฉากแรกในสนามนี้อย่างเป็นทางการที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ ชั้น G ให้ชาวไทยได้สัมผัสรสชาติอาหารและวัตถุดิบคุณภาพแบบญี่ปุ่นแท้ๆ โดยเฉพาะไฮไลท์ที่เป็นดาวเด่นอย่าง “เนื้อวากิว” คุณภาพพรีเมียม แบบไม่ต้องบินไปช็อปถึงที่
ชื่อของ Lopia Japan อาจยังใหม่สำหรับคนไทย แต่ในญี่ปุ่นนี่คือหนึ่งในแบรนด์ค้าปลีกอาหารที่เติบโตเร็วและถูกพูดถึงมากที่สุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ในฐานะซูเปอร์มาร์เก็ตที่ของดีจริงและไม่แพง จากแนวคิด “Low Price Utopia” ที่ชนะใจพ่อบ้านแม่บ้านญี่ปุ่นทั่วประเทศ
Lopia Japan เปิดตัวสาขาแรกในประเทศไทยแล้วอย่างเป็นทางการที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ ชั้น G ให้ชาวไทยได้สัมผัสรสชาติอาหารและวัตถุดิบคุณภาพแบบญี่ปุ่นแท้ๆ โดยเฉพาะไฮไลท์ที่เป็นดาวเด่นของซูเปอร์ฯ อย่าง “เนื้อวากิว” คุณภาพพรีเมียมแบบไม่ต้องบินไปช็อปถึงโตเกียวหรือฮอกไกโด
คอลัมน์ BrandStory ครั้งนี้พาไปทำความรู้จัก Lopia Japan เชนซูเปอร์มาร์เก็ตเจ้าล่าสุดที่เข้ามาบุกตลาดไทย หนึ่งในผู้เล่นที่เติบโตเร็วที่สุดของญี่ปุ่น จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ในฐานะร้านขายเนื้อท้องถิ่นเมื่อกว่า 50 ปีก่อน ที่วันนี้ขยายสาขากว่า 100 แห่ง พร้อมยอดขายระดับหลายแสนล้านเยน และกำลังขยายเครือข่ายสู่ต่างประเทศอย่างจริงจัง
เรื่องราวของ Lopia Japan ไม่ได้เริ่มจากทุนมหาศาลหรือเครือค้าปลีกยักษ์ใหญ่ แต่เริ่มจากร้านขายเนื้อเล็ก ๆ ในเมืองฟูจิซาวะ จังหวัดคานางาวะ โดยจุดเริ่มต้นของร้านแรกในปี 1971 มีชื่อว่า “Niku no Takarabako” หรือที่แปลว่า หีบสมบัติแห่งเนื้อ ฮิเดโอะ ทาคากิ (Hideo Takagi) ผู้ก่อตั้ง ตั้งใจทำให้ทำร้านขายเนื้อที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพวัตถุดิบและราคาที่ยุติธรรมกับผู้บริโภค โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นครอบครัวที่ต้องการซื้อเนื้อไปทำอาหาร
ในยุคนั้นญี่ปุ่นมีทั้งร้านค้าปลีกดั้งเดิมและห้างสมัยใหม่เกิดขึ้นจำนวนมาก แต่ Lopia Japan เน้นสร้างจุดแข็งที่ความคุ้ม ซึ่งแนวคิดนี้พัฒนาเป็นปรัชญาธุรกิจ “Low-Price Utopia” ที่อยากสร้างดินแดนอาหารในอุดมคติที่ทุกคนเข้าถึงอาหารคุณภาพดี โดยไม่ต้องจ่ายแพง ที่มาของคำว่า “Lopia”
เริ่มแรก Lopia Japan โดดเด่นกว่าตลาดในฐานะร้านขายเนื้อคุณภาพสูง ด้วยรากฐานจากร้านขายเนื้อ ทำให้เนื้อวัว โดยเฉพาะเนื้อวากิว A5 และเนื้อหมูของที่นี่มีคุณภาพสูงมากและราคาถูกกว่าห้างทั่วไป ก่อนจะขยายเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตแบบครบครัน จัดจำหน่ายอาหารสด อาหารแห้ง อาหารนำเข้า อาหารแปรรูป ซึ่งสินค้าในกลุ่มเนื้อสัตว์ยังคงเป็นจุดแข็งจนถึงปัจจุบัน
ปัจจุบันโลเปีย Lopia Japan มีสาขา 139 แห่งทั่วญี่ปุ่นและขยายเครือข่ายไปยังตลาดต่างประเทศ ได้แก่ ไต้หวัน และล่าสุด คือ การบุกตลาดไทย ฐานที่มั่นแรกเพื่อบุกตลาดอาเซียน
ซูเปอร์มาร์เก็ต Lopia Japan คือ ธุรกิจค้าปลีกของบริษัทในเครือ OIC Group ซึ่งมีธุรกิจครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ (ฟาร์ม/โรงงาน) จนถึงปลายน้ำที่ควบคุมตั้งแต่การนำเข้าและส่งออกไปจนถึงตัวร้านค้า การตัดตัวกลางออกไปทำให้สามารถตั้งราคาให้ต่ำกว่าคู่แข่งได้โดยที่ยังมีกำไร โดย ณ ปีงบประมาณสิ้นสุดเดือนกุมภาพันธ์ 2024 Lopia Japan มียอดขายราว 3.2 แสนล้านเยน หรือประมาณ 6.5 หมื่นล้านบาท และยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทแม่ OIC Group รายงานรายได้รวมกว่า 5.21 แสนล้านเยนหรือประมาณ 1.05 แสนล้านบาทในปีงบประมาณ 2025
ความได้เปรียบนี้มาจากรากฐานที่เป็นร้านขายเนื้อ ทำให้โลเปียเข้าใจต้นทุน การคัดวัตถุดิบ และพฤติกรรมผู้บริโภคในเชิงลึกกว่าซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป จนขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีแผนกเนื้อแข็งแรงที่สุดในญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นเนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่ หรืออาหารทะเล
แม้จะใช้จุดขายว่าราคาถูก แต่ Lopia Japan ไม่ได้เล่นเกมตัดราคาหนักแบบดิสเคานต์สโตร์ จากการกำหนดจุดยืนในตลาดของตัวเองชัดเจนตั้งต้น ทำให้ทุกอย่างถูกจัดวางด้วยตรรกะเดียวกัน คือ “ราคาต่ำแต่คุณภาพเทียบเท่า” เพื่อดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่ต้องการทั้งคุณภาพและความคุ้มค่า
โดยยังคงสรรหาเนื้อ วัตถุดิบสด และอาหารญี่ปุ่นแท้ๆ ให้กับลูกค้า ตั้งแต่เนื้อวากิวพรีเมียม เนื้อโคดำ ซูชิไซส์ยักษ์ ผลไม้ญี่ปุ่นพรีเมียม พิซซ่าอบสดเตาถ่าน อาหารพร้อมทานและของหวานญี่ปุ่น เช่น พุดดิ้งและชีสเค้กยอดนิยม นอกจากนี้โลเปียยังเน้นขายสินค้าแพ็คใหญ่ สร้างความรู้สึกคุ้มค่าจนน่าตกใจ คล้ายโมเดลของ Costco ในสหรัฐฯ ซึ่งตอบโจทย์ครอบครัวใหญ่หรือคนที่เน้นความคุ้มค่า
นอกจากนี้ Lopia Japan ยังต่างจากซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่หลายแห่งตรงที่ไม่ขายสินค้า Non-Food ไม่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าและของใช้ในบ้าน แต่เลือกที่จะโฟกัสเฉพาะสินค้าอาหารคุณภาพสูง ไม่ขยายไปขายสินค้าทั่วไป เช่น ของใช้ในบ้าน หรือสินค้าแบรนด์เสื้อผ้า ทำให้ระบบการบริหารจัดการคล่องตัวและลดต้นทุนสต็อก ทำให้กลยุทธ์เรื่องการกำหนดราคาประสบความสำเร็จ
Lopia Japan จัดเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตขายสินค้าอาหารขนาดใหญ่ แต่ละสาขามักมีพื้นที่กว้าง 2,000-3,000 ตารางเมตร พร้อมสินค้ากว่าหมื่นรายการให้เลือกตั้งแต่อาหารสด อาหารทะเล อาหารแช่แข็ง อาหารแปรรูป และอาหารพร้อมทานสไตล์ญี่ปุ่น ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้ามาซื้อแบบ One-Stop Shopping
นอกจากนี้ยังวางผังการวางสินค้าเป็นหมวดหมู่ที่เข้าใจง่าย เดินสนุกแบบห้าง แต่ตัดสินใจซื้อได้ง่ายเหมือนตลาด สำหรับสาขาต่างประเทศ โลเปียใช้กลยุทธ์ “สินค้าเฉพาะตัว” และ “นำเข้าของแท้” Lopia Japan โดดเด่นในการนำเข้าสินค้าญี่ปุ่นโดยตรง และยังมีสินค้าลิขสิทธิ์เฉพาะของร้าน (Private Brand) ที่ผลิตภายใต้คุณภาพญี่ปุ่นที่ควบคุมคุณภาพเอง ทำให้เหนือกว่าร้านทั่วไปที่มีสินค้าแบรนด์เดียวกันแต่ไม่ได้ตามมาตรฐานญี่ปุ่นแท้
นายฮิโตชิ มิซึโมโตะ กรรมการบริษัท LOPIA และหัวหน้าสำนักงานใหญ่ฝ่ายดูแลภูมิภาคเอเชีย เปิดเผยว่า การขยายสาขาออกสู่ต่างประเทศของ Lopia Japan มีแนวคิดมาจากความต้องการเผยแพร่อาหารญี่ปุ่นไปทั่วโลก และสร้างร้านที่ให้ทุกคนสามารถสัมผัสประสบการณ์แบบญี่ปุ่นได้โดยไม่ต้องเดินทางไปญี่ปุ่น
โดยบริษัทเริ่มขยายสาขาสู่ต่างประเทศเป็นครั้งแรกที่ไต้หวัน เมื่อเดือนมกราคม 2023 และสามารถขยายไปถึง 9 สาขาในเวลาไม่ถึง 3 ปี อีกทั้งยังมีแผนที่จะเปิดถึง 20 สาขาภายในเร็วๆ นี้ สำหรับประเทศไทย การเข้ามาเปิดตลาดไม่ใช่เพียงแค่การขยายสาขาธรรมดา แต่เป็นหมากสำคัญทางยุทธศาสตร์เพื่อบุกตลาดอาเซียนที่มีประชากรกว่า 680 ล้านคน ด้วยความเชื่อมั่นในกำลังซื้อของคนไทยและโมเดลธุรกิจที่เน้นคุณภาพนำราคาของโลเปีย
ปัจจุบันตลาดญี่ปุ่นที่มีประชากรเพียง 120 ล้านคนกำลังหดตัวลง ในขณะที่ตลาดอาเซียนมีขนาดใหญ่กว่ามาก ซึ่งการเลือก "ประเทศไทย" เป็นฐานที่มั่นแรกในอาเซียน เพราะมองว่าไทยมีความหลากหลายของผู้คน ทั้งคนไทย ชาวตะวันตก และคนจีน หาก Lopia Japan สามารถประสบความสำเร็จในไทยได้ก็จะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าจะสามารถประสบความสำเร็จในภูมิภาคนี้ได้เช่นกัน
นายฮิโตชิ กล่าวเพิ่มเติมว่า การจับมือกับพันธมิตรใหญ่อย่าง “กลุ่มเซ็นทรัล” โดยเลือกทำเลทองในชั้น G ข้าง Top Food Hall ซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง โดยมองว่าการเลือกเปิดสาขาข้างๆ ซูเปอร์มาร์เก็ตเจ้าถิ่นอย่าง Tops ร้านเจ้าตลาดจะช่วยสร้างผลพลอยได้ให้ลูกค้าไหลเวียนเข้าร้านทั้งสองฝั่ง และพิสูจน์ว่าเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่เกื้อกูลกันโดยหลังจากเปิดป็อปอัพสโตร์เพื่อประเมินตลาดในช่วงก่อนหน้านี้ พบว่า กำลังซื้อของผู้บริโภคในไทยนั้นสูงมาก โดยประเมินว่าสูงกว่าไต้หวันถึง 1.5 เท่า และคาดการณ์ยอดใช้จ่ายต่อบิล (Basket size) ไว้ที่ประมาณ 1,000 บาทต่อคน โดยเป้าหมายหลักไม่ใช่แค่คนญี่ปุ่นที่พำนักในไทย แต่ตั้งใจดึงดูด "คนไทย" มากกว่า
สำหรับไฮไลต์สินค้าที่นักช็อปชาวไทยไม่ควรพลาด ได้แก่ “เนื้อวากิว” คุณภาพพรีเมียมที่นำเข้าจากญี่ปุ่น โดยโลเปียมีระบบบริหารจัดการรับซื้อและแปรรูปเนื้อวัวด้วยตนเอง ทำให้สามารถควบคุมคุณภาพและราคาได้อย่างมีประสิทธิภาพจนพร้อมที่สร้างปรากฏการณ์ “การปฏิวัติวงการเนื้อวากิว” ในประเทศไทยให้ชาวไทยได้ชิมรสชาติเนื้อวากิวได้ในราคาที่เอื้อมถึง
นอกจากนี้อีกหนึ่งไฮไลต์ คือ “ซูชิและซาชิมิไซส์ใหญ่พิเศษ” ที่ใช้วัตถุดิบสดจากทะเล ชิ้นหนาคำโตกว่าร้านทั่วไป ตลอดจนสินค้าอาหารแห้ง เครื่องปรุงรส อาหารพร้อมทานและขนมสไตล์ญี่ปุ่นอีกหลายรายการที่กว่า 95% เป็นสินค้านำเข้าจากญี่ปุ่น ซึ่งโลเปียมั่นใจว่าคู่แข่งไม่สามารถทำราคาได้ถูกกว่าในกลุ่มสินค้าประเภทเดียวกัน
ปัจจุบันไต้หวันถือเป็นต้นแบบในการทำตลาดต่างประเทศของเรา โดยใช้กลยุทธ์ที่หลากหลายเพื่อสร้างการรับรู้ให้กับผู้บริโภคได้สำเร็จ สินค้าอาหารของเรามีความแตกต่างที่เหนือชั้นทั้งในแง่คุณภาพและรสชาติ โดยเชื่อว่าหากลูกค้าได้ชิมแล้วติดใจก็จะกลายเป็นแฟนคลับของแบรนด์ในที่สุด ทำให้ Lopia Japan ในไต้หวันเป็นกระแสนิยมอย่างมากจนต้องมีการจำกัดจำนวนคนเข้าร้านต่อรอบ ซึ่งเราเชื่อว่าเราจะสร้างปรากฏการณ์เดียวกันนี้ให้เกิดขึ้นได้เช่นกันในประเทศไทย นายฮิโตชิ กล่าวทิ้งท้าย
คลิกอ่านคอลัมน์ "BrandStory" เพิ่มเติม
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -