โออิชิ ปรับทัพ โออิชิ อีทเทอเรียม  สู่โมเดลไฮบริด ชู “อีทซากายะ” ดึง Gen Z รับเทรนด์ใหม่

Business & Marketing

Marketing & Trends

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

โออิชิ ปรับทัพ โออิชิ อีทเทอเรียม สู่โมเดลไฮบริด ชู “อีทซากายะ” ดึง Gen Z รับเทรนด์ใหม่

Date Time: 9 ก.พ. 2569 08:59 น.

Summary

  • ตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นอิ่มตัว-แข่งเดือด
  • ยักษ์ใหญ่โออิชิขยับยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่
  • สลัดภาพโออิชิอีทเทอเรียมร้านบุฟเฟต์เน้นปริมาณ
  • เปิดตัวโมเดลไฮบริด “All You Can Eat Izakaya”
  • ชูจุดขายยืดหยุ่นเลือกได้ทั้งบุฟเฟต์-อะลาคาร์ท
  • ดึงกลุ่มวัยรุ่นออฟฟิศเสริมกลุ่มครอบครัวเพิ่มความถี่การเข้าร้าน
  • นำร่องสาขาสามย่านมิตรทาวน์สู่ไลฟ์สไตล์เดสติเนชัน
  • เผยปีนี้เน้นการรีโนเวทร้านผลักดันการเติบโจมากกว่าการขยายสาขา

Latest

เปิดจักรวาล LISA ร่วมงานแบรนด์-องค์กรไหนมาบ้าง?

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงของธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยที่เริ่มเข้าสู่ภาวะอิ่มตัว ผนวกกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนจากการรับประทานเพื่อความอิ่มไปสู่การแสวงหา “ประสบการณ์” และความคุ้มค่าเฉพาะเจาะจง ล่าสุด บริษัท โออิชิ โฮลดิ้ง จำกัด ภายใต้อาณาจักรไทยเบฟเวอเรจ ได้ประกาศปรับทัพแบรนด์ “โออิชิ อีทเทอเรียม” (OISHI EATERIUM) ครั้งใหญ่ ผ่านยุทธศาสตร์การปรับปรุงสาขาเดิมให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ย่านที่ตั้งร้าน


นางสาวศสัย ตังเดชะหิรัญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ โฮลดิ้ง จำกัด เปิดเผยว่า แบรนด์ได้พัฒนาแนวคิดใหม่สู่ “OISHI EATERIUM: ALL YOU CAN EATZAKAYA” โดยเป็นการรีแบรนด์และปรับโฉมครั้งสำคัญในรอบเกือบ 10 ปี เริ่มต้นที่สาขาศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ เพื่อยกระดับจากร้านอาหารให้กลายเป็นพื้นที่สังสรรค์ในรูปแบบ “Eat-zakaya” ที่รวมวัฒนธรรมการกินแบบพรีเมียมบุฟเฟต์เข้ากับบรรยากาศผ่อนคลายแบบร้านอิซากายะ ซึ่งเป็นร้านที่เน้นการดื่มที่ขายแอลกอฮอล์และกินอาหารจานเล็กๆ แบบสบายๆ สไตล์ญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม


หัวใจสำคัญของการพลิกเกมครั้งนี้คือการใช้โมเดลร้านแบบ “ไฮบริด” ซึ่งเป็นครั้งแรกที่โออิชิเปิดให้ลูกค้าเลือกรับบริการได้ 2 รูปแบบในพื้นที่เดียวกัน คือ


บริการบุฟเฟต์ (Buffet) แบ่งเป็น 3 ระดับราคา (Tiered Pricing) เพื่อลดกำแพงเรื่องราคาและดักกลุ่มเป้าหมายต่างกัน เริ่มต้นจาก Sushi Delight (359++) เน้นกลุ่มนักศึกษาและ Gen Z, Full Selection (699++) สำหรับมื้ออาหารมาตรฐาน และ Seafood Paradise (849++) สำหรับกลุ่มพรีเมียมที่ต้องการวัตถุดิบพิเศษ

บริการอะลาคาร์ท (A La Carte) สั่งแยกจานเริ่มต้นเพียง 29 บาท++ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มที่ต้องการนั่งสังสรรค์ ดื่มเครื่องดื่ม หรือรับประทานมื้อเบาๆ โดยไม่ต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่แบบบุฟเฟต์


“เราไม่ได้มองแค่รสชาติอาหารหรือราคา แต่เรามองเรื่องคุณภาพของช่วงเวลาที่ลูกค้าใช้ในร้าน โมเดลไฮบริดจะช่วยเพิ่มความถี่ในการเข้าร้าน (Frequency) เพราะลูกค้าไม่จำเป็นต้องรอโอกาสพิเศษถึงจะมาทานบุฟเฟต์ แต่สามารถมาแฮงเอาต์หลังเลิกงานด้วยเมนูอะลาคาร์ทได้ทุกวัน” นางสาวศสัยกล่าว


สำหรับยุทธศาสตร์การขยายตัว โออิชิส่งสัญญาณเปลี่ยนทิศทางจากการเร่งขยายสาขาใหม่ปีละ 30-40 สาขาในอดีต มาเป็นการเน้น Asset Optimization หรือการเพิ่มประสิทธิภาพสินทรัพย์ที่มีอยู่ด้วยการรีโนเวทครั้งใหญ่ และใส่คอนเซปต์ใหม่ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในทำเลนั้นๆ โดยปัจจุบันโออิชิมีฐานสาขาทุกแบรนด์ที่แข็งแกร่งรวม 269 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งจะเป็นฐานสำคัญในการส่งผ่านคอนเซปต์ใหม่นี้


นางสาวศสัย กล่าวว่า จากการนำร่องโมเดล All You Can Eat Izakaya ที่สามย่านมิตรทาวน์ พบว่าได้รับการตอบรับอย่างสูง โดยผลประกอบการเดือนแรกมียอดขายเติบโตขึ้นทันที 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า สะท้อนว่าผู้บริโภคยุคใหม่พร้อมจ่ายเงินแลกกับบรรยากาศ และความยืดหยุ่นในการสั่งอาหาร


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การขยับตัวครั้งนี้เป็นการแก้เกมของ โ“ออิชิ” เพื่อรับมือกับร้านอาหารญี่ปุ่นอิสระระดับพรีเมียมและเชนร้านอาหารหน้าใหม่ที่ตบเท้าเข้ามาแชร์ส่วนแบ่งตลาด การเปลี่ยนร้านอาหารให้เป็น Lifestyle Space และเพิ่มสเตชั่นเครื่องดื่ม-บาร์เปิด จึงเป็นทางรอดในการดึงกลุ่ม Gen Z ให้กลับมาเป็นลูกค้าประจำของแบรนด์ และเพิ่มรายได้ในช่วงเวลาที่นอกเหนือจากมื้อหลักได้อย่างมีนัยสำคัญ


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ