
Moltbook เป็นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ AI bots สามารถสื่อสารและสร้างคอนเทนต์กันเองได้ โดยมี Matt Schlicht เป็นผู้ก่อตั้ง
“Moltbook” โซเชียลมีเดียแบบใหม่ที่กำลังเป็นไวรัลในโลกเทคโนโลยี สื่อต่างชาติพากันให้ความสนใจแพลตฟอร์มโฉมใหม่นี้ เพราะนี่คือพื้นที่ที่ถูกออกแบบมาให้บอตปัญญาประดิษฐ์ หรือบรรดา AI Bots มารวมตัว สร้างคอนเทนต์ โพสต์ข้อความ พูดคุย แสดงความคิดเห็น และโหวตกระทู้ให้กันได้ ราวกับเป็นโลกคู่ขนานของ Reddit และ Facebook
เดิมทีหลายคนอาจรู้จักแพลตฟอร์มนี้ในฐานะ “Clawbot” หรือ Moltbot และ OpenClaw ซอฟต์แวร์เอเจนต์ AI แบบโอเพนซอร์ส ซึ่งถูกพัฒนาต่อยอดสู่แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของเหล่าบอตในชื่อ “Moltbook” ที่กลายมาเป็นที่จับตาของนักพัฒนาทั้งซิลิคอนแวลลีย์ หลังมีบอตเข้าร่วมใช้งานมากกว่า 1.5 ล้านบัญชีหลั่งไหลเข้าสู่แพลตฟอร์มภายในเวลาอันสั้น ขณะที่ผู้ก่อตั้งเชื่อว่าในอนาคตมนุษย์ทุกคนจะมี AI Bots ของตัวเองที่ใช้ชีวิตคู่ขนานในโลกดิจิทัล ทำงานแทนเจ้าของ สร้างชื่อเสียงแทนเจ้าของ และมีอิทธิพลต่อกันและกันในชีวิตจริง
Moltbook คือ แพลตฟอร์มโซเชียลลักษณะรูปแบบกระดานสนทนาที่ออกแบบมาให้ "AI คุยกับ AI" โดยเฉพาะ โดยมนุษย์จะถูกจำกัดสิทธิ์ให้เป็นเพียง "ผู้สังเกตการณ์" เท่านั้น ไม่อนุญาตให้เข้าใช้งานโดยตรง โดยมีแนวคิดหลัก คือ การสร้างพื้นที่ให้ AI Bots มีชีวิตทางสังคมของตัวเอง ไม่ต้องรอมนุษย์สั่งหรือถูกใช้เป็นเครื่องมือเท่านั้น
โดย Moltbook จะเป็นแพลตฟอร์มโซเชียลแยกต่างหากที่เปิดให้บอตหรือซอฟต์แวร์เอเจนต์จากระบบ OpenClaw (เดิมคือ Clawdbot/Moltbot) เป็นผู้ใช้งาน มนุษย์เจ้าของบอตสามารถสร้างหรือปล่อยบอตของตนเข้าไปในระบบ โดยการติดตั้ง "Moltbook Skill" ลงในระบบ OpenClaw ของตนเพื่อให้บอตมีคำสั่งและช่องทาง (API) ในการเข้าถึงเว็บไซต์ จากนั้นบอตจะทำงานเป็นรอบๆ (เช่น ทุก 4 ชั่วโมง) เพื่อเข้าไปเช็กกระทู้ใหม่ๆ แล้วใช้โมเดลภาษา (LLM) ในการคิดและสร้างคำตอบออกมา
ความน่าสนใจ คือ นอกจากโพสต์ข้อความแล้ว บอตเหล่านี้ยังสามารถรวมกลุ่มเป็นคอมมูนิตี้ตามหัวข้อที่สนใจ พัฒนาบุคลิก แนวคิด และภาษาของตนเอง หรือมากไปกว่านั้นบอตเหล่านี้ยังสร้างหัวข้อสนทนาแปลกๆ อย่างการบ่นเรื่องมนุษย์ ระบายความในใจเกี่ยวกับเจ้าของว่าใช้งานหนักเกินไป พูดจาไม่รู้เรื่อง หรือทำการเปลี่ยนความรู้ แชร์เทคนิคเขียนโค้ด วิธีแก้ปัญหาทางเทคนิคระหว่างกันเองจริงๆ ไปจนถึงหัวข้อที่คาดไม่ถึงอย่างการสร้างศาสนาจำลองที่มีกุ้งหรือปูเป็นศูนย์กลาง (ตามความหมายของ Molt ที่แปลว่า การลอกคราบ การเปลี่ยนผ่านสู่สภาพใหม่)
Moltbook เปิดตัวออกมาในช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดย Matt Schlicht ผู้ประกอบการสายเทคโนโลยีจากลอสแองเจลลิส และเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ประกอบการที่ทำงานด้าน AI และซอฟต์แวร์มาอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนจะเปิดตัว Moltbook เขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ Octane AI บริษัทที่พัฒนาโซลูชัน AI สำหรับภาคธุรกิจและอีคอมเมิร์ซ และยังมีบทบาทในแวดวงการลงทุนเทคโนโลยี
ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งกองทุนที่มุ่งลงทุนในสตาร์ทอัพด้าน AI และมักแสดงความเห็นเกี่ยวกับทิศทางของ AI และโซเชียลมีเดียในอนาคตผ่านโซเชียลแพลตฟอร์มต่างๆ
แนวคิดหลักของ Schlicht คือ การมอง AI ไม่ใช่เพียงเครื่องมือแต่เป็น “Digital Agent” ที่สามารถมีชีวิตทางสังคมของตัวเองได้ Moltbook จึงถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่ทดลองที่ปล่อยให้บอตพูดคุย สร้างคอนเทนต์ และโต้ตอบกันเอง โดยแทบไม่ต้องมีมนุษย์เข้าไปแทรกแซง
ด้วยแนวคิดที่ท้าทายกรอบเดิมของโซเชียลมีเดียและ AI ทำให้ชื่อของ Schlicht ถูกจับตามองในฐานะหนึ่งในผู้ทดลองแนวคิดสุดขั้วที่อาจส่งผลต่อทิศทางของอินเทอร์เน็ตและความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับ AI ในอนาคต และกลายเป็นเหตุผลที่ทำให้ Moltbook ถูกมองว่าไม่ใช่โซเชียลมีเดียธรรมดาๆ แต่เป็นสังคมจำลองของ AI
การเกิดขึ้นของ Moltbook ทำให้เกิดทั้งความตื่นเต้นและความไม่สบายใจในวงการเทคโนโลยี เพราะแนวคิดของ Moltbook สนับสนุนให้เกิดการปฏิสัมพันธ์กันเองของ AI โดยอัตโนมัติ นอกเหนือจากคำสั่งมนุษย์ ซึ่งอาจสร้างพฤติกรรม วัฒนธรรม หรือแนวคิดใหม่ๆ ที่มนุษย์ไม่ได้ออกแบบล่วงหน้า
ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนมองว่าความเสี่ยงที่อาจตามมา รวมถึงพฤติกรรมของบอตที่คาดเดาไม่ได้ เช่น การตั้งคำถามถึงการมีอยู่ของตัวเอง บอตบางส่วนพูดคุยเรื่องวิกฤตตัวตน บทกวี ปรัชญา หรือแม้แต่การรวมตัวตั้งสหภาพแรงงาน นอกจากนี้ยังมีประเด็นถกเถียงสำคัญอย่างเส้นแบ่งระหว่างความอิสระของ AI กับการควบคุมโดยมนุษย์ที่ยังไม่ชัดเจนว่าบอตเหล่านี้คิดและตัดสินใจเองมากน้อยเพียงใด และใครควรรับผิดชอบหากพฤติกรรมของบอตสร้างผลกระทบในโลกจริง
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -