
สสว.ในนามผู้แทนไทยในคณะกรรมการประสานงานด้านวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย ของอาเซียน ร่วมกับองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาจัดกิจกรรมเผยแพร่รายงานผลการจัดทำตัวชี้วัดเชิงนโยบายในการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอาเซียน ฉบับปี 2567 หรือ ASEAN SME Policy Index 2024
นางสาวปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการสำนักงาน รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สสว. กล่าวว่า รายงานตัวชี้วัดเชิงนโยบายในการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของอาเซียนปี 2024 ไม่ใช่เพียงการเปรียบเทียบมาตรฐานระดับภูมิภาคเท่านั้น
สำหรับประเทศไทย รายงานฉบับนี้เป็นเครื่องมือเชิงนโยบายที่ใช้งานได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งมีส่วนในการสนับสนุนการพัฒนา SME ของประเทศโดยตรงในมิติต่างๆ ตั้งแต่การเงิน นวัตกรรม และการเข้าถึงตลาดไปจนถึงการพัฒนาทักษะการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล ความยั่งยืน และการเป็นผู้ประกอบการแบบมีส่วนร่วม
โดยผลลัพธ์จากรายงานตัวชี้วัดเชิงนโยบายในการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของอาเซียน ปี 2024 แสดงให้เห็นถึงประโยชน์ที่ชัดเจนสำหรับประเทศไทยในสามประเด็นสำคัญ ประการแรก รายงานฉบับนี้นำเสนอการประเมินกรอบนโยบายในการพัฒนา SME ของประเทศไทยอย่างครอบคลุมและอิงหลักฐานในแปดมิติหลัก
ทำให้สามารถระบุประเด็นได้ว่าประเทศไทยมีศักยภาพ พร้อมกับประเด็นที่ต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและการขยายตลาดสู่ระดับสากล
ประการที่สอง ตัวชี้วัดเชิงนโยบายในการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของอาเซียน ปี 2024 นี้ สนับสนุนการกำหนดนโยบายที่ประสานสอดคล้องกัน
ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย โดยการใช้กรอบการวิเคราะห์ร่วมกันในหลายด้านนโยบาย ตัวชี้วัดนี้ช่วยให้การทำงานของหน่วยงานต่างๆ สอดคล้องกันอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมความร่วมมือข้ามภาคส่วนและเสริมสร้างความสอดคล้องของนโยบายในภาพรวม
ประการที่สามรายงานฉบับนี้ทำหน้าที่วางแนวทางนโยบายที่ตอบโจทย์ประเด็นการพัฒนาในอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับประเด็นสำคัญในการพัฒนา SME ของประเทศไทย อันได้แก่การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล การพัฒนา SME ให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ การพัฒนาทักษะความเป็นผู้ประกอบการ และการเป็นผู้ประกอบการแบบมีส่วนร่วม ทั้งยังสอดคล้องแผนปฏิบัติการเชิงยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนา MSME อาเซียน ปี พ.ศ. 2569-2573
นอกจากนี้ OECD ยังได้เจาะลึกรายละเอียดในสองมิติได้แก่ มิติที่ 2 นโยบายสิ่งแวดล้อมกับ SME ซึ่งไทยยังมีความท้าทายด้านการขับเคลื่อนมาตรการ SME สีเขียว ที่ยังไม่เป็นเอกภาพ และการบูรณาการเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมเข้ากับมาตรการส่งเสริม SME
รวมถึงการทำให้ผู้ประกอบการรับรู้ เข้าถึงเครื่องมือ และแหล่งทุนสีเขียวได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น และมิติที่ 3 การเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยชี้ว่าการเข้าถึงสินเชื่อของ SME ยังมีข้อจำกัดและยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่เมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด
ขณะเดียวกันแนวโน้มการเงินด้าน ESG มีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ SMEs ไทยจำเป็นต้องยกระดับความพร้อมด้าน ESG และความสามารถในการจัดทำข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน เข้าร่วมในห่วงโซ่มูลค่าโลก และเสริมขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดระหว่างประเทศอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต
ยกระดับ ttb smart shop : ทีทีบีตอกย้ำบทบาทพันธมิตรที่เข้าใจผู้ประกอบการธุรกิจไทย เดินหน้ายกระดับแอปจัดการร้านค้า ttb smart shop เพื่อตอบโจทย์การทำธุรกิจของ SME ยุคดิจิทัล ด้วย 5 ฟีเจอร์สำคัญที่ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการรับเงิน บริหารยอดขาย และจัดการร้านค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครบ จบในแอปเดียว พร้อมผู้ช่วยอัจฉริยะ ปังปัง มังกรสีน้ำเงินแสนฉลาด ที่พร้อมอยู่เคียงข้างเจ้าของธุรกิจ
Korea Fair : บิ๊กซี ร่วมกับ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย คัดสรรสินค้านำเข้าคุณภาพ จากแดนกิมจิกว่า 300 รายการ มารวมไว้ในงานเดียว พร้อมจัดโปรโมชันลดสูงสุด 50 %จากบูทแสดงสินค้า กว่า 11 บูท ตลอดจนสินค้าไลฟ์สไตล์และนวัตกรรมจากเกาหลีอีกมากมาย ให้ลูกค้าได้เลือกชอปอย่างจุใจ ตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม – 4 กุมภาพันธ์ 2569 ที่บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ 10 สาขาที่ร่วมรายการ ได้แก่ สาขาพระรามสี่ เอกมัย สะพานควาย รัชดา ลาดพร้าว2 อ่อนนุช พัทยา1 พัทยา3 เชียงใหม่2 และหางดง1 รวมทั้งช่องทางออนไลน์ผ่านแอป Big C PLUS
โดยงานดังกล่าวได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ นายปาร์ค ยงมิน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย โดยมีนางฐาปณี เตชะเจริญวิกุล รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ห้างค้าปลีกในกลุ่มบีเจซี พร้อมคณะผู้บริหารและคู่ค้า ให้การต้อนรับ