
“แสนสิริ” กับภาพลักษณ์แนวหน้า วงการอสังหาาฯ ไทยแสนล้าน เปิดเบื้องหลังแผนธุรกิจ ปี 2569 หลังประกาศเปิดโครงการใหม่มูลค่าสูง 5.1 หมื่นล้าน แม้ตลาดซบเซา เศรษฐกิจส่อโตต่ำ 2% แต่ทำไม?ไม่หวั่นไหว
ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ปกคลุมเศรษฐกิจไทยในปี 2569 ภาพของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไม่ได้อยู่ในจุดที่ “สดใส” นัก หลายเสียงในตลาดเริ่มส่งสัญญาณเตือนถึงภาวะ “อสังหาฯ ต้องไม่ฝืน” เมื่อ GDP ไทยถูกคาดการณ์ว่าจะเติบโตต่ำกว่า 2% บวกกับสารพัดปัจจัยลบที่ถาโถมเข้าใส่จนทำให้ผู้เล่นหลายรายต้องยอมทิ้งไพ่ในมือ
แต่ในจังหวะที่สนามรบนี้กำลังคัดกรองผู้ที่ “ไปต่อไม่ไหว” ออกจากระบบ พี่ใหญ่อย่าง “แสนสิริ” กลับไม่ได้อยู่ในสถานะที่ต้องลุ้นว่าจะรอดหรือไม่ แต่กำลังตั้งคำถามใหม่ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ จะรุกอย่างไรให้ทิ้งห่างคู่แข่งในวันที่ตลาดอ่อนแอ?
การประกาศแผนธุรกิจใหญ่เป็นรายแรกของปี 2569 คือคำตอบที่ชัดเจนว่า แสนสิริเลือกที่จะ “รุก” ในจังหวะที่คนอื่นเลือกที่จะ “ถอย” คำถามที่น่าติดตามคือ อะไรคือเบื้องหลังความมั่นใจ และกลยุทธ์แบบไหนที่ทำให้ยักษ์ใหญ่รายนี้ไม่หวั่นไหว แม้ในวันที่พายุเศรษฐกิจกำลังปรับฐานวงการอสังหาฯ ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี
เริ่มแรก ผู้บริหารแสนสิริ เผยว่า ในช่วงที่ผ่านมา ธุรกิจอสังหาฯ ไทยต้องเผชิญกับ Perfect Storm ที่กดดันทั้งฝั่งอุปสงค์และอุปทาน โดยแบ่งเป็น 4 กลุ่มหลัก
ทำให้ในสภาวะเช่นนี้ แบรนด์ที่อ่อนแอเริ่มหายไป มีข่าวการปลดพนักงานเงียบๆ หรือแม้กระทั่งการผิดนัดชำระหุ้นกู้เกิดขึ้นในวงการ แต่นี่กลับกลายเป็น “โอกาส” ของแสนสิริ เพราะในยามที่ผู้บริโภคขวัญเสีย "ความน่าเชื่อถือของแบรนด์" กลายเป็นปัจจัยอันดับหนึ่งในการเลือกซื้อที่อยู่อาศัย
แสนสิริประกาศแผนงานปี 2569 ด้วยตัวเลขที่สะท้อนถึงความเก๋าเกม โดยตั้งเป้ายอดขายที่ 48,000 ล้านบาท และเป้ายอดโอนที่ 39,000 ล้านบาท ผ่านการเปิดตัว 33 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 51,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นทางมูลค่า แต่จำนวนใกล้เคียงกับ ปี 2568
กลยุทธ์หัวหอกที่สำคัญคือ
“ภูมิภักดิ์ จุลมณีโชติ” ประธานผู้บริหารสายกลยุทธ์ บมจ.แสนสิริ ได้วางรากฐานผ่าน 4 แกนหลักที่จะทำให้บริษัทไม่เพียงแค่รอดแต่จะ “โต” อย่างยั่งยืน
ขณะ “อุทัย อุทัยแสงสุข” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.แสนสิริ ได้ให้มุมมองที่สะท้อนถึงความเป็นจริงของตลาดได้อย่างน่าสนใจว่า …
“ปีที่ผ่านมาเป็นปีแห่งการแข่งขันที่ยากลำบากของธุรกิจอสังหาฯ ตั้งแต่ภัยธรรมชาติไปจนถึงสงครามการค้า แต่ด้วยความแข็งแกร่งของแสนสิริ ทำให้เราผ่านพ้นมาได้ หลายบทวิเคราะห์บอกว่าจีดีพีไทยอาจต่ำกว่า 2% และอสังหาฯ จะฝืนไม่ได้ แต่แสนสิริยังคงเดินหน้าด้วยแผนธุรกิจที่กระจายความเสี่ยงมากขึ้น เราให้น้ำหนักกับตลาดระดับกลางและต่างจังหวัด โดยเฉพาะในภูเก็ตที่มีศักยภาพสูง”
ทั้งนี้ แสนสิริ ยังขจัดความกังวลใน 3 ประเด็นสำคัญ
ทั้งนี้ เราอาจสรุปได้ว่า ในวันที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยเข้าสู่ยุค “Survival of the Fittest” หรือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดเท่านั้นที่จะอยู่รอด แสนสิริได้พิสูจน์ให้เห็นว่าการมี สินทรัพย์สูงถึง 148,426 ล้านบาท และการครองแชมป์กำไรสูงสุดในอุตสาหกรรม (ยอด 9 เดือน ปี 2568) ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่มาจากการวางกลยุทธ์ที่เฉียบคมและการสร้าง “Trust” ให้เกิดขึ้นในใจผู้บริโภค
แม้เศรษฐกิจมหภาคจะดูซบเซา แต่สำหรับแสนสิริ นี่คือช่วงเวลาแห่งการ “ปรับสมดุล” เพื่อให้เหลือเพียงผู้เล่นมืออาชีพ และเตรียมพร้อมรับการเติบโตครั้งใหม่เมื่อฟ้าหลังฝนมาถึง
อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney