สรุปแผนธุรกิจ"แสนสิริ" ปี 2569 เปิดโครงการใหม่ 5.1 หมื่นล้าน เบื้องหลังมุมมองอสังหาฯ และกลยุทธ์สู้

Business & Marketing

Marketing & Trends

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

สรุปแผนธุรกิจ"แสนสิริ" ปี 2569 เปิดโครงการใหม่ 5.1 หมื่นล้าน เบื้องหลังมุมมองอสังหาฯ และกลยุทธ์สู้

Date Time: 20 ม.ค. 2569 14:18 น.

Video

ต้นทุนพุ่ง! นำเข้าสินค้าออนไลน์ เตรียมรับมือ ภาษีนำเข้า 1 บาท (ม.ค. 69)  | Thairath Money Night Stand EP.25

Summary

“แสนสิริ” กับภาพลักษณ์แนวหน้า วงการอสังหาาฯ ไทยแสนล้าน เปิดเบื้องหลังแผนธุรกิจ ปี 2569 หลังประกาศเปิดโครงการใหม่มูลค่าสูง 5.1 หมื่นล้าน แม้ตลาดซบเซา เศรษฐกิจส่อโตต่ำ 2% แต่ทำไม?ไม่หวั่นไหว


Latest


ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ปกคลุมเศรษฐกิจไทยในปี 2569 ภาพของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไม่ได้อยู่ในจุดที่ “สดใส” นัก หลายเสียงในตลาดเริ่มส่งสัญญาณเตือนถึงภาวะ “อสังหาฯ ต้องไม่ฝืน” เมื่อ GDP ไทยถูกคาดการณ์ว่าจะเติบโตต่ำกว่า 2% บวกกับสารพัดปัจจัยลบที่ถาโถมเข้าใส่จนทำให้ผู้เล่นหลายรายต้องยอมทิ้งไพ่ในมือ

แต่ในจังหวะที่สนามรบนี้กำลังคัดกรองผู้ที่ “ไปต่อไม่ไหว” ออกจากระบบ พี่ใหญ่อย่าง “แสนสิริ” กลับไม่ได้อยู่ในสถานะที่ต้องลุ้นว่าจะรอดหรือไม่ แต่กำลังตั้งคำถามใหม่ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ จะรุกอย่างไรให้ทิ้งห่างคู่แข่งในวันที่ตลาดอ่อนแอ? 

การประกาศแผนธุรกิจใหญ่เป็นรายแรกของปี 2569 คือคำตอบที่ชัดเจนว่า แสนสิริเลือกที่จะ “รุก” ในจังหวะที่คนอื่นเลือกที่จะ “ถอย” คำถามที่น่าติดตามคือ อะไรคือเบื้องหลังความมั่นใจ และกลยุทธ์แบบไหนที่ทำให้ยักษ์ใหญ่รายนี้ไม่หวั่นไหว แม้ในวันที่พายุเศรษฐกิจกำลังปรับฐานวงการอสังหาฯ ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี


ฝ่ามรสุม ปัจจัยท้าทาย เมื่อตลาดอยู่ในโหมด “ปรับฐาน”

เริ่มแรก ผู้บริหารแสนสิริ เผยว่า ในช่วงที่ผ่านมา ธุรกิจอสังหาฯ ไทยต้องเผชิญกับ Perfect Storm ที่กดดันทั้งฝั่งอุปสงค์และอุปทาน โดยแบ่งเป็น 4 กลุ่มหลัก 

  • วิกฤติกำลังซื้อ: หนี้ครัวเรือนพุ่งแตะ 90% ของ GDP ส่งผลให้ธนาคารคุมเข้มการปล่อยกู้ (Tightened Credit) จนเกิดอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) ที่สูงลิ่วในกลุ่มบ้านราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท
  • โครงสร้างต้นทุนที่บิดเบี้ยว: จีดีพีโตต่ำแต่ราคาที่ดินกลับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง (High Land Prices) ซ้ำเติมด้วยค่าเงินบาทที่แข็งค่ากระทบต่อกำลังซื้อต่างชาติ
  • ระเบิดเวลาทางสังคม: การเข้าสู่ Aging Society อย่างเต็มตัวทำให้ Demand บ้านใหม่ในอนาคตลดลง รวมถึงความผันผวนทางการเมืองที่กระทบความเชื่อมั่น
  • ปัจจัยภายนอก: “Trump Effect” และกำแพงภาษี รวมถึงความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ที่สร้างความไม่แน่นอนให้กับเศรษฐกิจโลก

ทำให้ในสภาวะเช่นนี้ แบรนด์ที่อ่อนแอเริ่มหายไป มีข่าวการปลดพนักงานเงียบๆ หรือแม้กระทั่งการผิดนัดชำระหุ้นกู้เกิดขึ้นในวงการ แต่นี่กลับกลายเป็น “โอกาส” ของแสนสิริ เพราะในยามที่ผู้บริโภคขวัญเสีย "ความน่าเชื่อถือของแบรนด์" กลายเป็นปัจจัยอันดับหนึ่งในการเลือกซื้อที่อยู่อาศัย

แผนธุรกิจแสนสิริ ปี 2569 ไม่แผ่วแต่ "แม่นยำ"

แสนสิริประกาศแผนงานปี 2569 ด้วยตัวเลขที่สะท้อนถึงความเก๋าเกม โดยตั้งเป้ายอดขายที่ 48,000 ล้านบาท และเป้ายอดโอนที่ 39,000 ล้านบาท ผ่านการเปิดตัว 33 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 51,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นทางมูลค่า แต่จำนวนใกล้เคียงกับ ปี 2568 

กลยุทธ์หัวหอกที่สำคัญคือ 

  • Focus on Quality: เน้นสัดส่วนกลุ่ม Premium และ Medium สูงถึง 80% เพื่อเจาะกลุ่มที่มีกำลังซื้อจริงและได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจน้อยกว่า
  • Horizontal Expansion: เปิดแนวราบ 17 โครงการ (มูลค่า 25,000 ล้านบาท) ชูแบรนด์นาราสิริ และเศรษฐสิริ พร้อมรุกตลาดกลุ่ม DINK (คู่รักที่ไม่มีบุตร) และกลุ่ม Silver Age
  • Vertical Strategy: คอนโดมิเนียม 16 โครงการ (มูลค่า 26,000 ล้านบาท) เปิดแบรนด์ใหม่ LOVE by Sansiri และการกลับมาของระดับตำนานอย่าง XT และ THE MONUMENT

วิเคราะห์เบื้องหลังความแข็งแกร่ง 4 กลยุทธ์สู้ศึกผันผวน

“ภูมิภักดิ์ จุลมณีโชติ” ประธานผู้บริหารสายกลยุทธ์ บมจ.แสนสิริ ได้วางรากฐานผ่าน 4 แกนหลักที่จะทำให้บริษัทไม่เพียงแค่รอดแต่จะ “โต” อย่างยั่งยืน 

  1. รุกตลาดกลาง-บน: บริหารสต็อกอย่างมีประสิทธิภาพ รักษาปริมาณสินค้าพร้อมโอนในระดับที่เหมาะสม (3,200 – 3,400 ยูนิต) เพื่อรักษาสภาพคล่อง
  2. ความเป็นแบรนด์อันดับ 1: ใช้จุดแข็งด้าน Design และบริการหลังการขายจาก พลัส พร็อพเพอร์ตี้ และ LIV-24 เป็นเกราะป้องกันคู่แข่ง
  3. New S-Curve: ขยายไปสู่ธุรกิจรับสร้างบ้าน "Crafted by Sansiri" (เป้า 500 ล้านบาท) และตั้งกองทุน 1,000 ล้านบาท ลงทุนในธุรกิจศักยภาพสูงเพื่อเพิ่มรายได้จากธุรกิจใหม่เป็น 25% ใน 5 ปี
  4. Balance Sheet Management: ใช้การร่วมทุน (Joint Venture) เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงินและขยายขีดความสามารถในการแข่งขัน


มุมมองจากแม่ทัพ: "อสังหาฯ ฝืนไม่ได้ แต่ต้องเดินต่อด้วยความเก๋า"

ขณะ “อุทัย อุทัยแสงสุข” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.แสนสิริ ได้ให้มุมมองที่สะท้อนถึงความเป็นจริงของตลาดได้อย่างน่าสนใจว่า …

“ปีที่ผ่านมาเป็นปีแห่งการแข่งขันที่ยากลำบากของธุรกิจอสังหาฯ ตั้งแต่ภัยธรรมชาติไปจนถึงสงครามการค้า แต่ด้วยความแข็งแกร่งของแสนสิริ ทำให้เราผ่านพ้นมาได้ หลายบทวิเคราะห์บอกว่าจีดีพีไทยอาจต่ำกว่า 2% และอสังหาฯ จะฝืนไม่ได้ แต่แสนสิริยังคงเดินหน้าด้วยแผนธุรกิจที่กระจายความเสี่ยงมากขึ้น เราให้น้ำหนักกับตลาดระดับกลางและต่างจังหวัด โดยเฉพาะในภูเก็ตที่มีศักยภาพสูง”

ทั้งนี้ แสนสิริ ยังขจัดความกังวลใน 3 ประเด็นสำคัญ 

  • Rejection Rate: แสนสิริมีอัตราปฏิเสธสินเชื่อเพียง 10% (ขณะที่ตลาดสูงถึง 40-60%) เพราะฝ่ายขายทำหน้าที่เสมือนเจ้าหน้าที่ประเมินสินเชื่อเบื้องต้น และธนาคารให้ความเชื่อมั่นในมูลค่าหลักทรัพย์ของแบรนด์
  • หุ้นกู้: บริษัทยืนยันความมั่นคง ไม่มีประวัติผิดนัดชำระ และมีกระแสเงินทุนเพียงพอ โดยการออกหุ้นกู้ที่ผ่านมามักจะมียอดจองเกิน (Over Subscribe) เสมอ
  • กำลังซื้อต่างชาติ: ยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยปีนี้ตั้งเป้าที่ 7,900 ล้านบาท จากฐานลูกค้าญี่ปุ่น รัสเซีย และอินเดียที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ


บทสรุป เมื่อความเชื่อมั่น คือ โอกาสเติบโตใหม่ของเบอร์ใหญ่อสังหาฯ

ทั้งนี้ เราอาจสรุปได้ว่า ในวันที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยเข้าสู่ยุค “Survival of the Fittest” หรือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดเท่านั้นที่จะอยู่รอด แสนสิริได้พิสูจน์ให้เห็นว่าการมี สินทรัพย์สูงถึง 148,426 ล้านบาท และการครองแชมป์กำไรสูงสุดในอุตสาหกรรม (ยอด 9 เดือน ปี 2568)  ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่มาจากการวางกลยุทธ์ที่เฉียบคมและการสร้าง “Trust” ให้เกิดขึ้นในใจผู้บริโภค

แม้เศรษฐกิจมหภาคจะดูซบเซา แต่สำหรับแสนสิริ นี่คือช่วงเวลาแห่งการ “ปรับสมดุล” เพื่อให้เหลือเพียงผู้เล่นมืออาชีพ และเตรียมพร้อมรับการเติบโตครั้งใหม่เมื่อฟ้าหลังฝนมาถึง


อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https:// www.facebook.com/ThairathMoney



Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ