
สุขุมวิท ทำเลที่ไม่มีวันตาย ตลาดวาย แต่ทำไมยัง "รอด" SC Asset พลิกแปลงที่ดิน "บ้านเก่า" ติดถนนสุขุมวิท มูลค่านับหลายพันล้าน สู่คอนโดฯหรู “STILL Sukhumvit 20” ที่มีราคาแพงสุดในรอบ 10 ปี
ท่ามกลางพาดหัวข่าวเศรษฐกิจที่น่ากังวลจาก Nikkei Asia ที่ระบุว่าอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังเผชิญภาวะซบเซาที่สุดนับตั้งแต่ปี 1997 โดยมีหน่วยเหลือขายสะสมกว่า 400,000 ยูนิต จนผู้ประกอบการหลายรายเริ่ม "ไม่เชื่อ" ในกำลังซื้อจริงและเลือกที่จะชะลอการเปิดโครงการใหม่
แต่ในความเงียบเหงาของตลาด กลับมีปรากฏการณ์ที่สวนทางเกิดขึ้นบนถนนสุขุมวิท เมื่อ SC Asset ตัดสินใจขยับตัวครั้งใหญ่ด้วยการเปิดตัวโครงการ “STILL Sukhumvit 20” คอนโดมิเนียมระดับอัลตราลักชัวรี มูลค่า 6,000 ล้านบาท ที่มีราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรสูงที่สุดในรอบ 10 ปีของบริษัท (นับตั้งแต่โครงการ 28 Chidlom และ Saladaeng One) อะไรคือเหตุผลที่ทำให้ "สุขุมวิท" ยังคงเป็นทำเลที่ไม่มีวันตาย และคำว่า "ตลาดวาย" ใช้ไม่ได้กับที่นี่?
หัวใจสำคัญของโปรเจกต์นี้คือการคว้าที่ดินขนาดราว 3 ไร่ ซึ่งเดิมเป็น "บ้านเก่าสไตล์สุขุมวิท" ที่แฝงไปด้วยมนต์ขลังและ Heritage บนทำเลที่เรียกได้ว่าเป็น "ไข่แดงแท้" ติดถนนใหญ่สุขุมวิท ใกล้กับ EM District เพียง 200 เมตร
ในวันที่ราคาที่ดินพุ่งสูงถึง 2.8 - 3 ล้านบาทต่อตารางวา การครอบครองที่ดินแปลงใหญ่ริมถนนที่เป็น Freehold กลายเป็นเรื่องที่ "มีเงินก็ใช่ว่าจะหาซื้อได้" การพลิกโฉมที่ดินบ้านเก่ามูลค่าหลายพันล้านบาทให้กลายเป็นที่พักอาศัยแนวดิ่ง จึงไม่ใช่แค่การสร้างตึก แต่คือการรักษา "สถานะ" ของที่ดินที่ทรงคุณค่าที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ
ส่วนอีกคำถามที่ว่า ทำไม SC ถึงกล้าเปิดตัวโครงการในภาวะที่คนอื่นถอย? คำตอบอยู่ที่การอ่าน Game Change ของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ภายใต้แนวคิด Understated Residence หรือ ความหรูหราแบบไม่ต้องตะโกน
ซึ่ง ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ซีอีโอบริษัท ระบุว่า ในยุคที่โลกวุ่นวายและคาดเดาไม่ได้ กลุ่มมหาเศรษฐี (Upper-class) ไม่ได้มองหาความอู้ฟู่ที่ฉาบฉวย แต่มองหา "ความสงบ (Soulful Living)" และ "รสนิยม (Quiet Luxury)" โครงการ STILL Sukhumvit 20 จึงถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์คนที่มี Social Status มั่นคงในตัวเอง ไม่ต้องการอวดใคร แต่ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว (มีเพียง 124 ยูนิต และ Private Lift ทุกห้อง) รวมถึงพื้นที่จอดรถถึง 175% และบริการระดับ Branded Residence 24 ชั่วโมง
ตัวเลขที่น่าตกใจคือ แม้โครงการจะเพิ่งเปิดขาย แต่กลับทำยอดขายไปได้แล้วถึง 60% รวมถึง Penthouse ราคา 250 ล้านบาทที่ถูกจองไปแล้ว นี่คือเครื่องยืนยันว่า "กำลังซื้อระดับบน" ยังมีอยู่จริง เพียงแต่พวกเขาเลือกเฉพาะโปรดักส์ที่ "ใช่" ในทำเลที่ "จริง" เท่านั้น
ความสำเร็จนี้ยังตอกย้ำภาพลักษณ์ที่ ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ CEO ของบริษัท กล่าวถึงความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีต่อแบรนด์ SC ในฐานะ "ผู้นำอสังหาฯ บ้าน-คอนโด ระดับ 30 ล้านบาทขึ้นไป" ว่า SC สามารถครองส่วนแบ่งตลาด (Market Share) เป็นอันดับ 1 ที่ 25% ต่อเนื่อง ด้วยมูลค่าตลาดรวมกว่า 60,000 ล้านบาทในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา
ด้าน กนกอร หลิมกำเนิด กลุ่มธุรกิจพัฒนาทรัพย์สินแนวสูง และลูกค้าต่างประเทศ เสริมว่า แม้ภาพรวมตลาดอสังหาฯ จะดูไม่สดใส มีอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Reject) สูง แต่สินค้าในพอร์ตของบริษัทยังคงไปได้ โดยในปี 2569 นี้ SC มีแผนเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่รวมถึง 3 โครงการ (ทั้งแบรนด์ใหม่และแบรนด์เดิม) ในระดับลักชัวรีและซูเปอร์ลักชัวรี
ความน่าสนใจคือ SC มองว่าปีนี้ยูนิตใหม่ในตลาดจะมีมากกว่าปีก่อนจากภาวะ "อั้น" ซึ่งจะช่วยให้บรรยากาศดีขึ้น โดยมีกลยุทธ์การแข่งขันที่ชัดเจนคือ
ทั้งนี้ สุขุมวิทยังคงเป็นทำเลที่มี Rental Yield เฉลี่ยสูงถึง 5.3% และเป็นศูนย์รวมของโรงเรียนนานาชาติกว่า 10 แห่ง รวมถึง Lifestyle Hub ระดับโลก ทำให้ที่นี่เป็นตัวเลือกแรกของทั้งนักลงทุนไทยและต่างชาติ
ปรากฏการณ์ของ STILL Sukhumvit 20 สะท้อนให้เห็นว่า ในวิกฤติ อสังหาฯ ที่หลายคนมองว่า "ตลาดวาย" แท้จริงแล้วมันคือการ "คัดกรอง" ผู้เล่นที่แท้จริง ขณะทำเลสุขุมวิท จะยังคงรอดด้วยความเป็น "ศูนย์กลางเศรษฐกิจที่ไม่หยุดนิ่ง" และการปรับตัวของผู้พัฒนาที่เข้าใจว่าความหรูหราในยุคใหม่ คือ การส่งต่อคุณค่าของพื้นที่ (Heritage) สู่ไลฟ์สไตล์ที่ยั่งยืน ทำให้สุขุมวิทในวันนี้จึง เปรียบเสมือนเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีวันเสื่อมค่านั่นเอง
ติดตามข่าวสารด้านการตลาด กับ Thairath Money ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney