
นายสุวิทย์ อินทรเฉลิม Vice President ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสังคมและเทคโนโลยี หนังสือยังคงเป็นแหล่งความรู้ที่ทรงคุณค่า ช่วยเปิดโลกทัศน์ เสริมสร้างจินตนาการ พัฒนากระบวนการคิด และปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างยั่งยืน อย่างไรก็ตามยังมีโรงเรียนและห้องสมุดจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล ที่ขาดแคลนหนังสือและสื่อการเรียนรู้ที่เหมาะสม
ทั้งนี้ธนาคารกรุงเทพเล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนจากการอ่านหนังสือมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างกระบวนการคิด การจินตนาการ การเชื่อมโยงข้อมูลอย่างมีเหตุผล ตลอดจนเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาทักษะสมอง EF (Executive Functions) ประกอบกับสถานการณ์อุทกภัยอย่างรุนแรง ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน
รวมถึงสถานศึกษาและห้องสมุดจำนวนไม่น้อยที่ได้รับความเสียหาย จึงร่วมมือกับสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น เดินหน้าส่งเสริมโลกแห่งการอ่านอย่างต่อเนื่องมาเป็นปี 17 โดยส่งมอบหนังสือชุดนิทานปั้นปัญญา เสริมทักษะ พัฒนา EF ผนวกหนังสือกิจกรรมบูรณาการสำหรับเด็กปฐมวัย พร้อมหนังสืออ่านนอกเวลาให้กับ 400 โรงเรียน โรงเรียนละ 20,000 บาท ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมถึงโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม ภายใต้แนวคิดธนาคารแห่งความรู้ คิดเป็นมูลค่ากว่า 8 ล้านบาท
ดร.วิษณุ ทรัพย์สมบัติ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เผยว่า ทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ตระหนักถึงสถานการณ์ความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศ โดยเฉพาะเหตุการณ์อุทกภัยในภาคใต้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อโรงเรียน ห้องสมุด และแหล่งเรียนรู้จำนวนมาก การสนับสนุนหนังสือในครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการเติมเต็มทรัพยากรทางการศึกษา แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูโอกาสการเรียนรู้ให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอีกด้วย
อย่างไรก็ตามภายในงานแถลงข่าวซึ่งจัดในรูปแบบ Hybrid Event ได้รับเกียรติจาก นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เป็นประธานในพิธีมอบหนังสือให้แก่ ดร.วิษณุ ทรัพย์สมบัติ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อส่งต่อให้กับโรงเรียน 400 แห่งทั่วประเทศ โดยมีนายอาทร เตชะธาดา กรรมการที่ปรึกษา บริษัท สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จำกัด พร้อมด้วยผู้แทนจากกระทรวงศึกษาธิการ ผู้บริหารสพฐ. ครูและบรรณารักษ์จากโรงเรียนต่าง ๆ มาร่วมงาน รวมถึงได้จัดทำระบบ Online เพื่อให้ครู อาจารย์ และแขกผู้มีเกียรติสามารถร่วมเป็นสักขีพยาน
รับคลื่นลงทุนยุค AI : บมจ. ซินเน็ค (ประเทศไทย) หรือ SYNNEX เปิดบ้านจัดงาน SYNNEX OPEN HOUSE 2026” พร้อมประกาศทิศทางและกลยุทธ์การเติบโตเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) ภายใต้แนวคิด Empowering the Future Together มุ่งยกระดับบทบาทองค์กรจากผู้จัดจำหน่าย สู่การเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านเทคโนโลยี เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกับพันธมิตรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระบบนิเวศเทคโนโลยีไทยสะท้อนศักยภาพการเติบโตระยะยาวของธุรกิจ มุ่งสู่เป้าหมายรายได้แตะ 53,000 ล้านบาท
โดยภายในงาน SYNNEX ได้เปิดตัว Synnex Technology Showcase พื้นที่จัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมครบวงจร ที่นำเสนอเทคโนโลยีผ่านประสบการณ์การใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน สะท้อนบทบาทของเทคโนโลยีที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินชีวิต พร้อมกันนี้ยังได้แสดงศักยภาพด้านโครงสร้างพื้นฐานผ่านคลังสินค้าอัจฉริยะที่นำ ระบบ System 5 มาใช้งานเป็นแห่งแรกในประเทศไทย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความแม่นยำ และรองรับการเติบโตของธุรกิจและพันธมิตรในอนาคต
สุขทันทีที่เที่ยวไทย : นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. กล่าวว่า ในปี 2569 เราจะเดินหน้าสื่อสารและกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ ผ่านแคมเปญสุขทันทีที่เที่ยวไทย เพื่อสร้างความสุขแก่นักท่องเที่ยวได้ทันทีที่ออกเดินทาง โดยมุ่งส่งมอบประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ทั้งร่างกายและจิตใจ ในรูปแบบ Holistic Travel ซึ่งเป็นมากกว่า Wellness Tourism ทั่วไป ให้การเดินทางเป็นการเติมพลังชีวิตทั้งด้านกาย ใจ และอารมณ์ ควบคู่กับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและรักษ์โลก
พร้อมกระตุ้นการใช้จ่ายผ่านสินค้าท่องเที่ยวมูลค่าสูงภายใต้ Thailand Premium พร้อมยกระดับความหมายของคำว่าความสุข ให้ลึกซึ้งและชัดเจนมากขึ้น ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการพักผ่อนหรือความสนุกในช่วงเวลาสั้น ๆ แต่เป็นความสุขที่เกิดจากการเดินทางซึ่งสะท้อนตัวตน ความเชื่อ และคุณค่าภายในของแต่ละคน (Identity-led Travel)
สอดคล้องกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่เลือกออกเดินทางอย่างมีเป้าหมาย และให้ความสำคัญกับคุณค่าทางอารมณ์มากกว่าปริมาณประสบการณ์ เราเชื่อว่า Purpose is the New Pleasure หรือการเดินทางที่มีเป้าหมายเพื่อเติมเต็มคุณค่าของชีวิต ความสุขที่ได้รับนั้นย่อมลึกซึ้งและมีความหมายมากขึ้นตามไปด้วย
ทั้งนี้ การต่อยอดแคมเปญสุขทันทีที่เที่ยวไทยมุ่งกระตุ้นให้ผู้คนตัดสินใจออกเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ผ่านการสื่อสารความสุขที่ลึกซึ้งขึ้นใน 3 ธีม หลัก ได้แก่ Memory (ความทรงจำ) ความสุขจากการได้กลับไปเชื่อมโยงกับตัวตนและความทรงจำที่ดีในอดีต เพื่อนำมาเป็นพลังในการใช้ชีวิตปัจจุบัน, Miracle (ความมหัศจรรย์) ความสุขและความอิ่มเอมใจจากการได้สัมผัสความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ รวมถึงความงดงามของ ภูมิปัญญา และ Giving (การส่งต่อ) ความสุขจากการมอบสิ่งดีให้กับตัวเอง ผู้อื่น และโลกใบนี้ ซึ่งเป็นการเติมเต็มคุณค่าทางใจ และสร้างความหมายที่ยั่งยืนให้ทุกการเดินทาง
"ในปีนี้ ททท. ได้ทำงานร่วมกับ Creators มาร่วมสร้างสรรค์เรื่องราวและถ่ายทอดความสุขจากประสบการณ์จริง ผ่านมุมมองที่สะท้อนความเป็นตัวเอง เราต้องการใช้พลังของการเล่าเรื่องจากคนจริง เพื่อแบ่งปันคุณค่าของการท่องเที่ยวในแบบที่เข้าถึงผู้คน และจุดประกายให้นักท่องเที่ยวลุกขึ้นออกเดินทาง ค้นหาความสุข และช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ในแบบของตัวเอง"