รอบรั้วการตลาด : Xiaomi เปิดโรงงานโชว์ศักยภาพชิงอันดับโลกด้วยมาตรฐานการผลิต

Business & Marketing

Marketing & Trends

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

รอบรั้วการตลาด : Xiaomi เปิดโรงงานโชว์ศักยภาพชิงอันดับโลกด้วยมาตรฐานการผลิต

Date Time: 2 ม.ค. 2569 07:00 น.

Video

เบื้องหลังโลก “คริปโต” จากเคยถูกต่อต้าน ทำไมตอนนี้ทั้งรัฐบาล ธนาคารถึงยอมรับ ? | Digital Frontiers EP.52

Summary

เสียวหมี่ เปิดโรงงานโชว์ศักยภาพการผลิตสมาร์ทโฟนระดับเรือธง มีความโดดเด่นที่เป็นโรงงานอัจฉริยะ พร้อมชิงอันดับโลกด้วยมาตรฐานการผลิต

Latest


จากข้อมูลของ Canalys บริษัทวิจัยตลาดเทคโนโลยีระดับโลก ระบุว่าในสิ้นปี 2025 ตลาดสมาร์ทโฟนโลกมีผู้นำหลัก 5 แบรนด์ โดย Samsung ครองอันดับ 1 ด้วยส่วนแบ่งราว 19-20% ตามด้วย Apple ที่ 17-18% โดย  Xiaomi หรือ เสียวหมี่ ซึ่งเพิ่งก่อตั้งในปี 2010 สามารถก้าวขึ้นสู่อันดับ 3 ของโลกด้วยส่วนแบ่ง 14% ภายในเวลาเพียง 15 ปี แซงหน้าแบรนด์เก่าแก่อย่าง VIVO และ OPPO ที่ตามมาในอันดับ 4 และ 5 ได้อย่างน่าทึ่ง      

ทั้งนี้ความสำเร็จของเสียวหมี่ยิ่งโดดเด่นเมื่อเทียบกับคู่แข่งขันที่มีประวัติยาวนานกว่าไม่ว่าจะเป็น Samsung ที่ก่อตั้งในปี 1938 หรือ Apple ที่ถือกำเนิดในปี 1976 และเป็นผู้ปฏิวัติวงการสมาร์ทโฟนด้วย iPhone ในปี 2007  ขณะที่ OPPO และ VIVO ซึ่งเข้าสู่ตลาดสมาร์ทโฟนก่อนเสี่ยวหมี่ก็ยังไม่อาจขยับขึ้นมาในระดับเดียวกันได้ 

คำถามสำคัญคือ อะไรคือปัจจัยที่ทำให้เสียวหมี่เติบโตได้รวดเร็วและแข็งแกร่งเช่นนี้  คำตอบส่วนหนึ่งอยู่เบื้องหลัง  โรงงานผลิตสมาร์ทโฟน ของเสียวหมี่ที่ผสานเทคโนโลยีการผลิตอัจฉริยะ การวิจัยพัฒนาและระบบอัตโนมัติขั้นสูง  จนกลายเป็นรากฐานสำคัญของความสามารถในการแข่งขันในระดับโลก     


มาถึงวันนี้เสียวหมี่ขึ้นแท่นสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ที่มาแรงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  พร้อมๆกับการขยายไลน์สินค้าที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของผู้บริโภค อาทิ สมาร์ททีวี กล้องวงจรปิด เครื่องดูดฝุ่น ตู้เย็น นาฬิกาข้อมือ ฯลฯ ไปจนถึงรถยนต์ไฟฟ้า(EV) รวมผลิตภัณฑ์มากกว่า 200 ชนิด มีผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนเสียวหมี่ทั่วโลกมากกว่า 600 ล้านเครื่อง มีการประเมินมูลค่าบริษัทว่าสูงมากกว่า 6 ล้านล้านบาท         

ทั้งนี้เพื่อเปิดเผยให้เห็นถึงความสำเร็จขององค์กร  ในช่วงเดือนธันวาคม 2025 ที่ผ่านมาเสียวหมี่ได้เปิดบ้านให้สื่อมวลชนต่างประเทศเข้าชมโรงงานสมาร์ทโฟนที่เมืองวิทยาศาสตร์อนาคตชางผิง กรุงปักกิ่ง  เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำของสินค้าที่มีมาตรฐานสูงระดับโลกในการผลิตด้วยระบบอัจฉริยะอัตโนมัติ  


โดยโรงงานแห่งนี้มีพื้นที่โครงการ 81,000 ตารางเมตร เริ่มสายการผลิตเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2024  โดยเน้นสมาร์ทโฟนระดับเรือธง มีความโดดเด่นที่เป็นโรงงานอัจฉริยะ มีสายการประกอบอัตโนมัติ 100% จึงมีความแม่นยำสูง  สามารถผลิตสมาร์ทโฟนได้มากกว่า 10 ล้านเครื่องต่อปี  โดยใช้เวลาในการผลิตเฉลี่ยประมาณ 6 วินาทีต่อสมาร์ทโฟน 1 เครื่อง

นอกจากระบบการผลิตที่แม่นยำและรวดเร็วอย่างน่าอัศจรรย์แล้ว โรงงานอัจฉริยะของเสียวหมี่ยังมีระบบการทดสอบขั้นสุดท้ายหลังการประกอบ  มีการทดสอบประสิทธิภาพและการทำงานขั้นสุดท้าย เช่น การใช้พลังงาน ประสิทธิภาพเสาอากาศ ระบบเสียง  กล้อง  หน้าจอ เซนเซอร์ และส่วนประกอบอื่นๆเพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ทุกเครื่องผ่านมาตรฐานทางเทคนิคที่กำหนด  รวมไปถึงการจำลองการใช้งานสมาร์ทโฟนในระยะยาวเพื่อตรวจสอบเสถียรภาพของประสิทธิภาพ  อายุการใช้งานแบตเตอรี่ ฯลฯ


ทางโรงงานสมาร์ทโฟนบอกว่า โรงงานแห่งนี้สามารถพัฒนาซอฟต์แวร์ด้วยตนเอง 100% หัวใจหลักคือแพลตฟอร์ม Xiaomi Hyper Intelligent Manufacturing Platform (IMP)  ซึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบและควบคุมทุกขั้นตอนของการดำเนินงานภายในโรงงานโดยอัตโนมัติ  ส่วนในด้านฮาร์ดแวร์ โรงงานมีอัตราการพัฒนาอุปกรณ์ด้วยตนเองสูงถึง 96.8%

สิ่งที่สะท้อนความสำเร็จของเสียวหมี่คือการทุ่มทุนและทุ่มเทด้านงานวิจัยและพัฒนา(R&D) ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2025 เสียวหมี่ ลงทุนด้าน R&D เป็นมูลค่า 23,500ล้านหยวน (ประมาณ 103,870ล้านบาท) โดยเฉพาะในไตรมาส 3 บริษัทใช้งบ R&D ถึง 9,100ล้านหยวน(ประมาณ 40,222 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นถึง 52.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า 

และถือเป็นสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ผลตอบแทนที่กลับมาคือผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2025 เสียวหมี่มีรายได้สูงถึง 113,100 ล้านหยวน (ประมาณ 5 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้น 22.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นับเป็นไตรมาสที่สี่ติดต่อกันที่รายได้ทะลุ 100,000 ล้านหยวน(ประมาณ 442,000 ล้านบาท) ขณะที่กำไรสุทธิหลังปรับปรุงเพิ่มขึ้น 80.9% .เป็น 11,300 ล้านหยวน(ประมาณ 49,946 ล้านบาท) สูงสุดเท่าที่เสียวหมี่เปิดดำเนินการมา


นอกจากโรงงานสมาร์ทโฟนอัจฉริยะ เสียวหมี่ยังเปิดให้สื่อมวลชนต่างประเทศเข้าเยี่ยมชมโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีปักกิ่ง (Beijing E-Town) บนพื้นที่กว่า 718,000 ตารางเมตร ซึ่งรวมทุกฟังก์ชั่นสำคัญไว้ในที่เดียว  โรงงานแห่งนี้สามารถผลิตรถยนต์ได้ 1 คัน ทุก 76 วินาที ด้วยเทคโนโลยี Hyper Die-Casting การผลิตที่ทันสมัยและระบบการตรวจสอบคุณภาพที่เหนือมาตรฐาน โดยมีหุ่นยนต์มากกว่า 700 ตัวทำงานร่วมกันอย่างประสานสอดคล้องและมีความแม่นยำสูง

เสียวหมี่ให้ข้อมูลว่าในไตรมาส 3 ปี 2025 ได้ส่งมอบ EV ไปแล้วกว่า 1 แสนคัน และมั่นใจว่ารถEV เสียวหมี่ จะเป็นEVจีนที่สามารถแข่งขันได้ในตลาดรถยนต์ระดับคุณภาพทั่วโลก  โดยเสี่ยวหมี่ตั้งเป้าจะส่งรถEVรุกตลาดยุโรปในปี 2027 

จากแบรนด์ที่เคยถูกปรามาสว่าไปก็อปปี้คนอื่นและใช้ไม่ทน วันนี้การเติบโตที่พิสูจน์ด้วยส่วนแบ่งทางการตลาด ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ การพัฒนาด้านเทคโนโลยี และผลประกอบการได้เปลี่ยนเสียงวิจารณ์เป็นเสียงชื่นชมว่าเสียวหมี่ มิใช่เพียงน้องใหม่ที่มาแรง แต่กำลังจะเป็นผู้ช่วงชิงตำแหน่งผู้นำบนยอดบัลลังก์ที่คู่แข่งขันไม่อาจมองข้าม


ปิดหนี้ไว ไปต่อได้ : นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM กล่าวว่า ในวันจันทร์ที่ 5 มกราคม 2569 ถือเป็นวันแรกที่โครงการ ปิดหนี้ไว ไปต่อได้ เปิดโอกาสให้ลูกหนี้รายย่อย ประเภทบุคคลธรรมดาที่เป็นหนี้เสียแบบไม่มีหลักประกัน เกินกว่า 90 วัน (NPLs) ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 และมีภาระหนี้รวมกันไม่เกิน 100,000 บาท 

โดยเริ่มลงทะเบียนสมัครเข้าร่วมโครงการฯ อย่างเป็นทางการผ่าน เว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทย www.bot.or.th  เพื่อตรวจสอบสิทธิ์และคุณสมบัติว่าตรงตามเงื่อนไขโครงการหรือไม่ ทั้งนี้ ภายหลังการลงทะเบียนแสดงความประสงค์สมัครเข้าร่วมโครงการ  ปิดหนี้ไว ไปต่อได้ แล้วลูกหนี้จะได้รับ SMS แจ้งผลการพิจารณาผ่านหมายเลขโทรศัพท์ที่ลูกหนี้ให้ข้อมูลไว้ในขั้นตอนการลงทะเบียน และ SAM จะติดต่อกลับเพื่อแจ้งรายละเอียดการดำเนินการในขั้นต่อไป 

ขณะนี้ขั้นตอนการโอนหนี้ระหว่างธนาคารพาณิชย์ และบริษัทในกลุ่มของธนาคารพาณิชย์ หรือ Non-bank ที่เข้าร่วมโครงการได้ดำเนินการและมีความคืบหน้าตามแผนงานที่กำหนด โดยมีลูกหนี้กลุ่มเป้าหมายทั้งหมดประมาณ 1.6 ล้านบัญชี หรือ 1.2 ล้านราย คิดเป็นภาระหนี้รวมทั้งสิ้นถึง 43,600 ล้านบาท

และจะเริ่มต้นเปิดรับลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการปิดหนี้ไว ไปต่อได้ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อให้ลูกหนี้มีความสะดวกในการติดต่อ SAM ได้มอบหมายให้สถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้เป็นผู้รับคำขอและดำเนินการแทน โดยลูกหนี้ที่มีเจ้าหนี้รายเดียวสามารถติดต่อขอปรับโครงสร้างหนี้กับสถาบันการเงินเจ้าหนี้ได้โดยตรง ส่วนลูกหนี้ที่เป็นหนี้หลายสถาบันการเงินติดต่อได้โดยตรงที่ SAM

 โครงการปิดหนี้ไว ไปต่อได้ มี  2 มาตรการปรับโครงสร้างหนี้แบบผ่อนปรน ให้ลูกหนี้สามารถเลือกเงื่อนไขการชำระหนี้ได้ตามศักยภาพหรือความสามารถ ได้แก่ 1. มาตรการ จ่าย ปิด จบคือ ให้ลูกหนี้จ่ายชำระหนี้บางส่วนเพื่อปิดจบหนี้ในทันที และ 2. มาตรการผ่อนชำระหนี้เป็นงวดคือ ให้ลูกหนี้ผ่อนชำระหนี้เป็นระยะเวลาผ่อนสูงสุด 3 ปี และจะได้รับยกเว้นดอกเบี้ยระหว่างที่เข้าร่วมโครงการ  

สำหรับ ผู้สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการสามารถติดตามข่าวสารที่เว็บไซต์ www.sam.or.th   และเว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทย www.bot.or.th  หรือสอบถามข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SAM Call Center 1443 กด 6  และ Line: @samsocialamc หรือ BOT Contact Center 1213 รวมทั้งสถาบันการเงินเจ้าหนี้เดิมของลูกหนี้


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ