The Residences at Dusit Central Park เคสที่ทำให้ตลาดจับตา เมื่อไม่ได้ขายแค่ "ห้องหรู"

Business & Marketing

Marketing & Trends

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

The Residences at Dusit Central Park เคสที่ทำให้ตลาดจับตา เมื่อไม่ได้ขายแค่ "ห้องหรู"

Date Time: 30 ต.ค. 2568 15:11 น.

Video

บทเรียนจากวิกฤติ สู่แผนลงทุนปี 2026 จากงาน "THE INVESTORS" | SET x Thairath Money

Summary

ไม่ได้ขายห้องหรู แต่ขาย“รสนิยม”เฟอร์นิเจอร์แพ็กเกจ จุดขายใหม่ อสังหาฯไทยระดับบน ก้าวสู่ Branded Residence ระดับโลก เมื่อคนรวยมองโซฟาหลักแสน เตียงนอนหลักล้าน เหมือน แฟชั่นแบบ limited edition

เมื่อเราพูดถึง “คอนโดมิเนียมหรูกลางเมือง” ที่ราคาเลื่อนจากหลักร้อยล้านขึ้นไป สิ่งนี้ ไม่ได้หมายถึงทำเลที่ “Rare” เท่านั้นอีกแล้ว แต่คือการแข่งกันในระดับ รายละเอียดของชีวิต โดยเฉพาะ “เฟอร์นิเจอร์ + ดีไซน์” ที่กลายเป็นเกมใหม่ของตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับบน


จาก “ของแถม” สู่บริการที่คิดมาแล้ว

ในอดีต เคยเป็นเรื่องธรรมดาที่ซื้อคอนโดฯ แล้วจะได้ “เฟอร์นิเจอร์พร้อมอยู่” เป็นของแถมท้ายโครงการแต่ตอนนี้ ในตลาดลักซ์ชัวรี่ - ซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ คำว่า "แพ็กเกจเฟอร์นิเจอร์"  กลับกลายเป็นจุดขายหลักไม่แพ้ตัวโปรดักส์ปัจจุบัน จะเห็นได้ว่า ดีเวลอปเปอร์เริ่มนำเสนอ “Furniture Package” ในรูปแบบบริการเสริมแบบ curated ที่ไม่ใช่แค่ให้โต๊ะ ,โซฟา ,ตู้เตียงแบบเซ็ตสำเร็จรูปอีกแล้ว แต่เป็น แพ็กเกจที่ผ่านการคัดเลือกและออกแบบโดยดีไซเนอร์ระดับโลก และบางโครงการให้เลือก 3-5 Mood & Tone ตามสไตล์การใช้ชีวิตของลูกค้า

ทำไมมันขายได้และเพิ่มมูลค่าได้จริง

1.ลด Pain ของลูกค้า

  • ผู้ซื้อคอนโดฯ 100-500 ล้าน มักไม่มีเวลามานั่งเลือกเฟอร์นิเจอร์เอง
  • ดีเวลอปเปอร์ที่จัดให้ครบพร้อมอยู่ ช่วยลดขั้นตอน + เพิ่มความสะดวก

2.เพิ่มมูลค่าทางใจ (Perceived Value)

  • เฟอร์นิเจอร์จากแบรนด์ดัง เหมือนซื้อแฟชั่นแบบ limited edition

3.ดีเวลอปเปอร์ได้ Margin เพิ่ม โดยไม่ต้องลดราคา

  • การขาย “แพ็กเกจเฟอร์นิเจอร์” หลักล้าน ช่วยให้โครงการขยับภาพลักษณ์ขึ้น
  • เมื่อต่อยอดร่วมกับแบรนด์หรู กลายเป็น co-branding ที่ทรงพลัง

4.เปลี่ยนของใช้ เป็น “บริการหรู” (Luxury Service)

  • ไม่ใช่แค่ส่งเฟอร์นิเจอร์มาลง แต่มีทีมดีไซน์เข้า set up ให้ครบ
  • บางโครงการให้บริการ maintenance / refresh package ทุก 3–5 ปี
  • คล้ายโมเดล “subscription” ของที่พักระดับ 6 ดาว เป็นการขายความสะดวกและไลฟ์สไตล์


The Residences at Dusit Central Park เคสที่ทำให้ตลาดจับตา 

หนึ่งในโครงการที่สะท้อนเทรนด์นี้ชัดที่สุด คือ The Residences at Dusit Central Park  โครงการอัลตร้าลักชัวรี่ในย่าน Super Core CBD หัวมุมถนน พระราม 4 - สีลม แม้ปัจจุบัน จะมียอดขายแล้ว 94% (มียูนิตเหลือขายเพียง 12 ยูนิต) เท่านั้น  ล่าสุด ได้เปิดตัว 3 ห้องตัวอย่าง โดย 3 แบรนด์เฟอร์นิเจอร์หรูของไทย ได้แก่ Arkitektura, Euro Creations และ Muse Design ที่ออกแบบห้อง 3 สไตล์ (ขนาดตั้งแต่ 55 ตร.ม. ถึง 115 ตร.ม.)

เจาะราคาแพ็กเกจตกแต่ง 

  • ห้องตกแต่งโดย Arkitektura รวม 15-20 ชิ้น รวมไฟแล้ว ราคาแพ็กเกจอยู่ที่ 6.6 ล้านบาท (ไม่รวมค่าห้อง)
  • ห้องตกแต่งโดย Euro Creations รวม 13 ชิ้น เฟอร์นิเจอร์+ตกแต่งอย่างเดียว 8 ล้านบาท (แต่โปรโมชันขายแพ็กเกจ 3.99 ล้าน)
  • ห้องตกแต่งโดย Muse Design ใช้งาน hand-craft แทบทั้งหมด ราคาประมาณ 3 ล้านบาท (ตัวอย่าง panel หัวเตียงฝีมือทองเหลือง, โต๊ะไม้ฟอสซิล)

ทั้งหมด คือการใช้ “ดีไซน์” เป็นเครื่องมือรีเซ็ต perception ของโครงการ และแสดงให้เห็นว่าเฟอร์นิเจอร์ไม่ได้แค่ตกแต่ง แต่ “เล่าเรื่องราวของการอยู่อาศัย” ที่กลาบเป็นบริการเสริม สำหรับโครงการ Dusit Parkside สำหรับ 1-2 ห้องนอน ที่เป็น Special Units เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า 


เทรนด์ระดับโลก  Turnkey Luxury Living


ในตลาดโลก สหรัฐฯ ดูไบ และสิงคโปร์ แนวคิด “Curated Living Experience” กลายเป็น Segment ใหม่ที่เติบโตเร็วที่สุด เพราะคนรวยรุ่นใหม่ยอมจ่ายเพื่อ “เวลาที่ไม่ต้องจัดการอะไรเอง” พวกเขาต้องการดีไซเนอร์ที่ เข้าใจรสนิยมของเขาโดยเฉพาะแพ็กเกจเหล่านี้จึงต่อยอดได้อีก เช่น

  • บริการอัปเกรด mood ใหม่ทุก 3 ปี
  • การย้ายเข้า–ย้ายออกแบบ turnkey
  • หรือการตกแต่งตามฤดูกาลโดยทีมเดิม

นั่นเองทำให้เป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่กำหนดทิศทางของตลาด เพราะดีเวลอปเปอร์ไม่ได้แข่งกันแค่ทำเลอีกต่อไป แต่แข่งกันใน “รายละเอียดของความพร้อมอยู่” ไม่ใช่โปรโมท คือ วิวดี หรือ ทำเลดี แต่แข่ง “แพ็กเกจพร้อมอยู่ ที่สะท้อนหน้าตาของผู้ครอบครองอย่างมีรสนิยมอย่างตั้งใจ ดึงดูดเศรษฐีหน้าใหม่ๆ 


และนี่เอง ยังได้กลายเป็นส่วนหนึ่งที่ผลักดันให้ไทยขึ้นแท่น Branded Residence ระดับโลกแล้ว หลังจาก CBRE ระบุว่า ปัจจุบัน ไทยมีโครงการ Branded Residence ที่สร้างแล้วเสร็จมากที่สุดในเอเชียแปซิฟิกกว่า 40 โครงการ เป็นอันดับ 4 ของโลก รองจากสหรัฐอเมริกา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเม็กซิโก สะท้อนว่า ในแง่ของ “แบรนด์ + ที่ตั้ง + มาตรฐานบริการ–ดีไซน์” ไทยสามารถแข่งขันในระดับโลกได้แล้ว

ทั้งนี้ โครงการที่พักอาศัย The Residences at Dusit Central Park เป็นอาคารที่สูงที่สุดของโปรเจ็กต์ Dusit Central Park มีความสูงจากฐานถึงยอดอาคาร 299 เมตร (69 ชั้น) สูงอันดับ 5 ของประเทศไทย แบ่งเป็น ...

  • “ดุสิต เรสซิเดนเซส (Dusit Residences)” เริ่มที่ชั้น 30 - 69 ด้วยสไตล์ Classic Luxury ร่วมสมัย สุขุม ออกแบบประณีตตามซิกเนเจอร์ของดุสิตธานี เน้นไปที่ห้องพักขนาดใหญ่ 2 - 4 ห้องนอน และเพนต์เฮาส์ พื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 118 - 900 ตารางเมตร 
  • “ดุสิต พาร์คไซด์ (Dusit Parkside)” เริ่มที่ชั้น 9 - 29 นำเสนอความโดดเด่นด้วยการออกแบบร่วมสมัยแบบ Lifestyle Luxury หรูหรา พื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 55 - 250 ตารางเมตร 

โดยทั้งหมดมีราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 300,000-500,000 บาท/ตารางเมตร ส่วนห้องเพนเฮ้าส์ ที่ใหญ่สุดขนาด 909 ตารางเมตร ซึ่งคาดว่าจะมีราคาสูงถึง 500 ล้านบาทนั้น ขณะนี้ยังไม่เปิดขายในรูปแบบประมูล 


ติดตามข่าวสารด้านการตลาด กับ Thairath Money ได้ที่

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https://www.facebook.com/ThairathMoney



Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ