
แม้ธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม จะเป็น 1 ในธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูง ทั้งจากความไม่แน่นอนของกำลังซื้อ และสภาพเศรษฐกิจ ต้นทุนวัตถุดิบ แรงงาน ลูกจ้าง เรื่อยไปจนถึง ค่าแผง (ค่าเช่าพื้นที่) ที่พร้อมจะผันผวนได้ตลอดเวลา อีกทั้งการแข่งขันนับวันดูเหมือนจะยิ่งดุเดือดรุนแรงขึ้น แต่ด้วยโอกาสที่มีมากกว่านั่นเอง ที่ทำให้ธุรกิจร้านอาหารมีเสน่ห์ เนื้อหอม และถูกขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากรายเก่าและหน้าใหม่ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบร้านแบบนั่งทาน, สตรีทฟู้ด และเดลิเวอรี
ส่วนความสำคัญในแง่เศรษฐกิจ อ้างอิงข้อมูลล่าสุดของสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ ระบุ ธุรกิจร้านอาหารมีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากเป็นธุรกิจที่คนไทยมีความเชี่ยวชาญ และมีผู้ประกอบการจำนวนมากถึง 3.85 แสนราย โดย 99.83% เป็นผู้ประกอบการรายเล็กๆ ขณะที่ทั้งอุตสาหกรรม มีการจ้างงานรวมกันถึงประมาณ 1.16 ล้านคน
เจาะแค่ทำเลหลัก กทม.-ปริมณฑล มีเจ้าของร้านอาหารและเครื่องดื่มกระจุกตัวอยู่ 85,500 ราย คิดเป็นสัดส่วน 22.25% ของอุตสาหกรรมทั้งประเทศ ก่อเกิดการจ้างงาน 442,000 คน ส่วนอัตราการเติบโตของรายได้ พบว่า สูงขึ้น 76.4% มีกำไรรวม 5.28 พันล้านบาท (จากช่วงปีก่อน ที่ขาดทุนเกือบ 8 พันล้านบาท)
โดยรายได้ 87.91% ของร้านอาหารทั่วประเทศ ก็ล้วนมาจากจุดแข็งต่างๆ
จับสัญญาณหลังจากเศรษฐกิจไทยฟื้นตัว ตั้งแต่ปี 2565 จนถึงปัจจุบัน พบกลุ่มธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม ต่างได้รับผลเชิงบวกอย่างมาก โดยเฉพาะจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่กลับเข้ามาเที่ยวไทยเพิ่มขึ้น ซึ่งตั้งแต่ต้นปีมีต่างชาติเข้ามาแล้วกว่า 19 ล้านคน ขณะแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี (Food Delivery) ก็ยังได้รับความนิยมจากผู้บริโภคในประเทศไม่เปลี่ยน
ส่งผลให้อัตราการเติบโต (GDP) ของธุรกิจร้านอาหารในไทยเพิ่มขึ้น ดังนี้
ทั้งนี้ ข้อมูลศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าในปี 2566 ธุรกิจร้านอาหารมีมูลค่าตลาด 4.18-4.25 แสนล้านบาท เติบโต 2.7-4.5% จากปีก่อน (ขณะที่ปี 2565 มีการขยายตัว 12.9%)
ขณะเดียวกันนี่เองที่ทำให้ช่วงหลังโควิด-19 ภาพรวมร้านอาหารทั้งประเทศ มีอัตราการเพิ่มขึ้นถึง 14.51% จากการลงทุนของทั้งคนไทยและคนต่างชาติ
โดยข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ณ 25 ส.ค. 2566 มีการลงทุนรวมสะสมในกลุ่มธุรกิจ ร้านอาหาร มูลค่า 141,102.78 ล้านบาท
5 อันดับแรกของต่างชาติที่เข้ามาลงทุน ได้แก่
ส่วนการลงทุนเพิ่มในปี 2566 มูลค่า 14,112.79 ล้านบาท (ไทย 88.08% และต่างชาติ 11.92% ) 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน รัสเซีย อินเดีย เกาหลีใต้ และอเมริกัน ครอบคลุม ...
ส่วนภาพรวมการจัดตั้ง-เลิกกิจการของธุรกิจร้านอาหาร ในปี 2566 (ม.ค.-ก.ค.) มีตัวเลขจัดตั้งกิจการใหม่ 2,956 ราย เพิ่มขึ้น 34.13% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีการเลิกกิจการ 284 ราย เพิ่มขึ้น 11.27% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ทั้งนี้ ด้วยการที่ธุรกิจนี้เข้าสู่ตลาดได้ง่าย ประกอบกับผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น และต้องการความแปลกใหม่ตามกระแสนิยม จึงส่งผลให้มีการปิด/เปิดกิจการร้านอาหารในตลาดอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน