
Food Delivery ถือเป็นตลาดที่ได้รับผลดีจากมาตรการเว้นระยะห่างในช่วงโควิด และในช่วงที่ผู้คนเริ่มกลับมาใช้ชีวิตปกติ ตลาด Delivery ก็ได้รับผลกระทบไปด้วย โดยผลวิจัยจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย พบว่า ความถี่ในการสั่งอาหารมีแนวโน้มลดลง จากการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตหลังโควิด ประกอบกับค่าครองชีพที่สูง และปัญหาการใช้งานบริการเดลิเวอรี
โดยกลุ่มตัวอย่าง 44% ยังคงสั่งอาหารผ่านแพลตฟอร์เดลิเวอรี แต่ลดความถี่ในการสั่งลง ขณะที่อีก 41% ยังมีความถี่ในการสั่งอาหารเท่าเดิม ขณะที่กลุ่มตัวอย่างที่มองว่าไม่ใช้บริการเลยคิดเป็น 8% และใช้งานมากขึ้นอีก 6% แต่ด้วยค่าใช้จ่ายในการสั่งอาหาร รวมถึงค่าขนส่งปรับตัวสูงขึ้น และปัญหาที่เกินจากการขนส่งก็มีผลทำให้กลุ่มตัวอย่างลด หรือเลี่ยงการสั่งอาหารทางออนไลน์ในอนาคต
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จึงมองว่าแพลตฟอร์ม Food Delivery ต้องมีการแข่งขันมากขึ้น โดยจำเป็นต้องปรับบริการให้ตอบโจทย์ลูกค้า อย่างเช่นการใช้ AI ช่วยวิเคราะห์ข้อมูล และนำเสนอ Customized loyalty program หรือนำเสนอโปรโมชันที่น่าดึงดูด
ขณะเดียวกันผู้ให้บริการแพลตฟอร์มยังคงประสบปัญหาต้นทุนทางธุรกิจที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ขณะที่ภาวะตลาดเงินและตลาดทุนยังมีแนวโน้มผันผวนสูง ซึ่งอาจสร้างข้อจำกัดในการจัดหาเงินทุน ทำให้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มจัดส่งอาหารต้องปรับสมดุลในการทำธุรกิจ โดยเน้นลดต้นทุนการดำเนินงาน เช่น ลดจำนวนพนักงาน ลดค่าใช้จ่ายทางการตลาด ปรับ Incentive ของผู้บริโภค และไรเดอร์ ซึ่งทำให้ EBITDA ของผู้ให้บริการแพลตฟอร์มในไทยบางรายปรับตัวดีขึ้น
การเพิ่มฟีเจอร์หรือหมวดหมู่สำหรับร้านอาหารที่มีส่วนในการร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เช่น ใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือให้คะแนนพิเศษแก่ร้านอาหารที่มีการใช้บรรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อโลก เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคที่ใส่ใจกับสิ่งแวดล้อม ก็เป็นอีกแนวทางที่แพลตฟอร์มสั่งอาหารสามารถนำไปปรับใช้ได้
อีกทั้งกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ยังคงต้องการเห็นแพลตฟอร์มที่มีบริการครอบคลุมความต้องการในชีวิตประจำวัน และสามารถตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายได้ในแอปพลิเคชันเดียว รวมถึงสามารถนำเสนอร้านและโปรโมชันได้ตรงความต้องการ และเพื่อเป็นการสร้างผลกำไรในระยะยาวผู้ให้บริการแพลตฟอร์มควรขยายบริการทั้งในด้าน Food Delivery และบริการอื่นๆ อย่างจองที่พัก แพ็กเกจท่องเที่ยว และบริการร้านสะดวกซื้อในแพลตฟอร์ม
ทั้งนี้กลุ่มตัวอย่างที่ใช้บริการ Food Delivery ส่วนใหญ่คือกลุ่ม Gen Y (58%) และรองลงมาเป็นกลุ่ม Gen X (28%) ซึ่งเป็นกลุ่มคนวัยทำงานที่มีกำลังซื้อ
โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์มูลค่าตลาดธุรกิจ Food Delivery ในปี 2566 จะอยู่ที่ประมาณ 8.6 หมื่นล้านบาท ลดลง 0.6% จากปี 2565 จากค่าใช้จ่ายในการสั่งอาหารที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น (Price per Order) ประมาณ 8.6% จากปี 2565 หรือมีราคาเฉลี่ยประมาณ 183 บาทต่อการสั่ง.