"บีเจซี" ปั้นเครือข่ายร้านโดนใจติดปีกโชห่วยทั่วประเทศ

Business & Marketing

Marketing & Trends

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

"บีเจซี" ปั้นเครือข่ายร้านโดนใจติดปีกโชห่วยทั่วประเทศ

Date Time: 24 ธ.ค. 2565 05:55 น.

Summary

นับเป็นครั้งแรกของ “ฐาปณี เตชะเจริญวิกุล” กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือบีเจซี ลูกสาวคนเล็กของ เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี ประธานเครือไทยเบฟ

Latest

ความฝันในวัย 17 ของ "วาศิณี สุรชาติชัยฤทธิ์" White Story อาหาร "ทำมือ" ที่น่ารักทั้งราคาและคุณภาพ

นับเป็นครั้งแรกของ “ฐาปณี เตชะเจริญวิกุล” กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือบีเจซี ลูกสาวคนเล็กของ เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี ประธานเครือไทยเบฟ ที่ออกมาเปิดตัวในธุรกิจที่ตนเองพร้อมผู้บริหารได้เปิดโมเดลธุรกิจค้าปลีกใหม่อย่างเป็นทางการ

โดยปกติธุรกิจในบีเจซีและบิ๊กซี ซึ่งเป็นบริษัทลูก ทางฝั่งสามี “อัศวิน เตชะเจริญวิกุล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บีเจซีจะเป็นผู้แถลงหลักการออกมาเปิดตัวเครือข่ายร้าน “โดนใจ” ถูกพัฒนาขึ้นมาที่เข้ามาเพื่อติดอาวุธให้ร้านโชห่วยที่มีกว่า 500,000 ร้านทั่วประเทศ ให้ประสบความสำเร็จและเติบโตอย่างยั่งยืน “คุณโอ๊ะ-ฐาปณี” มีความมุ่งมั่นที่จะรุกขยายเครือข่ายครั้งใหญ่โดยมีเป้าหมายถึง 30,000 ร้านค้า

หลังจากบีเจซีได้ซื้อกิจการ “บิ๊กซี” จากคาสิโน ยักษ์ค้าปลีกจากฝรั่งเศสที่ประสบปัญหาด้านการเงิน ทำให้บิ๊กซีกลายเป็นกิจการค้าปลีกของคนไทยอีกครั้ง และมีการเปลี่ยนคำขวัญเป็น “ห้างคนไทย หัวใจคือลูกค้า” นับแต่นั้นมา ได้มีนโยบายให้ความสำคัญกับเกษตรกรไทยและผู้ประกอบการชุมชน เอสเอ็มอี โอทอป จัดกิจกรรมสนับสนุนมาอย่างต่อเนื่อง

จนมาถึงล่าสุด คือการพัฒนาเครือข่ายร้าน “โดนใจ” สำหรับร้านโชห่วย ภายใต้บริษัทมีโชค 168 จำกัด สิ่งที่ “คุณโอ๊ะ-ฐาปณี” ได้ย้ำชัดก็คือ จากวิสัยทัศน์ของเจ้าสัวเจริญ ที่มีความมุ่งมั่นในการเข้าไปช่วยพัฒนาผู้ประกอบการในท้องถิ่นอย่างร้านโชห่วย เพื่อให้สามารถสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว สร้างเศรษฐกิจรากหญ้าให้มีความเข้มแข็ง

“คุณโอ๊ะ-ฐาปณี” ระบุว่าเครือข่าย “โดนใจ” ซึ่งเกิดขึ้นจากแนวคิดที่ต้องการร่วมพัฒนาร้านค้า โชห่วยให้มีรูปแบบการบริหาร จัดการที่ทันสมัย ตลอดจนมีระบบข้อมูลที่ช่วยพัฒนาการขายแบบยั่งยืน จุดสำคัญคือการพัฒนาระบบ POS (Point of Sale System) ขึ้นมาเอง เป็นระบบขายหน้าร้านค้าปลีกสมัยใหม่ ที่จุดแคชเชียร์ชำระเงิน ที่พัฒนาฟีเจอร์ทรงประสิทธิภาพ จะทำให้รู้ข้อมูลอย่างชัดเจนว่า สินค้าตัวไหนขายดีหรือสินค้าประเภทใดเป็นที่ต้องการของแต่ละชุมชน ทำให้บริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดต้นทุนและแก้ปัญหาการบริหารจัดการสต๊อกที่เป็นต้นทุนหลักที่ร้านโชห่วยต้องแบกรับมาตลอด

“หลังจากเริ่มทดสอบตลาดเมื่อต้นปี 2565 ที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้ประกอบการโชห่วย สนใจเข้ามาร่วมเป็นเครือข่ายแล้ว 1,000 ร้านค้า ซึ่งต้นปีหน้าจะนำพันธมิตรทั้งสถาบันการเงิน และผู้ผลิตสินค้าเปิดตัวและโรดโชว์ไปทั่วประเทศ พร้อมกับเป้าเพิ่มเครือข่ายเป็น 8,000 ร้านค้าในปีหน้า และในระยะยาวถึงปี 2570 ขยายเป็น 30,000 ร้านค้าทั่วประเทศ”

รูปแบบของร้านโดนใจแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ รูปแบบแรกใช้เครือข่ายของบิ๊กซีกว่า 200 สาขาทั่วประเทศ เป็นคนจำหน่ายสินค้าให้กับร้านค้าในชุมชน พร้อมจัดส่งให้ถึงหน้าร้าน เพื่อช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าเข้าร้าน รูปแบบที่สองนำระบบ POS มาใช้จะมีค่าใช้จ่ายรายเดือนเป็นค่าบริหารระบบประมาณ 4,000 บาท ซึ่งค่าใช้จ่ายในส่วนนี้จะถูกคืนกลับไปให้ร้านค้าในกรณีที่มีการสั่งซื้อสินค้าตามเป้าที่กำหนดให้

ร้านค้าโชห่วยที่เหมาะสมกับการปรับเปลี่ยนมาเป็นร้านโดนใจก็คือ ร้านค้าปลีกในชุมชนขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ที่ขายสินค้าให้กับผู้บริโภคโดยตรง ไม่รวมถึงร้านค้าส่งที่ขายสินค้ายกลังให้กับร้านค้าด้วยกัน ซึ่งเครือข่าย ที่เปิดไปแล้วในรูปแบบ 4 ขนาด คือขนาดเล็กสุด XS 256 ร้าน ยอดขายเฉลี่ย 4,500 บาทต่อวัน, S 420 ร้าน ยอดขายเฉลี่ย 7,400 บาทต่อวัน, M 182 ร้าน ยอดขายเฉลี่ย 10,000 บาทต่อวัน และ L 42 ร้าน ยอดขายเฉลี่ย 9,000-15,000 บาทต่อวัน โดยสาขาแรกเปิดที่จังหวัดนครราชสีมาและภาคตะวันเฉียงเหนือมีมากที่สุด 400 ร้านค้า

“ร้านโดนใจไซส์ S เหมาะกับทำเลที่อยู่ในตรอก ซอยในพื้นที่ชุมชน ไม่ต้องสต๊อกและภาระมากเกินไป สินค้าเพียง 600-1,000 เอสเคยู มูลค่าสินค้า 150,000 บาทน่าจะเพียงพอ มีสินค้าวางจำหน่ายเต็มร้านรองรับความต้องการ แต่หากเป็นไซส์ M หรือ L น่าจะเป็นไซส์ที่ตอบโจทย์และทำกำไรได้ดีที่สุด มีสินค้าวางจำหน่ายใกล้เคียงกับร้านสะดวกซื้อและซุปเปอร์มาร์เกตขนาดเล็ก”

“คุณโอ๊ะ–ฐาปณี” กล่าวทิ้งท้ายว่า คุณพ่อ (เจ้าสัวเจริญ) ยึดหลักพื้นฐานในการดำรงชีวิตจะต้องกตัญญูกับผู้ใหญ่ จะต้องมีความเสมอต้นเสมอปลาย หากเป็นในวงการธุรกิจจะมีความเชื่อเรื่องการผลิตร่วมจะมีประโยชน์ (วินวิน) ร่วมกัน ดังเช่นในการขยายเครือข่ายโชห่วย เมื่อลงทุนให้พวกเขามีความเจริญแล้ว เราก็จะมีความเจริญตาม.

วานิชหนุ่ม
wanich@thairath.co.th 


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ