
ไทยแอทลาสโกลบอล ฟูด ลงตลาดชาสุขภาพ ดัน D7 คอมบูชะ ชาหมัก ตั้งเป้าเจาะกลุ่มผู้บริโภคใหม่ๆ เสริมแกร่งพอร์ต ดันยอดขายปี 65 แตะ 200 ล้าน
นายจักรกฤช สุขวิวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยแอทลาสโกลบอล ฟูด จำกัด กล่าวว่า เราเป็นผู้ผลิตกาแฟกระป๋องพร้อมดื่ม กาแฟสำเร็จรูป 3 in 1 ยี่ห้อ D7 หรือ ดีเซเว่น มาหลายปี ซึ่งเครื่องดื่มของเราเจาะตลาดแบบดั้งเดิม หรือ Traditional Trade มากกว่าตลาดโมเดิร์นเทรด หรือ Modern Trade
สำหรับกาแฟกระป๋องพร้อมดื่มมีมูลค่าประมาณ 30,000-40,000 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาดเป็นของ 2 เจ้าใหญ่กาแฟกระป๋องแดง และกาแฟกระป๋องเขียว ซึ่ง D7 จึงพัฒนาเครื่องดื่มกระป๋องรสชาติอื่นๆ เข้ามาในตลาด เช่น ชาไทย ที่เรามองว่ายังมีช่องว่าง และก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค
ทั้งนี้เราจึงต่อยอดเครื่องดื่มชาด้วยการหาผู้บริโภคกลุ่มใหม่ๆ แต่เดิมที่เน้นชาชงสด ชาเขียว และจากข้อมูลการตลาดหลายแห่งพบว่า คนไทยมีรสชาติชาที่ติดอยู่ในใจ ถ้าไม่ใช่รสชาติแบบที่ชอบก็จะไม่ค่อยอยากทาน
จากนั้นเราก็มองหาชาชนิดไหนที่ยังไม่เข้าตลาดก็พบว่า คอมบูชะ หรือ ชาหมัก น่าจะเป็นเครื่องดื่มที่น่าเข้ามาทำตลาดในกลุ่มแมส ที่แต่เดิมเป็นนีซมาร์เก็ต ซึ่งในระดับโลก คอมบูชะถือเป็นเครื่องดื่มที่เติบโตทุกปี
ส่วนไทยเองก็มีนมเปรี้ยวเข้ามาทำตลาด เราจึงพัฒนาให้แตกต่างด้วยการเพิ่มวิตามิน เก็บให้ได้นานยิ่งขึ้น ทำรสชาติให้ทานง่ายมากขึ้น และเติมไฟเบอร์พรีไบโอติก ซึ่งไฟเบอร์ชนิดนี้นำเข้าจากอเมริกา ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มของ function food additive ทำหน้าที่เป็นอาหารสำคัญของไพรไบโอติกที่ร่างกายไม่สามารถสร้างได้เอง ให้พลังงานต่ำ เหมาะกับกลุ่มคนที่ต้องการการควบคุมน้ำหนัก
อย่างไรก็ตาม เราได้วาง D7 คอมบูชะ ขายไปเมื่อช่วงเดือน พ.ค.65 ที่ผ่านมาได้ โบว์ เมลดา เป็นตัวแทนผู้หญิงยุคใหม่เข้ามาทำตลาด แต่เรายังอยากได้กลุ่มผู้บริโภคใหม่ๆ มาจับตลาด จึงเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ใหม่ มาย-อาโป หรือมาย ภาคภูมิ ร่มไทรทอง และ อาโป ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์ นักแสดงจาก KinnPorsche The Series เพื่อขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น และครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย
อีกทั้งยังเป็นศิลปินที่อยู่ในกลุ่ม rising star ที่มีผลงานที่โดดเด่น และกำลังโลดแล่นบนถนนสายบันเทิงทั้งตลาดภายในประเทศ และต่างประเทศในอนาคต คาดว่า มาย-อาโป จะสามารถสร้างกระแสและเป็นแรงผลักดันให้สินค้าได้ผงาดในตลาดเครื่องดื่มได้อย่างเต็มภาคภูมิ และขึ้นแท่นเจ้าตลาดเครื่องดื่มสุขภาพของไทย
สำหรับราคาขายปลีก D7 คอมบูชะ กระป๋องละ 30 บาทนั้น เรามองว่าเป็นราคาขายต่อหน่วยที่ผู้บริโภคสามารถจับต้องได้ หากเทียบกับเครื่องดื่มในกลุ่มคอมบูชะนำเข้าที่มีราคาเฉลี่ยประมาณ 80 บาทขึ้นไป หรือแบรนด์อื่นในตลาดที่ผลิตโดยกลุ่ม SMEs รายย่อย ที่จำหน่ายอยู่ที่ประมาณ 80 บาทขึ้นไป เราก็มั่นใจว่าหลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการในไตรมาสสุดท้ายนี้จะสามารถโกยยอดขายส่งท้ายปี 2565 ของบริษัท
"ในปี 65 นี้ คาดว่ายอดขายชาคอมบูชะจะแตะประมาณ 60-70 ล้านบาท และจะดันยอดขายเครื่องดื่มทั้งหมดที่มีทั้งกาแฟกระป๋องพร้อมดื่ม นมเปรี้ยว กาแฟ 3 in1 กาแฟสดพร้อมดื่มได้ประมาณ 200 ล้านบาท".