
เป็นอีกหนึ่งบทสัมภาษณ์ที่ทีม Thairath Talk มีแต่คำว่าทึ่ง ทึ่งที่หนึ่งกับหลักความคิดของผู้บริหารบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จากแบรนด์น้ำมันน้องใหม่ในวงการ ที่เจอรุ่นพี่สบประมาทว่าเป็นบริษัทเล็กๆ ใช้เวลาไม่นาน ทุกวันนี้กลายเป็นแบรนด์ที่มีสถานีบริการน้ำมันเยอะที่สุดในประเทศ และทึ่งที่สองคือสโลแกน 'สดใหม่' ที่ไม่ใช่แค่คำคุยโม้ แต่คือคุณภาพน้ำมันและกลยุทธ์การสื่อสารการตลาดที่การันตีว่าสดใหม่จริง ทึ่งที่สาม แผนอนาคตรองรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าด้วยแรงผลักของธุรกิจ Non-Oil
มาตื่นเต้นไปพร้อมกันผ่านการพูดคุยกับคุณพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) และคุณเจนคณิต รุจิรโมรา Head of Strategy เดอะ ลีโอ เบอร์เนทท์ กรุ๊ป (ประเทศไทย) ในเครือปับลิซีส กรุ๊ป ประเทศไทย
Thairath Talk : ตอนนี้ PTG มีสถานีบริการน้ำมันมากเป็นอันดับ 1 เรามีเทคนิคขยายป่าให้ล้อมเมืองแบบนี้อย่างไรครับ
พิทักษ์ : ในวันที่เริ่มก่อตั้ง เรายังเป็น Underdog ยังเป็นบริษัทเล็ก และการเป็น Underdog จึงต้องมีวิธีคิดที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง แบรนด์น้ำมันอื่นๆ เขาเลือกสถานีบริการน้ำมันบนถนนสายหลัก แต่เราเลือกขยายสถานีบริการน้ำมันในถนนสายรอง สามหลัก สี่หลัก บริษัทน้ำมันอื่นก็มองเราว่าเป็นบริษัทน้ำมันเล็กๆ พูดง่ายๆ ว่าเป็นสิงห์ภูธร ก็คงทำอะไรไม่ได้ เพราะไปขยายในจุดเล็กๆ มียอดขายน้อยๆ
แต่ในมุมของเรา ด้วยความที่เราเล็กและเรา Lean ยอดขายที่น้อยๆ มันกลับสร้างผลกำไรให้เรา นั่นคือจุดที่เราเริ่มต้น ถ้าลองเปรียบเหมือนไข่ดาว เราค่อยๆ เลาะจากไข่ขาวเข้ามา จนวันนี้เราเริ่มมาตีไข่แดงแล้ว วันนี้เรามีสถานีบริการน้ำมัน PT ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเกือบ 200 สาขาแล้ว รวมสถานีบริการน้ำมัน PT ทั่วประเทศกว่า 2,100 สาขา ถือเป็นจำนวนสถานีบริการน้ำมันมากเป็นอันดับ 1 ของประเทศ และมีส่วนแบ่งการตลาดเป็นเบอร์สองในขณะนี้
Thairath Talk : PTG วางเป้าหมายเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ชัดเจน แล้วถ้าเรื่องรถยนต์พลังงานไฟฟ้า เราวางแผนรับมือไว้อย่างไรบ้าง
พิทักษ์ : วันนี้เรามีสถานีชาร์จ EleX by EGAT (Charging Station แบบ Quick Charge ใช้เวลาชาร์จแบตฯ ประมาณ 30 นาที) เรามีอยู่ด้วยกัน 17 สาขา และเราร่วมมือกับทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ภายในเดือนมิถุนายนนี้จะขยับไป 35 สาขา แต่สิ่งที่สำคัญคือ กรณีที่จะขยาย Charging Station จะใช้เวลาสร้างและขออนุญาตไม่เกิน 3 เดือน ผมจึงขอใช้คำว่า ให้รถไฟฟ้ามีจำนวนที่มากพอ เราก็พร้อมดักรอสร้าง Charging Station ยังไงก็ทัน
และขณะเดียวกัน สถานีบริการไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน หรือ Charging Station ในอนาคตจะต้องมีความครบครัน อธิบายให้เห็นภาพคือ เวลาคนมาใช้บริการ Charging Station ก็จะใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง เทียบกับเวลาเติมน้ำมัน จะใช้เวลาประมาณ 5 นาที ดังนั้นเมื่อใช้เวลาเติมเชื้อเพลิงมากขึ้น ในสถานีบริการน้ำมันจึงต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่ม ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร
พีทีกำหนดแผนธุรกิจ 5 ปี (2565-2569) เราจะเคลื่อนย้ายจากธุรกิจน้ำมันและธุรกิจ Non-Oil ไปสู่ Co-Created Ecosystem เราจะมี 8 กลุ่มธุรกิจที่จะสนับสนุนการเติบโต ประกอบด้วย ธุรกิจหลากหลายแขนงไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจน้ำมันและก๊าซ, อาหารและเครื่องดื่ม, Retail แบบ Offline to Online, ขับเคลื่อนยานยนต์โลจิสติกส์ และซัพพลายเชน, ซ่อมบำรุง, สุขภาพกายและใจเพื่อรองรับสังคมสูงวัย, พลังงานสะอาด หรือแม้กระทั่งบน Digital Platform ทั้งการเงินและไลฟ์สไตล์
เราทำสิ่งที่สดใหม่ คำว่าสดใหม่ นำมาร่วมกับกิจกรรมของ Non-Oil เพื่อพลิกโฉม Branding ให้เข้ากับสโลแกน 'ทำแต่เรื่องสดใหม่' ชูความเป็นไลฟ์สไตล์ให้เห็นมากยิ่งขึ้น เช่น บริการซักผ้า นวดในปั๊ม หรือดีลดีๆ จาก PT Max Card บัตรสะสมคะแนนของพีที ที่จับมือกับกลุ่มพันธมิตรที่หลากหลายมานำเสนอสิทธิประโยชน์มากมายให้กับสมาชิก
Thairath Talk : สโลแกน 'พีทีน้ำมันสดใหม่' ก่อนหน้านี้ ที่มาของสโลแกนนี้มาจากไหนครับ
เจนคณิต : เวลาจะสื่อสารถึงคุณภาพน้ำมันบางทีมันดูจับต้องได้ยากเมื่อพูดถึงความแตกต่างของแต่ละแบรนด์ แต่ว่าจุดแข็งเรื่องการขนส่งโลจิสติกส์ ทำให้น้ำมันของพีทีถ่ายเทอยู่ตลอดเวลา เปลี่ยนใหม่ สดใหม่อยู่ตลอดเวลา ทำให้ไม่จำเป็นต้องเก็บอยู่ในแท็งก์น้ำมันนาน ซึ่งจะเสี่ยงต่อการปนเปื้อน นี่จึงเป็นที่มาของคำว่า น้ำมันสดใหม่ และเราพร้อมให้บริการน้ำมันที่สดใหม่บริการแก่ลูกค้าทุกวัน
หลายๆ คนเวลาเราซื้อของ ซื้ออาหาร ของที่มีคุณภาพก็ต้องเป็นของที่สดใหม่ แต่กับน้ำมันเติมรถแล้ว ทั้งๆ ที่เติมกันอยู่บ่อย แต่เรากลับมองข้าม ไม่เคยนึกถึงเลยสักนิด เราเลยหยิบเอาวิธีคิดตรงนี้มาเล่นในงานโฆษณาของเรา ที่เราใช้ปลาสด หรือขนมปังที่อบสดๆ เปรียบเปรยว่าน้ำมันของพีทีก็สดใหม่เหมือนกัน ถ้าคุณอยากจะมองหาน้ำมันที่มีคุณภาพ ก็เหมือนคุณเลือกซื้อปลาหรือขนมปัง ก็มาเติมน้ำมันที่พีที
Thairath Talk : กลยุทธ์การตลาด ‘สดใหม่’ ปีนี้ พีทีเลือกสื่อสารกับกลุ่มคนรุ่นใหม่
เจนคณิต : เราเน้นกลุ่มคน Generation Z คือช่วงอายุประมาณ 20 ปีต้นๆ อยู่ในช่วงเรียนจบและเข้าสู่การทำงาน เป็นกลุ่ม Power-to-change Generation รู้ว่าตัวเองมีศักยภาพมากพอที่จะค้นหา เรียนรู้ และสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีได้ แม้ช่วงก่อนหน้าเขาจะเจอโควิด-19 ทำให้ไม่ได้ออกไปเจอโลก ต้องถูกจำกัดโลกไม่ได้ออกไปหาประสบการณ์
ดังนั้น จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะมากที่พีทีจะเข้ามาช่วยทำให้เขาได้ออกไปหาประสบการณ์ ไปเจอโลก ไปหาประสบการณ์ ไปค้นพบตัวเอง เราจึงอยากเชิญชวนคนรุ่นใหม่มาทำเรื่องสดใหม่ด้วยกันกับเรา จึงเป็นที่มาของสโลแกนและแคมเปญในปีนี้อย่าง สดใหม่ไปกับคุณ และหนีเที่ยวให้ชีวิตสดใหม่
ถ้าเข้าไปดูตามสื่อโซเชียลของพีที ก็จะเห็นวิดีโออธิบายความคิดที่เราจะนำเสนอของสดใหม่ให้คุณ คนรุ่นใหม่เองก็สามารถมาทำเรื่องสดใหม่กับเราได้ ในความคิด หนีเที่ยวให้ชีวิตสดใหม่ เพราะคำว่าหนีเที่ยว เป็นความคิดสนุกๆ ให้ไปเปิดโลก ไปผจญภัย โดยมีสถานีบริการน้ำมันพีทีคอยให้บริการตลอดการเดินทาง