
นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า เดือน ก.พ.64 การส่งออกของไทยมีมูลค่า 20,219 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลง 2.59% เทียบกับเดือน ก.พ.63 เป็นการกลับมาหดตัวอีกครั้งหลังจากเพิ่งขยายตัวเป็นบวกได้ 2 เดือนติดต่อกันก่อนหน้านี้ แม้หดตัวแต่ถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าพอใจและเป็นสัญญาณดี เพราะมูลค่าเกิน 20,000 ล้านเหรียญฯ แต่เมื่อหักมูลค่าส่งออกสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน และทองคำ ซึ่งมีราคาผันผวนออกแล้ว มูลค่าส่งออกขยายตัวสูงถึง 5.15% ขณะที่เมื่อคิดเป็นเงินบาทมีมูลค่า 601,507 ล้านบาท ลดลง 3.87% ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 20,211.8 ล้านเหรียญฯ เพิ่มขึ้น 21.99% แต่ยังคงเกินดุลการค้า 7.2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
ขณะที่ยอดส่งออกรวม 2 เดือน (ม.ค.-ก.พ.) ปี 64 มีมูลค่า 39,925.6 ล้านเหรียญฯ ลดลง 1.16% เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 63 ส่วนการนำเข้ามูลค่า 40,120.7 ล้านเหรียญฯ เพิ่มขึ้น 6.77% และขาดดุลการค้า 195.2 ล้านเหรียญฯ สำหรับปัจจัยที่ทำให้การส่งออกเดือน ก.พ.64 ลดลง มาจากการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมที่ลดลง 4% โดยหดตัวอีกครั้งในรอบ 3 เดือน แต่ไม่น่าห่วง เพราะยอดส่งออกที่ลดลงมาจากแรงฉุดของการส่งออกทองคำที่ลดลงถึง 93% ขณะที่สินค้าอื่นที่ลดลง เช่น ฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ ลด 7.2% สิ่งทอ ลด 12.5% อุปกรณ์กึ่งตัวนำ ทรานซิสเตอร์และไดโอด ลด 6.6% เป็นต้น
สำหรับแนวโน้มการส่งออกเดือน มี.ค.64 คาดว่าจะดีขึ้นต่อเนื่อง แต่ฐานเดือน มี.ค.63 มีมูลค่าส่งออกสูงถึง 22,330.4 ล้านเหรียญฯ เพราะตอนนั้นส่งออกทองคำและอากาศยานมูลค่าสูงมาก ทำให้ไตรมาสแรกปีนี้ตัวเลขน่าจะยังติดลบเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 63 แต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป จะเป็นจุดเริ่มต้นการฟื้นตัวของการส่งออก โดยเฉพาะตั้งแต่เดือน พ.ค.และ มิ.ย.ซึ่งทำให้ทั้งปี มั่นใจว่าจะขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า 4% โดยปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนการส่งออกมาจากการกระจายวัคซีนโควิด-19 ที่มีประสิทธิภาพในหลายภูมิภาค ทำให้ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าสูงขึ้น, สหรัฐฯกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยเม็ดเงิน 1.9 ล้านล้านเหรียญฯ ช่วยเพิ่มกำลังซื้อให้คนอเมริกัน และหนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯและเศรษฐกิจโลก, ราคาน้ำมันดิบสูงขึ้นแตะ 60 เหรียญฯต่อบาร์เรล ส่งผลบวกต่อสินค้าที่เกี่ยวเนื่องและค่าเงินบาท มีแนวโน้มอ่อนค่า ทำให้ความสามารถการแข่งขันของสินค้าไทยดีขึ้น.