หลายประเทศจ่อ “คว่ำบาตร” เกาะติด “รัฐประหารเมียนมา” กระทบค้าการลงทุน

Business & Marketing

Marketing & Trends

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

หลายประเทศจ่อ “คว่ำบาตร” เกาะติด “รัฐประหารเมียนมา” กระทบค้าการลงทุน

Date Time: 3 ก.พ. 2564 09:40 น.

Summary

พาณิชย์เอ็กซิม แบงก์ ประเมินรัฐประหารเมียนมา กระทบการค้าการลงทุนไม่มาก เหตุไม่มีการปิดด่าน เชื่อเมียนมาไม่ล้มโครงการลงทุนของเอกชนไทย ด้าน “อมตะ” สรท. หวั่นหลายประเทศขู่คว่ำบาตรเมียนมา

Latest

"พฤกษา" กับ ภารกิจจักรวาล รุกปรับแบรนด์ เปลี่ยนโมเดลธุรกิจ ปั้นรายได้รวม กลับไปแตะ 20,000 ล้าน

พาณิชย์ เอ็กซิม แบงก์ ประเมินรัฐประหารเมียนมา กระทบการค้าการลงทุนไม่มาก เหตุไม่มีการปิดด่าน เชื่อเมียนมาไม่ล้มโครงการลงทุนของเอกชนไทย ด้าน “อมตะ” สรท. หวั่นหลายประเทศขู่คว่ำบาตรเมียนมา ส่งผลกระทบต่อธุรกิจไทยที่ไม่ลงทุนในพม่า “วิบูลย์” จ่อชะลอลงทุนนิคมฯ

นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยถึงการเกิดรัฐประหารในเมียนมา ว่า หากสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อการค้าชายแดน และการส่งออกของไทย โดยล่าสุด ได้รับรายงานจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงย่างกุ้ง ว่า ด่านการค้าของไทยและเมียนมา เปิดได้ตามปกติแล้ว การขนส่งสินค้าเข้าและออกทำได้ตามปกติ ขณะเดียวกัน คนเมียนมามีการกักตุนสินค้า และต่อแถวซื้อสินค้าในตลาดและร้านค้าเป็นคิวยาว โดยเฉพาะเนื้อสัตว์และน้ำดื่ม

ขณะที่ด้านการส่งออก คาดว่าการส่งออกของไทยไปยังเมียนมาจะยังคงทำได้ดี หลังสถานการณ์ดีขึ้น และทำให้มูลค่าการส่งออกไทยไปเมียนมาไม่ได้รับผลกระทบในระยะยาว เพราะเมียนมายังคงมีความต้องการสินค้าไทย โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค และภาคธุรกิจยังคงอนุญาตให้สามารถดำเนินการต่อไปได้ ไม่ได้มีประกาศห้ามใดๆจากกองทัพเมียนมา อย่างไรก็ตาม กรมจะหารือกับภาคเอกชนไทยอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมแผนรองรับความต้องการสินค้าไทยให้สามารถกระจายไปได้ตามความต้องการในตลาดต่อไป โดยในปี 63 มูลค่าการค้าระหว่างไทย-เมียนมา อยู่ที่ 197,790 ล้านบาท แบ่งเป็นไทยส่งออก 113,940 ล้านบาท และไทยนำเข้า 83,850 ล้านบาท”

ด้านนายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า รัฐประหารในเมียนมาขณะนี้ยังไม่มีผลกระทบต่อการส่งออกของไทย เพราะการค้าชายแดนยังค้าขายได้ตามปกติ ด่านชายแดนยังไม่ปิด และสินค้าไทยยังเป็นที่ต้องการ แต่คงต้องติดตามต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเมืองระหว่างประเทศ ที่หลายประเทศขู่คว่ำบาตร หากทำจริงอาจมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจเมียนมา และการค้าขายกับนานาประเทศ รวมถึงไทยด้วย

สำหรับการเข้าไปลงทุนในเมียนมา นางวรรธนา มงคลศรี รองกรรมการผู้จัดการธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิม แบงก์) เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์เอ็กซิม แบงก์ พบว่ายังไม่มีลูกค้าเอ็กซิม แบงก์ ได้รับผลกระทบ เนื่องจากผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศเมียนมา ซึ่งสำนักงานผู้แทนในย่างกุ้ง เมียนมา จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินผลกระทบในระยะสั้น และระยะถัดไปต่อการค้าและการลงทุน รวมถึงให้การช่วยเหลือดูแลด้านการเงิน

ทั้งนี้ เอ็กซิม แบงก์ มีบริการประกันการส่งออกคุ้มครองความเสี่ยงแก่ผู้ส่งออกไทยจากการไม่ได้รับชำระเงินค่าสินค้าจากผู้ซื้อหรือธนาคารผู้ซื้อในต่างประเทศ ทั้งจากสาเหตุทางการค้าและการเมือง รวมทั้งบริการประกันความเสี่ยงการลงทุน คุ้มครองความเสี่ยงทางการเมือง กรณีโครงการลงทุนได้รับความเสียหายจากการดำเนินนโยบาย กฎระเบียบ หรือการดำเนินการใดๆ ของรัฐบาลในประเทศที่เข้าไปลงทุน

ขณะที่ในฝั่งภาคเอกชน นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างติดตามและประเมินสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมืองในประเทศเมียนมาอย่างใกล้ชิด แบบวันต่อวัน สัปดาห์ต่อสัปดาห์ ซึ่งยอมรับว่าส่งผลต่อการตัดสินใจให้บริษัทชะลอการลงทุนในเมียนมาออกไปก่อน จนกว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น โดยในปีที่ผ่านมา บริษัทใช้เงินลงทุนพัฒนานิคมฯในเมียนมาไปแล้ว 140 ล้านบาท

“ยอมรับว่ากรณีนี้ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจเข้ามาลงทุนของลูกค้าที่อยู่ระหว่างเจรจาเข้าซื้อพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมของบริษัทในเมียนมา ประมาณ 20 ราย ทั้งญี่ปุ่นและสหภาพยุโรป โดยส่วนตัวเชื่อว่ารัฐบาลเมียนมาไม่น่าระงับแผนลงทุนต่างๆ เพราะเป็นการนำความเจริญไปสู่เมียนมา โดยก่อนหน้านี้บริษัทได้ประมาณการณ์รายได้บนสมมติฐานที่คาดว่าจะขายพื้นที่โครงการพัฒนาเมืองอัจฉริยะอมตะย่างกุ้งได้ 200-300 ไร่ จากพื้นที่ทั้งหมด 500 ไร่ แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบขึ้นในเมียนมา การรับรู้รายได้ก็คงเป็นไปไม่ได้ ที่สำคัญหากนานาชาติยังมีท่าทีคว่ำบาตรเมียนมา โดยเฉพาะนักลงทุนต่างชาติกลุ่มสหภาพยุโรปและสหรัฐฯ ที่มีความกังวลค่อนข้างมาก ก็จะส่งผลต่อการตัดสินใจของต่างชาติที่จะเข้ามาลงทุนในเมียนมาในอนาคต”

ด้านนายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ประเมินว่า ไม่น่ากระทบมากเพราะมีบริษัทจดทะเบียนที่เข้าไปลงในเมียนมาไม่มากโดยบริษัทเครื่องดื่มบางแห่งและบริษัทพลังงานบางแห่งที่ซื้อก๊าซจากเมียนมา เชื่อว่าคงไม่มีการยกเลิกสัญญาแต่การจับจ่ายใช้สอยในเมียนมาคงลดลง อาจกระทบบริษัทที่ขายสินค้าอุปโภคบริโภค แต่ถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของตลาดหุ้นไทยถือว่ากระทบไม่มาก ไม่น่ามีนัยสำคัญ.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ