หวั่นรอบนี้แย่หนักกว่าเดือน เม.ย. ดัชนีเชื่อมั่นส่อต่ำสุดประวัติการณ์

Business & Marketing

Marketing & Trends

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

หวั่นรอบนี้แย่หนักกว่าเดือน เม.ย. ดัชนีเชื่อมั่นส่อต่ำสุดประวัติการณ์

Date Time: 8 ม.ค. 2564 08:39 น.

Summary

หวั่น 1-2 เดือนข้างหน้า ดัชนีความเชื่อมั่นคนไทยดิ่งต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ต่ำกว่าช่วงล็อกดาวน์ เดือน เม.ย. ชี้หลังโควิดระบาดระลอกใหม่ในประเทศ ประชาชนชะลอการใช้จ่ายต่อเนื่อง

Latest

"บุศรารัตน์ อัสสรัตนกุล" แม่ทัพหญิงเหล็ก ผู้นำ B-Quik ผงาดศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจรอันดับ 1 ของไทย

หวั่น 1-2 เดือนข้างหน้า ดัชนีความเชื่อมั่นคนไทยดิ่งต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ต่ำกว่าช่วงล็อกดาวน์ เดือน เม.ย. ชี้หลังโควิดระบาดระลอกใหม่ในประเทศ ประชาชนชะลอการใช้จ่ายต่อเนื่อง ดันดัชนีเชื่อมั่นเศรษฐกิจโดยรวม เดือน ธ.ค. ต่ำสุดในรอบ 5 เดือน

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในฐานะประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยถึงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ธ.ค.63 ว่า ดัชนีลดลงทุกรายการเป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน โดยดัชนีความเชื่อมั่นเดือน ธ.ค.63 อยู่ที่ 50.1 ลดจาก 52.4 ในเดือน พ.ย.63 ดัชนีความเชื่อมั่นในปัจจุบัน อยู่ที่ 34.5 ลดจาก 36.3 ดัชนีความเชื่อมั่นในอนาคต อยู่ที่ 57.4 ลดจาก 60.1 ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจโดยรวม อยู่ที่ 43.5 ลดจาก 45.6 ต่ำสุดในรอบ 5 เดือน นับตั้งแต่เดือน ส.ค.63 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำ อยู่ที่ 47.5 ลดจาก 50.0 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคต อยู่ที่ 59.2 ลดจาก 61.6

สำหรับปัจจัยที่ทำให้ดัชนีเชื่อมั่นปรับตัวลดลงทุกรายการ มาจากความวิตกกังวลต่อการแพร่ระบาดของโควิด-19 รอบใหม่ที่เป็นวงกว้างและรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน การทำธุรกิจ และ ภาวะเศรษฐกิจไทยในอนาคต โดยเฉพาะภาคท่องเที่ยวและบริการต่างๆสถานการณ์โควิด-19 ในต่างประเทศที่ยืดเยื้อและรุนแรงกว่าที่คาดผู้บริโภคยังกังวลเศรษฐกิจชะลอตัว ตลอดจนปัญหาค่าครองชีพและราคาสินค้าที่ยังทรงตัวในระดับสูง รวมถึงกังวลรายได้ในปัจจุบันไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น

“การที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลงทุกรายการ แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคยังคงเห็นว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมยังคงย่ำแย่จากวิกฤติโควิด ทั้งในไทยและทั่วโลก ซึ่งจะส่งผลกระทบในเชิงลบอย่างมากต่อกำลังซื้อในประเทศ การท่องเที่ยว การส่งออก ธุรกิจโดยทั่วไป และ การจ้างงานในอนาคต โดยบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั้งในปัจจุบันและในอนาคตได้อย่างต่อเนื่องในระยะอันใกล้นี้ ทำให้คาดว่าผู้บริโภคยังคงชะลอการใช้จ่ายอย่างมากตลอดในไตรมาส 1/64 จนกว่าสถานการณ์การระบาดในประเทศจะคลี่คลายลง ซึ่งต้องติดตามผลสัมฤทธิ์ของการควบคุมการระบาดรอบใหม่ของรัฐบาลในไตรมาส 1-2 นี้ ว่าจะสามารถพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยได้มากน้อยเพียงใด”

อย่างไรก็ดี การสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือน ธ.ค.63 นี้ทำในช่วงก่อนที่รัฐบาลจะประกาศมาตรการควบคุมการระบาดที่แบ่งพื้นที่ตามระดับความรุนแรงของการแพร่ระบาด จึงคาดว่าแนวโน้มดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในระยะ 1-2 เดือนข้างหน้าจะลดลงต่ำกว่าเดือน ธ.ค.63 และมีโอกาสจะลดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์และต่ำกว่าในเดือน เม.ย.63 ที่มีการล็อกดาวน์และเคอร์ฟิวทั้งประเทศ

“จากสถานการณ์รอบนี้ คนจะชะลอการใช้จ่าย ผลทางจิตวิทยาจะผูกกับตัวเลขผู้ติดเชื้อในแต่ละวัน ดังนั้น ประเด็นสำคัญมากๆ คือการยับยั้งไม่ให้ตัวเลขเพิ่มขึ้นด้วยมาตรการเข้มข้น และจำเป็นต้องทำให้เกิดประสิทธิภาพ”.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ