ชี้คนไทยวัย 55 ปีขึ้นไป เตรียมวางแผนอนาคตเกษียณสุข ไม่พึ่งลูกหลาน

Business & Marketing

Marketing & Trends

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

ชี้คนไทยวัย 55 ปีขึ้นไป เตรียมวางแผนอนาคตเกษียณสุข ไม่พึ่งลูกหลาน

Date Time: 30 ก.ย. 2563 15:40 น.

Video

ถอดโมเดล SpaceX เบื้องหลังเกมการเงิน Elon Musk เดิมพันใหญ่กว่าที่คิด | Digital Frontiers EP.53

Summary

ผู้จัดงาน InterCare Asia 2020 ชี้คนไทยอายุ 55 ปีขึ้นไป เตรียมวางแผนอนาคตเกษียณสุข แบบไม่พึ่งพาลูกหลาน มองเป็นโอกาสของหน่วยงานรัฐ-เอกชน ใช้เทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาตลาด

ผู้จัดงาน InterCare Asia 2020 ชี้คนไทยอายุ 55 ปีขึ้นไป เตรียมวางแผนอนาคตเกษียณสุข แบบไม่พึ่งพาลูกหลาน มองเป็นโอกาสของหน่วยงานรัฐ-เอกชน ใช้เทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาตลาด

นายศักดิ์ชัย ภัทรปรีชากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.ซี. เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด ผู้จัดงาน InterCare Asia 2020 กล่าวว่า ในปี 2562 ที่ผ่านมาประเทศไทยมีจำนวนประชากรอยู่ที่ 66.5 ล้านคน พบว่ามีสัดส่วนของผู้สูงอายุหรือคนที่อายุ 60 ปีขึ้นไป กว่า 11.13 ล้านคน คิดเป็น 16.73% ถือว่ามีสัดส่วนมากกว่าจำนวนประชากรเด็กและมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ผู้จัดงาน InterCare Asia 2020 ชี้คนไทยอายุ 55 ปีขึ้นไป เตรียมวางแผนอนาคตเกษียณสุข แบบไม่พึ่งพาลูกหลาน มองเป็นโอกาสของหน่วยงานรัฐ-เอกชน ใช้นวัตกรรมเทคโนโลยี เป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง จากความต้องการของผู้สูงอายุที่มีความครอบคลุมอยู่ในทุกธุรกิจ โดยผู้ประกอบการต่างเริ่มให้ความสำคัญกับตลาดผู้สูงอายุมากขึ้นเพื่อรองรับความต้องการในระยะยาว ส่งผลให้ที่ผ่านมามูลค่าตลาดในกลุ่มผู้สูงอายุนั้นมีมากถึง 107,000 ล้านบาทต่อปี

อย่างไรก็ตาม จากการจัดงาน InterCare Asia ในหลายปีได้ศึกษาว่าจะทำอย่างไรให้ผู้สูงอายุมีชีวิตที่ดีในบั้นปลายชีวิตที่จึงได้นำสินค้าบริการ และนวัตกรรมต่างๆ เข้ามาจัดแสดงเพื่อสร้างความคุ้นเคย โดยส่วนใหญ่พบว่าผู้ที่มีอายุ 55 ปี ขึ้นไป เริ่มมีการวางแผนชีวิตเอง

ทั้งทางด้านการเงิน การลงทุน เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตได้ในช่วงบั้นปลาย โดยไม่ต้องการพึ่งพาลูกหลาน และเริ่มศึกษาเทคโนโลยี อาหารเสริมต่างๆ รวมถึงทริปการท่องเที่ยวให้ชีวิตมีความสุข เพื่อให้มีอายุยืนยาวมากขึ้น

โดยเทรนด์ธุรกิจที่คาดการณ์ว่าจะมีแนวโน้มในการเติบโตสูงในตลาดผู้สูงอายุ คือกลุ่ม 1. Smart Life for Elderly People นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ อาทิ หุ่นยนต์ดูแลผู้สูงอายุ อุปกรณ์

2. Smart Home เพื่อช่วยเพิ่มความสะดวกสบายภายในบ้าน อุปกรณ์ช่วยเหลือผู้สูงอายุ อาทิ อุปกรณ์ฟื้นฟูสมอง เตียงและที่นอนอัจฉริยะสำหรับผู้สูงวัย เครื่องยกเคลื่อนย้ายผู้ป่วย อุปกรณ์ฝึกเดิน เครื่องออกกำลังกายและกายภาพบำบัด เฟอร์นิเจอร์ที่ตอบโจทย์ผู้สูงวัย

รวมถึงคอนโดมิเนียมที่มีสภาพแวดล้อมเหมาะสมกับการใช้ชีวิตในวัยเกษียณ ทั้งพื้นที่การใช้สอย ระบบความปลอดภัย และมีการนำเทคโนโลยี นวัตกรรมใหม่เข้ามาใช้อย่างเหมาะสม รวมถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ

3 Care food อาหารที่ผลิตเพื่อผู้สูงอายุให้ได้สารอาหารครบถ้วน ทั้งในรูปแบบของอาหารที่มีเนื้ออาหารที่นุ่ม และมีการขึ้นรูปให้ดูน่ารับประทาน อาหารชง เจลลี่ สามารถทานได้ง่ายและแก้ปัญหาด้านการเคี้ยวและการกลืน เป็นต้น

นายแพทย์ฆนัท ครุธกูล นายกสมาคม สมาคมสมาพันธ์สถานประกอบการเพื่อสุขภาพและผู้สูงอายุและกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสังคม กล่าวว่า ตลาดกิจการดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงของไทยมีมูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาทต่อปี

โดยความต้องการสถานบริการผู้สูงอายุไทยถึงแม้ว่าจะมีความต้องการสูง แต่คาดว่าในอีก 3-5 ปีข้างหน้าความต้องการสถานบริการจะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ปัจจุบันอัตราการเติบโตของสถานประกอบการดูแลผู้สูงอายุมีเพิ่มขึ้นกว่า 150% จาก 3-5 ปีก่อน ซึ่งเป็นสถานบริการของรัฐ และเอกชนว่า 4,000 แห่งทั่วประเทศ

ทั้งนี้ เรามองว่ายังมีแนวโน้มการเปิดตัวสถานบริการใหม่อย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะโรงพยาบาลขนาดใหม่ที่มีแผนการลงทุนทางด้านนี้ในหลายจังหวัด เช่น ภูเก็ต ซึ่งกลุ่มเป้าหมายหลักจะเป็นชาวต่างชาติ

สำหรับสถานประกอบการดูแลผู้สูงอายุไทยในปัจจุบันจำเป็นต้องมีมาตรฐานและระบบการให้บริการที่เพียบพร้อมและเพียงพอต่อการดูแลผู้สูงอายุอย่างมืออาชีพ สมาคมสมาพันธ์ฯ จึงตั้งเป้าที่จะส่งเสริม สนับสนุน และมุ่งเน้นสร้างมาตรฐานให้กับสถานประกอบการให้มีมาตรฐานคุณภาพ ยึดหลักคุณธรรมจริยธรรมในการดูแลผู้สูงอายุ

พร้อมทั้งจัดกิจกรรมมอบรางวัลสถานประกอบการดีเด่น องค์กรคุณธรรมที่มีการปฏิบัติตามหลักคุณธรรมจริยธรรมในการดูแลผู้สูงอายุ และส่งเสริมความรู้แก่ผู้ประกอบการภายในงาน InterCare Asia ทุกๆ ปี

นายแพทย์สกานต์ บุนนาค ผู้อำนวยการสถาบันเวชศาสตร์ฯผู้สูงอายุ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงฯ เองก็มีมีเป้าหมายหนึ่งที่จะยกระดับให้ไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์และนวัตกรรมผู้สูงอายุของอาเซียน

โดยไทยได้ริเริ่มผลักดันให้ประเทศสมาชิกอาเซียนร่วมกันก่อตั้ง ASEAN Centre for Active Ageing and Innovation (ACAI) ขึ้น เพื่อเป็นศูนย์กลางการพัฒนาองค์ความรู้ สนับสนุนงานวิจัย ส่งเสริมนวัตกรรม และสร้างฐานข้อมูลด้านการแพทย์ของอาเซียน ที่จะนำไปสู่การกำหนดนโยบาย และเป็นแนวทางที่จะพัฒนาร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิกอีกด้วย

สำหรับการจัดงาน InterCare Asia 2020 ในครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-17 ต.ค.63 ณ ฮอลล์ 101 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค โดยภายในงานนอกจากจะรวบรวมสินค้าบริการด้านผู้สูงอายุแล้ว ยังมีการถ่ายทอดองค์ความรู้จากหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน เพื่อเป็นการสร้างเครือข่ายทางวิชาการ และเครือข่ายทางธุรกิจ (Business Networking) เพิ่มโอกาสใหม่ๆ ให้แก่ผู้ประกอบการอีกด้วย


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ