Q2 ปตท. “เอาอยู่” ทั้งเครือมีกำไร หลัง Q1 ผลประกอบการทรุด 43.9%

Business & Marketing

Marketing & Trends

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

Q2 ปตท. “เอาอยู่” ทั้งเครือมีกำไร หลัง Q1 ผลประกอบการทรุด 43.9%

Date Time: 12 ส.ค. 2563 06:30 น.

Summary

ผลการดำเนินงาน ปตท. ไตรมาส2 มีกำไร 54,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น67.4% จากไตรมาสแรกของปี เหตุจากราคาน้ำมันปรับตัวดีขึ้น และผลจากการวางแผนบริหารจัดการทั้งระยะสั้นและระยะยาว

Latest

โลตัสเปิด “โอเอซิส พัฒนาการ 30” ดันแลนด์มาร์กค้าปลีก ย่านพัฒนาการ

ผลการดำเนินงาน ปตท. ไตรมาส2 มีกำไร 54,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น67.4% จากไตรมาสแรกของปี เหตุจากราคาน้ำมันปรับตัวดีขึ้น และผลจากการวางแผนบริหารจัดการทั้งระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงการปรับลดค่าใช้จ่าย และการดำเนินนโยบายบริหารการเงินอย่างเคร่งครัด เป็นไปด้วยความราบรื่น

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) (PTT) เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 63 ว่า ปตท. และบริษัทย่อยมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย ต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ (EBITDA) จำนวน 54,208 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21,823 ล้านบาท หรือ 67.4% จากไตรมาสแรกจากสถานการณ์ราคาน้ำมันปรับตัวดีขึ้น ตลอดจนเป็นผลมาจากการวางแผนการดำเนินการทั้งระยะสั้นและระยะยาว รวมทั้งมีค่าเสื่อมราคาและภาษีเงินได้ลดลงส่งผลให้มีกำไรสุทธิในไตรมาส 2 จำนวน 12,053 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13,607 ล้านบาท หรือมากกว่า 100% จากขาดทุนสุทธิไตรมาสแรก 1,554 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการในช่วงครึ่งแรกของปี 63 ปตท. และบริษัทย่อยมี EBITDA จำนวน 86,593 ล้านบาท ลดลง 67,734 ล้านบาท หรือ 43.9% จากช่วงครึ่งแรกของปี 62 เนื่องจากสงครามราคาน้ำมัน สภาวะอุปทานล้นตลาดของน้ำมันดิบ ประกอบกับความ ต้องการใช้ผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีลดลงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจที่มาจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งนำไปสู่มาตรการปิดเมืองในหลายประ เทศส่งผลให้ ปตท. และบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิในครึ่งแรกของปี 63 เป็นจำนวน 10,499 ล้านบาท ลดลง 44,751 ล้านบาท หรือลดลง 81.0% จากในครึ่งแรกของปี 62

ปตท.ใช้หลัก 4 R ปรับตัวสู่ Next Normal

ทั้งนี้ โควิด-19 และสงครามราคาน้ำมัน ได้ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมพลังงานทั่วโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตลอดช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา กลุ่ม ปตท. ยังคงไว้ซึ่งภารกิจหลักด้านความมั่นคงทางพลังงานและขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้กับประเทศ ตลอดจนพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของทุกคน ในด้านการบริหารองค์กร กลุ่ม ปตท. ได้ประเมินผลกระทบและติดตามสถานการณ์ พร้อมวางแผนการดำเนินการทั้งระยะสั้นและระยะยาว ผ่านศูนย์ PTT Group Vital Center ด้วยแนวคิด 4 R’s

เริ่มจาก Resilience สร้างความยืดหยุ่นพร้อมดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง สร้างความปลอดภัยให้พนักงาน ประเมินสุขภาพองค์กร ลด-ละ-เลื่อน ค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น โดยคาดว่าจะสามารถลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานกลุ่ม ปตท. ในปี 2563 ได้ 10%-15% พร้อมทั้งจัดความสำคัญของโครงการลงทุน Restart เตรียมความพร้อมในการนำธุรกิจ พนักงาน ลูกค้าและคู่ค้า กลับสู่สภาวะปกติให้เร็วที่สุดและรักษาความสามารถทางการแข่งขัน Re-imaginationเตรียมออกแบบธุรกิจเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดเป็น Next normal ทั้งการเติบโต ในธุรกิจเดิมและธุรกิจใหม่ และ Reform พิจารณาปรับเปลี่ยนโดยจัดโครงสร้างองค์กรหรือรูปแบบการดำเนินธุรกิจใหม่ ให้สอดคล้องกับทิศทางในอนาคต พร้อมรองรับทุกสถานการณ์ที่ไม่คาดว่าจะเกิดขึ้น

บริหารนโยบายการเงินเคร่งครัด

นอกจากนั้น ยังมีนโยบายในการบริหารการเงินอย่างเคร่งครัด ทั้งการรักษาสภาพคล่องและความแข็งแกร่งทางการเงินของกลุ่มปตท. โดยในช่วงที่ผ่านมา ปตท. ได้เสนอขายหุ้นกู้จำนวน 3 ครั้ง เพื่อใช้ในการลงทุนเป็นเงินทุนหมุนเวียน และชำระคืนเงินกู้ที่ครบกำหนดซึ่งได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีและสะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ แบ่งเป็น การออกหุ้นกู้สกุลเหรียญสหรัฐฯ อายุ50ปี วงเงิน 700 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เสนอขายให้กับนักลงทุนต่างประเทศ

การออกหุ้นกู้ของ ปตท. ครั้งนี้ ถือเป็นการออกหุ้นกู้สกุลเหรียญสหรัฐฯอายุ 50 ปี ครั้งแรกที่ออกโดยบริษัทในกลุ่ม Asia and Emerging Markets อีกส่วนคือการออกหุ้นกู้สกุลบาท เสนอขายให้กับนักลงทุนในประเทศทั้งนักลงทุนทั่วไป สถาบัน และนักลงทุนรายใหญ่ วงเงินรวม 35,000 ล้านบาท และในจำนวนนี้ รวมการออกหุ้นกู้อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม หรือกรีนบอนด์ 2,000 ล้านบาทด้วย ซึ่ง ปตท.ถือเป็นองค์กรแรกในประเทศไทยที่เสนอขายกรีนบอนด์ให้กับนักลงทุนทั่วไปและกรีนบอนด์ของ ปตท.นี้เป็นหุ้นกู้ที่ได้รับ Certification ด้านอนุรักษ์ป่าจาก Climate Bond Institution (CBI) เป็นครั้งแรกของโลกอีกด้วย

ร่วมสู้ภัยโควิดเคียงข้างคนไทย

ในด้านการมีส่วนร่วมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้คนไทย กลุ่ม ปตท. ร่วมเคียงข้างคนไทยสู้ภัยโควิด-19 โดยสนับสนุนการดำเนินงานสู้ภัยมูลค่ารวม 851 ล้านบาทได้แก่ ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของประชาชน โดยสนับสนุนส่วนลดราคา LPG แก่ผู้มีรายได้น้อย กลุ่มร้านค้า หาบเร่ แผงลอยอาหาร ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และลดราคาขายปลีกเอ็นจีวี (NGV) ให้กลุ่มรถโดยสารสาธารณะ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 659 ล้านบาท

หนุนด้านงานวิจัยพัฒนาและจัดหาอุปกรณ์ป้องกันและเจลแอลกอฮอล์ แก่บุคลากรทางการแพทย์ หน่วยงานด้านสาธารณสุข รวมถึงบริจาคเงินแก่โรงพยาบาลคิดเป็นมูลค่า 192 ล้านบาทให้แก่องค์การเภสัชกรรม โรงพยาบาล หน่วยงานราชการต่างๆ และประชาชนทั่วไป เป็นต้น ปตท. ยังคงยึดหลักการบริหารจัดการที่เน้นการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ รักษาสภาพคล่องและความแข็งแกร่งทางการเงิน ตามนโยบาย “Powering Thailand’s Transformation” เพื่อเคียงข้างคนไทย และเป็นพลังในการขับเคลื่อนประเทศให้ข้ามพ้นทุกการเปลี่ยนแปลงไปด้วยดี.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ