
การส่งมอบโอกาสให้แก่กันและกันในสังคมเป็นจุดเริ่มต้นของการส่งต่อโอกาสครั้งต่อๆ ไปได้เสมอ และนั่นเป็นจุดเริ่มของความสุขที่เกิดขึ้นได้จากทั้งปลายทาง ย้อนกลับไปจนถึงต้นทาง แม้ในโลกของการทำธุรกิจที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน โอกาสจะเป็นเสมือนของล้ำค่าที่ยากยิ่งจะได้รับโดยง่าย แต่ก็มีหลายองค์กรเล็งเห็นความสำคัญของการจับมือกันก้าวเดินเพื่อร่วมเติบโต บมจ.ซีพี ออลล์ ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในประเทศไทย คือหนึ่งในผู้ที่เห็นความสำคัญของการสร้างสังคมที่ยั่งยืนด้วยการมอบโอกาสให้กับทุกคนเสมอมา การส่งเสริมและสนับสนุนสินค้าของผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (SME) ที่ผลิตสินค้ามีคุณภาพมาตรฐานผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายที่พร้อมสำหรับการเติบโต นับเป็นความสำเร็จของการเดินสู่สังคมแห่งความสุข ‘น้ำพริกป้าแว่น’ คือก้าวหนึ่งที่นับเป็นบทพิสูจน์ได้ว่า การก้าวเดินของธุรกิจสามารถขับเคลื่อนได้ผ่านความสุขและความงดงามร่วมกันในสังคมได้เช่นกัน
‘น้ำพริกป้าแว่น’ พลิกชีวิตของหลายชีวิตให้เติบโตร่วมกัน
สำหรับ บริษัท ซีพี ออลล์ (มหาชน) จำกัด ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในประเทศไทย แล้ว นโยบายหนึ่งที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง คือการร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้ทุกคน โดยการส่งเสริมและสนับสนุนสินค้าของผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก หรือเอสเอ็มอี (SME) ที่ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และเป็นที่นิยมจากประชาชนมาตลอด ผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าทั้งจากร้านเซเว่นฯ ทั่วประเทศ ไปจนถึงช่องทางอื่นๆ ทั้งบริษัท ทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง จำกัด โดยจำหน่ายสินค้าผ่านนิตยสารทเวนตี้โฟร์ แคตตาล็อก ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ และอีคอมเมิร์ซ ก็นับได้ว่าเป็นการดำเนินนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจ คือ ‘น้ำพริกป้าแว่น’ ผลิตภัณฑ์เล็กๆ ที่ดูเหมือนจะธรรมดาๆ ในสายตาของคนทั่วไป ทว่าก็ค่อยๆ เติบโตขึ้นจากการได้รับโอกาสครั้งสำคัญ ขณะเดียวกันได้ส่งโอกาสของการมีชีวิตที่ดีให้กับอีกหลายชีวิตที่โยงใยสัมพันธ์กันอยู่ในสายธุรกิจนี้เช่นกัน
‘ป้าแว่น’ บังอร วันน้อย เจ้าของโรงงานน้ำพริกป้าแว่น เล่าถึงจุดเริ่มต้นของ ‘น้ำพริกป้าแว่น’ ซึ่งเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์อาหารที่ถูกอกถูกใจผู้คนผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายทั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่น และ 24 shopping ในปัจจุบันว่า เริ่มมาจากความชอบและทักษะที่ตัวเองมี โดยหวังเพียงการมีชีวิตที่ดีขึ้น และสามารถลืมตาอ้าปากได้ จนกระทั่งวันหนึ่งก็เริ่มประสบความสำเร็จ ทว่ากว่า ‘ป้าแว่น’ จะเดินทางมาถึงวันนี้ได้ก็ต้องฝ่าฟันอุปสรรคในเส้นทางนี้มากมาย
“กว่าจะประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้ ชีวิตต้องผ่านอุปสรรคและวิกฤติหนี้สิน เริ่มต้นจากการทำน้ำพริกซึ่งเป็นสิ่งที่ตนเองมี และเป็นความถนัด ก็ฝากขายตามร้านค้าต่างๆ ในจังหวัดชลบุรี แต่ช่วงปี 2549 ที่มีเหตุชุมนุมประท้วง ทำให้ร้านค้าขายสินค้าไม่ได้ ต้องส่งน้ำพริกคืน มีน้ำพริกค้างสต๊อกเป็นจำนวนมาก เงินที่ลงทุนไปติดลบทำให้เกิดหนี้สิน และสะสมมาเรื่อยๆ จนถึงช่วงปี 2554 เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่สร้างความเสียหายให้กับธุรกิจ ทำให้หนี้สินเพิ่มขึ้นเป็น 30 กว่าล้านบาท ช่วงนั้นชีวิตเหมือนล้มละลาย แต่เมื่อได้รับโอกาสจากซีพี ออลล์ ให้นำน้ำพริกเข้าไปเสนอ ด้วยรสชาติที่ถูกปากผู้บริโภคและการผลิตที่ได้มาตรฐาน จึงทำให้ได้รับโอกาสนำสินค้าไปวางจำหน่ายในร้านเซเว่น อีเลฟเว่นทั่วประเทศจนถึงวันนี้ อาทิ น้ำพริกปลาทู น้ำพริกกะปิ น้ำพริกปลาสลิดย่าง และน้ำพริกเห็ดหอมเจ เป็นต้น”
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของ ‘น้ำพริกป้าแว่น’ น้ำพริกธรรมดาๆ ที่ปัจจุบันมียอดการผลิตหลายแสนกระปุกต่อเดือน ผ่านรสชาติที่หลากหลายถูกปากคอน้ำพริก ขณะเดียวกันก็ยังผลิตผ่านระบบโรงงานผลิตที่ได้มาตรฐาน ‘ป้าแว่น’ จึงได้ขยายโรงงานเพื่อรองรับการผลิตที่มากขึ้นตามความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น และผลสะท้อนสำคัญที่เกิดขึ้นจากธุรกิจเล็กๆ ที่ก้าวเดินไปอย่างมั่นคงมากยิ่งขึ้นนี้ คือ คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของอีกหลายชีวิตที่สัมพันธ์กันอยู่ในสังคมธุรกิจเดียวกัน ตั้งแต่พนักงานในโรงงาน จนถึงเกษตรกรที่มีส่วนสำคัญต่อวัตถุดิบต่างๆ
ธุรกิจน้ำพริกป้าแว่นมีส่วนช่วยให้เกิดการจ้างงานจากคนในชุมชน คนหนุ่มสาว มีการรับพนักงานสูงอายุเข้าทำงาน และให้การช่วยเหลือเกษตรกรชุมชน ด้วยการรับซื้อวัตถุดิบทางการเกษตร ได้แก่ พริกขี้หนู ข่า ตะไคร้ จากชุมชนในอำเภอเกาะจันทร์ และอำเภอใกล้เคียงใน จังหวัดชลบุรี ทำให้ชุมชนมีช่องทางในการขาย เป็นการเสริมสร้างอาชีพให้กับชุมชนและเกษตรกรให้มีอาชีพ รายได้ที่ดีขึ้น นับเป็นความสำเร็จของการขับเคลื่อนธุรกิจที่มากกว่าแค่การสร้างการเติบโต
เติบโตจากโอกาส และการส่งต่อโอกาส
การส่งเสริมและสนับสนุนสินค้าของผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก หรือเอสเอ็มอี (SME) ที่ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ของ บมจ.ซีพี ออลล์ ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในประเทศไทย อย่างเป็นรูปธรรม ทำให้ปัจจุบันทั้งเซเว่น อีเลฟเว่น และทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง ได้จัดจำหน่ายสินค้าเอสเอ็มอีรวมทั้งสิ้นกว่า 13,000 รายการแล้ว ขณะเดียวกันก็ยังมีส่วนร่วมในการพัฒนาเอสเอ็มอี (SME) ให้เจริญก้าวหน้าเพื่อเป็นเติบโตเป็นบริษัทที่มีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผ่านการส่งต่อโอกาสจากองค์ความรู้ที่มีคุณค่า เหมือนที่เกิดขึ้นกับ ‘น้ำพริกป้าแว่น’
‘ป้าแว่น’ เล่าให้ฟังถึงเรื่องนี้ว่า “ทีมงานของเซเว่น อีเลฟเว่น คอยให้ความรู้เรื่องมาตรฐานต่างๆ เริ่มจากการพัฒนาโรงงานให้ได้มาตรฐาน รวมไปถึงเรื่องคุณภาพของสินค้า มาดูแลให้คำแนะนำอยู่เสมอ ว่าต้องพัฒนาแก้ไขในส่วนใดบ้าง ป้าใช้เวลาค่อนข้างนานเพราะไม่มีเงินทุน ซึ่งเซเว่นฯ เขาก็ให้ความช่วยเหลือมาตลอด นั่นคือจุดเริ่มต้นในการสร้างรายได้มากมายให้กับธุรกิจน้ำพริก กระทั่งนำมาสู่การพัฒนาต่อยอดสินค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น ตอบสนองความต้องการของลูกค้า ด้วยการลองผิดลองถูก เป็นการนำเอาวัตถุดิบหลากหลาย มาสร้างสรรค์น้ำพริกให้มีความแตกต่างและคงความเป็นเอกลักษณ์ของสินค้า” ปัจจุบันน้ำพริกป้าแว่นมีหลากหลายสูตร และมีรสชาติที่ครองใจผู้บริโภค ในขณะเดียวกันก็ยังพร้อมจะก้าวเดินต่อไปในอนาคต ด้วยการคิดค้นสูตรน้ำพริกใหม่ๆ ออกมาจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง
สิ่งที่ทำให้ ‘น้ำพริกป้าแว่น’ ประสบความสำเร็จได้อย่างทุกวันนี้ คือความซื่อสัตย์และจริงใจต่อผู้บริโภค และการไม่หยุดที่จะพัฒนาสินค้าของตนเอง ขณะเดียวกันการได้รับโอกาสผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายและองค์ความรู้ที่ ซีพี ออลล์ มอบให้ ก็เป็นใบเบิกทางสู่การเติบโตของธุรกิจเล็กๆ ด้วย แต่เหนือสิ่งอื่นใด นี่คือบทพิสูจน์สำคัญว่า การส่งมอบโอกาสเป็นความงดงามอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นได้ในเส้นทางธุรกิจ และสังคมไทย