ซื้อของ รับเงิน-ทอนเงิน แบบแฟร์ๆ ลูกค้าคนขาย ไม่เจ็บ!! ไม่ทะเลาะ

Business & Marketing

Marketing & Trends

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

ซื้อของ รับเงิน-ทอนเงิน แบบแฟร์ๆ ลูกค้าคนขาย ไม่เจ็บ!! ไม่ทะเลาะ

Date Time: 24 ก.ย. 2561 18:58 น.

Video

อยากรวย อย่าพูดคำว่า ไม่มี! กับ ป้าตือ สมบัษร l Money Secret EP.18

Summary

ปัญหาร้านค้าทอนเงินผิดทั้งตั้งใจและไม่ตั้งใจ เกิดขึ้นซ้ำๆ หรือลูกค้าบางคนขาดความรอบคอบไม่ค่อยนับเงินทอน บางคนอาจหลงๆ ลืมๆ โดยเฉพาะผู้สูงวัย เมื่อรับเงินทอนไปก็จับยัดใส่กระเป๋าในทันที

Latest


ปัญหาร้านค้าทอนเงินผิดทั้งตั้งใจและไม่ตั้งใจ เกิดขึ้นซ้ำๆ หรือลูกค้าบางคนขาดความรอบคอบไม่ค่อยนับเงินทอน บางคนอาจหลงๆ ลืมๆ โดยเฉพาะผู้สูงวัย เมื่อรับเงินทอนไปก็จับยัดใส่กระเป๋าในทันที ลืมไปว่าได้ส่งแบงก์พัน หรือแบงก์ห้าร้อยให้กับร้านค้าขณะซื้อสินค้า หากเจอร้านค้ามีความซื่อสัตย์ ถือว่าโชคดีไป!!

เพื่อให้เกิดความสบายใจทั้งลูกค้าและผู้ขาย ในการใช้เงินตราแลกเปลี่ยนซื้อสินค้า แน่นอนการทอนเงินจึงเป็นสิ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งจะต้องมีความรอบคอบทั้งสองฝ่าย มีการหยิบแบงก์พูดทบทวนให้เห็นกันชัดๆ หรือถามย้ำได้จ่ายแบงก์จำนวนนี้ไป ไม่ให้เกิดการสูญเงิน และร้านค้าไม่ต้องเสี่ยงกับการถูกลูกค้าโวยวาย ได้เงินทอนไม่ครบ หรือบาดเจ็บ เพราะทอนเงินเกินไป

ขณะที่ บูม-ภัทรพล เหลือบุญชู ผู้ก่อตั้งเพจ “Japan Salaryman” และผู้เขียนบทความสร้างแรงบันดาลใจด้วยมุมมองและวิธีคิดของชาวญี่ปุ่น ระบุว่า ตอนไปใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่น ไม่ว่าจะไปซื้ออะไรในร้านสะดวกซื้อ หรือร้านไหนๆ มักจะเห็นการรับเงิน ทอนเงินที่สะดุดสายตา คือ เช็กได้ รับง่าย และรวดเร็ว โดยทุกที่มีรูปแบบการรับที่คล้ายๆ กัน เหมือนเป็นมาตรฐานระดับชาติ ซึ่งพนักงานร้านค้าที่ญี่ปุ่นมักจะมีขั้นตอนในการทอนเงินดังนี้

1.นับธนบัตรที่จะทอนให้เห็นอย่างถี่ถ้วน โดยโชว์ฝั่งที่มีรูปคนให้เห็น มีวิธีการจับ เพื่อนับธนบัตรให้คล่องแคล่ว แล้วนับมูลค่าให้ลูกค้าได้ยิน สองพันเยน สามพันเยน สี่พันเยน... เสร็จแล้วก็จะจับธนบัตรฉบับที่ใหญ่สุดเรียงไว้ด้านหลัง แล้วยื่นให้ลูกค้าในลักษณะที่ลูกค้าหยิบง่ายที่สุด ด้วยวิธีนี้ลูกค้าจะสามารถใส่ธนบัตรที่เรียงกันแล้วเข้าไปในกระเป๋าสตางค์ได้ทันที การจะหยิบออกมาใช้ในครั้งหน้าก็หยิบออกง่าย



2.กรณีที่เป็นเหรียญ มีการเรียงให้เห็นได้ชัดว่าถูกต้องตามที่จะต้องได้รับหรือไม่ ถ้ามีใบเสร็จรับเงินที่มีขนาดยาว จะมีการพับครึ่งแล้วซ้อนเหรียญไว้ข้างบน เราสามารถรับโดยไม่ต้องจับตัวเหรียญ และเทใส่กระเป๋าสตางค์ได้ทันที



3.ระหว่างเวลาทอนจะไม่จับเหรียญและธนบัตรมารวมกันแล้วยื่นทีเดียว แต่จะแยกทอน เริ่มจากธนบัตร แล้วค่อยไปเหรียญ วิธีการนี้มีที่มาที่ไป เพราะคนญี่ปุ่นเห็นว่า การแยกทอนแม้จะทำให้ใช้เวลามากขึ้น แต่จะช่วยลดความผิดพลาดในการทอน โอกาสที่พนักงานจะสังเกตเห็นจำนวนเงินที่ทอนจะมีมากขึ้น

“เรียกได้ว่า Win-Win ทั้งพนักงานขาย และลูกค้า ลูกค้ารออีกสักนิด แต่ได้ครบถ้วนถูกต้องแน่นอน นี่เป็นแค่หนึ่ง Service Mind ที่ญี่ปุ่นทำจนเป็นนิสัย กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตพวกเขา”

ฝั่งของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ด้านนฤมล เมฆบริสุทธิ์ หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิ์ผู้บริโภค ให้คำแนะนำอย่างชัดเจน เร่ิมจากผู้บริโภคในการซื้อสินค้า โดยระหว่างการชำระเงินต้องดูว่าราคาตรงกับที่ซื้อ ตามที่ติดป้ายบอกในชั้นวางหรือไม่ ต้องตรวจสอบข้อมูล คุณสมบัติสินค้าถูกต้องหรือไม่ หากราคาสินค้าไม่ตรงกับที่ติดป้าย ต้องถามพนักงานตามตรง หรือหากไม่ตรงไปตรงมา อาจร้องเรียนกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ส่วนอาหาร ต้องดูวันว่าหมดอายุหรือไม่ด้วยเช่นกัน

“กรณีซื้อสินค้า ผู้บริโภคบางคนอาจไม่มีสติ ไม่มีสมาธิ หรือมีการคุยโทรศัพท์ ทำให้ไม่ได้ดูว่าสินค้าครบหรือไม่ เพราะฉะนั้นต้องรอบคอบในการตรวจสอบสินค้า ขณะกำลังชำระเงิน ควรมีสมาธิ ดูการสแกนสินค้าว่าได้ครบหรือไม่ พร้อมกับตรวจสอบราคา เมื่อมีการควักเงินในกระเป๋า ต้องมีสติดูว่าเป็นแบงก์ชนิดใด เพราะเรื่องนี้เป็นสิทธิของผู้บริโภค ส่วนทางร้านค้าก็ต้องมีวิธีการพูด เช่น รับเงินมา 500 รับมา 1 พัน รับมา 100 บาท นะคะ ซึ่งควรต้องทำ เพื่อให้รู้ทั้ง 2 ฝ่าย เพราะบางครั้งก็มีการหลงลืมกันได้ ซึ่งจะทำให้ความผิดพลาดในการทอนเงินไม่เกิดขึ้น”

นอกจากนี้ลูกค้าควรตรวจสอบเงินทอนต่อหน้าร้านค้า ไม่ใช่ออกไปนอกร้านแล้วค่อยกลับมาทักท้วง รวมถึงการซื้อสินค้าก็เช่นกัน ต้องตรวจสอบกับร้านค้า หากไม่ถูกต้องจะได้ทักท้วงในขณะนั้น ไม่ให้เกิดข้อโต้แย้งระหว่างกัน ซึ่งผู้บริโภคควรใช้สิทธิ และต้องมีความรอบคอบทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ที่สำคัญผู้ประกอบการต้องค้าขายอย่างตรงไปตรงมา อย่างบ้างเรื่อง แม้โทษดูเหมือนจะน้อย เป็นลาภไม่ควรได้ แต่ถือเป็นโทษทางอาญา หากมีการแจ้งความเอาผิด ดังนั้นร้านค้าต้องรัดกุมในการตรวจสอบพนักงาน มีการตั้งกติกา เพราะผู้ซื้อมีความสำคัญ อย่าให้เกิดความผิดพลาด

“มนุษย์บางคนชอบตีหน้าซื่อซื้อสินค้า เพื่อหลอกเอาเงินทอนก็มี ดังนั้นช้าสักนิดให้ทวนเงินทอนกันต่อหน้า จึงคิดว่าเรื่องนี้ป้องกันได้ อีกทั้งปัจจุบันมีตาที่สาม คือกล้องวงจรปิด ซึ่งช่วยได้มากในชีวิตประจำวันในการซื้อของ ในการควักเงินจ่าย ไม่ใช่โทรไปคุยไปขณะจ่ายเงิน จนเกิดปัญหาจากการไม่ระมัดระวัง เพราะฉะนั้นต้องรอบคอบทั้งสองฝ่าย”.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ