
นายแชมป์ สุทธิพงษ์ชัย ผู้ก่อตั้งกองทุนครีเอทีฟเวนเจอร์ จำกัด ซึ่งเป็นกองทุนเวนเจอร์แคปปิตอล (VC) ที่จัดตั้งขึ้นในซิลิคอนวัลเล่ย์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่มีแผน ลงทุนในสตาร์ตอัพไทย เนื่องจากความเชี่ยวชาญยังไม่ตรงกัน โดยครีเอทีฟเวนเจอร์จะเน้นลงทุนในสตาร์ตอัพที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech) ในการให้บริการเป็นหลัก ได้แก่ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) คอมพิวเตอร์วิชั่น และชีววิทยาสังเคราะห์ ขณะที่สตาร์ตอัพไทยในปัจจุบัน ส่วนใหญ่ใช้เทคโนโลยีในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น
“การลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูง ต้องใช้เวลานาน 5-7 ปี โดยครีเอทีฟเวนเจอร์จะเลือกลงทุนในสตาร์ตอัพที่เป็นเมกะเทรนด์หรือแนวโน้มของโลกอนาคต ได้แก่ เทคโนโลยีที่ใช้ดูแลผู้สูงวัย, แก้ปัญหา ขาดแคลนแรงงาน และแก้ปัญหาโลกร้อน โดยเทคโนโลยีเหล่านี้ จะเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงโลกต่อจากนี้”
นายจิรพัฒน์ จันทร์เจิดศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยี บริษัท สิริเวนเจอร์ส จำกัด ในเครือแสนสิริ เปิดเผยว่า สิริเวนเจอร์เฉลี่ยพอร์ตลงทุนทั้งในสตาร์ตอัพไทยและต่างชาติ แล้วแต่ว่าบริการของใครตอบโจทย์การทำธุรกิจมากที่สุด โดยในพอร์ตลงทุนสตาร์ตอัพ 5 รายตอนนี้ เป็นต่างชาติ 3 และสตาร์ตอัพไทย 2 ราย แต่ละรายสามารถนำมาต่อยอดในการให้บริการ ลูกค้าของแสนสิริได้ โดยจากการประเมินสถานการณ์สตาร์ตอัพในปีนี้ พบว่ามีพัฒนาอย่างชัดเจน มีสตาร์ตอัพคุณภาพดีเข้ามาเสนองานมากขึ้น โดยสิริเวนเจอร์กำลังมองหาทั้งสตาร์ตอัพที่ทำเทคโนโลยีขั้นสูง รวมทั้งที่ใช้เทคโนโลยีในการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน และสามารถพัฒนาเป็นสินค้า-บริการออกมาได้ในทันที.