ดึงห้างซื้อผลไม้ 2 หมื่นล้าน รัฐชูธง "ตลาดนำการผลิต" มั่นใจราคาไม่ตก

Business & Marketing

Marketing & Trends

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

ดึงห้างซื้อผลไม้ 2 หมื่นล้าน รัฐชูธง "ตลาดนำการผลิต" มั่นใจราคาไม่ตก

Date Time: 24 มี.ค. 2561 06:30 น.

Summary

“พาณิชย์” ดึงห้างค้าปลีก-ตลาดกลางผลไม้ ทำเอ็มโอยูรับซื้อผลไม้ปริมาณ 3.3 แสนตัน สูงสุดเป็นประวัติการณ์ มูลค่า 2 หมื่นล้านบาท มั่นใจปีนี้ราคาผลไม้ไม่ตกต่ำแน่นอน...

Latest

รอบรั้วการตลาด : รพ.พระรามเก้า คว้ารางวัล Gold Awards จาก MAAT Media Awards

“พาณิชย์” ดึงห้างค้าปลีก-ตลาดกลางผลไม้ ทำเอ็มโอยูรับซื้อผลไม้ปริมาณ 3.3 แสนตัน สูงสุดเป็นประวัติการณ์ มูลค่า 2 หมื่นล้านบาท มั่นใจปีนี้ราคาผลไม้ไม่ตกต่ำแน่นอน

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมการค้าภายในได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) ความร่วมมือรับซื้อผลไม้ฤดูกาลผลิตปี 2561 ร่วมกับห้างค้าปลีกชั้นนำของประเทศ ได้แก่ ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต, เดอะมอลล์, บิ๊กซี, เทสโก้ โลตัส และแม็คโคร รวมถึงผู้ส่งออกผลไม้ คือบริษัท ไซน์โฟร์ท จำกัด และตลาดไท โดยมีเป้าหมายรับซื้อผลไม้ไม่น้อยกว่า 330,000 ตัน ซึ่งเป็นปริมาณการรับซื้อผลไม้ล่วงหน้าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ มูลค่าประมาณ 20,000 ล้านบาท โดยผลไม้ที่รับซื้อนั้น จะมีทั้งทุเรียน ลองกอง สละ มังคุด มะยงชิด ชมพู่ แตงโม ลำไย เป็นต้น ส่วนใหญ่เป็นผลไม้ภาคตะวันออก

สำหรับความร่วมมือรับซื้อผลไม้ล่วงหน้าครั้งนี้ ถือเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานรากภายใต้ยุทธศาสตร์ “ประเทศไทยเป็นชาติมหาอำนาจด้านการค้าผลไม้เมืองร้อนของโลก” โดยให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้มแข็งจากเศรษฐกิจภายในประเทศ เศรษฐกิจท้องถิ่น ดังนั้น ความร่วมมือกับห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ ผู้ส่งออก และตลาดกลางสินค้าเกษตร จะเป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าผลไม้ให้กับเกษตรกรโดยตรง และยังช่วยเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน

“การรับซื้อจากเกษตรกรโดยตรง จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับเกษตรกร เพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลไม้ เกษตรกรจะได้รับองค์ความรู้เพิ่มเติมทั้งด้านการพัฒนาคุณภาพผลผลิต การเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม และการวางแผนการเพาะปลูก รวมถึงบริษัทผู้รับซื้อสามารถวางแผนการตลาดได้ล่วงหน้า เป็นการประสานประโยชน์ให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง” นายสนธิรัตน์ กล่าว

นอกจากนี้ ยังเป็นการดำเนินนโยบายที่สอดคล้องกับแนวทางประชารัฐของรัฐบาล ในการใช้นโยบาย การตลาดนำการผลิต และเป็นการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เพื่อส่งเสริมการบริโภคผลไม้ไทย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรอย่างยั่งยืนต่อไป

นายสนธิรัตน์ กล่าวต่อถึงแนวโน้มราคาผลไม้ไทยในปีนี้ว่า สำหรับผลไม้ที่มีคุณภาพ ราคาจะปรับตัวสูงขึ้นแน่นอน และมีตลาดรองรับที่กว้างขวางมากขึ้น ส่วนผลไม้ที่คุณภาพลดลงมา ราคาย่อมลดลงตาม จึงต้องการให้เกษตรกรพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต เพื่อให้ผลผลิตมีคุณภาพสูงขึ้น ซึ่งจะทำให้ขายได้ในราคาสูงขึ้นตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าปีนี้ไม่น่ามีปัญหาราคาตกต่ำ เพราะกระทรวงพาณิชย์ได้เชื่อมโยงผลผลิตล่วงหน้าจากแหล่งผลิตสู่ผู้บริโภค โดยผ่านห้างสรรพสินค้า และห้างค้าปลีกสมัยใหม่ ซึ่งทำให้มีตลาดรองรับผลผลิตที่แน่นอน

สำหรับผลผลิตผลไม้ฤดูกาลปี 2561 คาดว่าจะมีปริมาณ 5-6 ล้านตัน จากสภาพอากาศเอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูก และคาดว่าการส่งออกผลไม้ปีนี้จะมีแนวโน้มดีจากการส่งออกไปตลาดจีนผ่านด่านผิงเสียง เพื่อกระจายไปยังมณฑลกวางตุ้ง, เจียงซู, เจ้อเจียง, เซี่ยงไฮ้,ปักกิ่ง จากระบบโลจิสติกส์ที่สะดวก และยังมีโอกาสส่งผลไม้ป้อนโรงงานแปรรูปในนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ของจีนได้ด้วย

ขณะที่ภาพรวมสินค้าผลไม้ไทยส่งออกไปยังตลาดโลก ในปี 2560 คิดเป็นมูลค่า 76,542 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41% เทียบกับปีที่ผ่านมา ตลาดส่งออกหลักของไทย ได้แก่ เวียดนาม จีน ฮ่องกง อินโดนีเซีย และสหรัฐอเมริกา ตามลำดับ โดยมูลค่าส่งออกผลไม้ไทยไปจีนสูงถึง 22,284 ล้านบาท.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ