ยกระดับสมุนไพรไทย...สู่แชมพูพรีเมี่ยม "VARAN"

Business & Marketing

Marketing & Trends

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

ยกระดับสมุนไพรไทย...สู่แชมพูพรีเมี่ยม "VARAN"

Date Time: 20 ม.ค. 2561 05:01 น.

Summary

“ผมตั้งต้นทำธุรกิจจากแนวคิดที่ว่าจะทำผลิตภัณฑ์ให้ดีที่สุดและมีคุณภาพ เสมือนทำใช้เอง หรือให้คนที่เรารักใช้ ซึ่งจะไม่ได้มาคิดคำนวณก่อนว่าลงทุนเท่านี้แล้วจะได้กำไรเท่าไร

Latest

รอบรั้วการตลาด : ไดกิ้นส่ง AIR CREATOR แบรนด์ใหม่ในอาเซียน รองรับ Personalization

“ผมตั้งต้นทำธุรกิจจากแนวคิดที่ว่าจะทำผลิตภัณฑ์ให้ดีที่สุดและมีคุณภาพ เสมือนทำใช้เอง หรือให้คนที่เรารักใช้ ซึ่งจะไม่ได้มาคิดคำนวณก่อนว่าลงทุนเท่านี้แล้วจะได้กำไรเท่าไร เพราะเชื่อเสมอว่าหากผลิตภัณฑ์มีคุณภาพ อย่างไรก็อยู่ในตลาดได้”

คำตอบในช่วงหนึ่งของการสัมภาษณ์เด็กหนุ่มรุ่นใหม่วัย 24 ปี “คุณไปป์” (ภูฟ้า นันทวิสิทธิ์) เจ้าของแบรนด์ “VARAN” (วรัน) ผลิตภัณฑ์ดูแลด้านเส้นผมและหนังศีรษะ แชมพู ครีมบำรุงผม และโลชั่นบำรุงผิว ซึ่งถึงแม้จะเป็นน้องใหม่ในตลาด แต่ต้องขอบอกว่ากระแสตอบรับไม่ธรรมดา โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคที่รักการดูแลเส้นผม

คุณไปป์เล่าว่า จุดเริ่มต้นของการคิดอยากเป็นเถ้าแก่น้อยกับการสร้างแบรนด์ VARAN เกิดจากการที่เห็นคุณแม่ทำแชมพูไว้ใช้เอง เนื่องจากท่านมีปัญหาด้านเส้นผม จึงได้ไปหาหลักสูตรเรียนทำแชมพู และผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม หนังศีรษะ ซึ่งช่วงแรกก็ทำเองใช้เองในครอบครัว

ต่อมามีเพื่อนคุณแม่มีปัญหาเรื่องเส้นผมจึงลองไปให้เพื่อนใช้ ซึ่งก็ได้ผล จนคุณแม่ถึงขั้นทดลองผลิตไปจำหน่ายที่บริษัทที่ท่านทำงานอยู่ ซึ่งก็ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ทำให้ผมเล็งเห็นโอกาสว่าน่าจะนำมาต่อยอดได้ จึงปรึกษาคุณแม่ ซึ่งท่านก็ให้การสนับสนุน

“ช่วงนั้นผมเรียนจบหลักสูตรนานาชาติระดับปริญญาตรี BBA จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาใหม่ๆทำให้มีความอยากนำความรู้ที่เรียนมาทำธุรกิจ ซึ่งก็ใช้เวลาศึกษาเก็บข้อมูล ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ นักเคมี อยู่ประมาณ 2 ปี เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ออกมาดีที่สุด ใช้แล้วเห็นผลการเปลี่ยนแปลง”

คุณไปป์เล่าว่า เหตุที่ต้องหาข้อมูลปรึกษาผู้รู้นั้น เนื่องจากในช่วงแรกที่คุณแม่ทำ จะเป็นการทำแบบเรียบง่าย คือใช้วัตถุดิบ อาทิ มะกรูด ที่เป็นผลสดมาคั่นเพื่อนำน้ำที่ได้ไปผลิตแชมพู ซึ่งถามว่าดีหรือไม่ก็ขอบอกว่าดี เพราะมะกรูดก็มีคุณสมบัติดูแลเส้นผมอยู่แล้ว แต่หากผู้บริโภคท่านใดแพ้ง่าย ก็อาจจะมีผลทำให้ระคายหนังศีรษะได้

ทำให้ผมต้องมาคิดให้รอบด้านหากจะทำเป็นเชิงอุตสาหกรรม จนได้มาพบว่าหากจะไม่ใช้ผลสดหรือดอกสดแล้วนำมาต้มเพื่อนำน้ำที่ได้ไปผลิตต่อ ก็มีในส่วนของสารสกัดที่จะมาตอบโจทย์ในจุดนี้ได้ จากนั้นผลิตภัณฑ์ของ VARAN ก็ใช้ส่วนผสมหลักจากสารสกัดแทน เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ

สำหรับผลิตภัณฑ์ VARAN จะมีส่วนผสมหลักจากสมุนไพรไทย คือ มะกรูด ประคำดีควาย และดอกอัญชัน ซึ่งก็เป็น
3 สูตร ที่วางจำหน่ายอยู่ ทั้งนี้แต่ละส่วน ผสมก็จะมีสรรพคุณที่ต่างกัน อาทิ มะกรูด ก็จะช่วยเรื่องลดการเกิดรังแค บำรุงฟื้นฟูผมที่แห้งเสียให้กลับมานุ่ม ประคำดีควาย ก็มีสรรพคุณโดดเด่น ลดการหลุดร่วงของเส้นผม ช่วยบำรุงเส้นผมให้แข็งแรง เป็นต้น อีกทั้งยังมีส่วนผสมของผงถ่านชาโคล ที่จะช่วยเป็นตัวดีท็อกซ์ชำระล้างสิ่งสกปรกบนหนังศีรษะและเส้นผม ลดการสะสมของแบคทีเรียอีกด้วย

คุณไปป์เล่าว่า นอกจากความสนใจเรื่องวัตถุดิบที่นำมาใช้แล้ว ยังมีในเรื่องของกลิ่นของแชมพู และครีมบำรุงผม โดยมีการใส่กลิ่นของดอกไม้ไทยๆผสมเข้าไป อาทิ ดอกโมก ดอกชมนาด ดอกแก้ว เพื่อลดกลิ่นของวัตถุดิบหลักที่อาจมีกลิ่นที่แรงเฉพาะตัว รวมถึงให้ผู้บริโภคได้กลิ่นที่หอมทำให้รู้สึกผ่อนคลายเวลาที่ใช้สระผม

รวมถึงในด้านบรรจุภัณฑ์ ก็มีการออกแบบให้จับง่าย เห็นโลโก้ รูปทรงของขวดที่ชัดเจน ซึ่งปัจจุบันวางจำหน่ายราคาขวดละ 240 บาท ในขนาด 280 มิลลิลิตร

สำหรับในส่วนของชื่อแบรนด์ VARAN ก็เกิดไอเดียจากนำชื่อจริงคุณแม่มาใช้ โดยโจทย์ที่คิดไว้คืออยากได้ชื่อไทยๆ ที่ดูอินเตอร์ ต่างชาติสามารถออกเสียงได้อ่านง่าย

และเมื่อถามถึงภาวะการแข่งขันในตลาดนี้ คุณไปป์ก็ตอบด้วยนำเสียงมุ่งมั่นว่า แข่งขันกันสูงมาก มีทั้งกลุ่มที่เป็นผลิตภัณฑ์แบรนด์ดัง และผลิตภัณฑ์ที่เป็นสินค้าโอทอป แต่เชื่อว่าด้วยความใส่ใจและทุ่มเท ทำผลิตภัณฑ์นี้แบบให้ออกมาดีที่สุด ผู้บริโภคก็จะเป็นคำตอบเองว่าเราจะสามารถอยู่ในตลาดต่อไปได้หรือไม่ อีกทั้งมั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ VARAN มีการจดแจ้ง อย.ถูกต้อง

คุณไปป์ยังเล่าเสริมถึงแผนการตลาดว่า ขณะนี้อาจจะยังไม่มีหน้าร้าน แต่จะเน้นขายผ่านช่องทางออนไลน์ อย่างเฟซบุ๊ก : VARAN_Official และไลน์ : @VARAN_TH รวมถึงไปออกร้านจำหน่ายสินค้างานโอทอป ทั้ง OTOP Midyear, OTOP City ซึ่งอนาคตก็จะขยายช่องทางจำหน่ายเพิ่มขึ้นอีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีแผนขยายไปในตลาดต่างประเทศ ซึ่งจะได้เห็นในเร็วๆนี้ โดยเป็นการรับจ้างผลิต (OEM) ไปจำหน่ายที่ประเทศเยอรมนี สเปน และสหรัฐอเมริกา ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนปรับสูตรเพื่อให้ตรงความต้องการผู้บริโภคต่างประเทศ ซึ่งผมมองว่าถือเป็นการศึกษาตลาดไปในตัว เพื่อหาโอกาสนำแบรนด์เราไปรุกตลาดในอนาคต คุณไปป์กล่าวทิ้งท้าย.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ