Thairath OnlineThairath PlusThairath SportThairath TVMIRROR
InvestmentPersonal FinanceEconomicsBusiness & MarketingTech & InnovationSustainabilityExperts PoolVideosPR News
เรียนรู้แนวคิดธุรกิจเอเจนซี่ ผ่านซีรีส์เกาหลี Agency เก่งแค่ ‘โฆษณา’ อาจอยู่ไม่รอด

Business & Marketing

Marketing

กองบรรณาธิการ

Author

กองบรรณาธิการ

Tag

เรียนรู้แนวคิดธุรกิจเอเจนซี่ ผ่านซีรีส์เกาหลี Agency เก่งแค่ ‘โฆษณา’ อาจอยู่ไม่รอด

Date Time: 2 ก.ค. 2566 15:29 น.

Video

ไทยจะยั่งยืนได้ ต้องเลิกสนับสนุนธุรกิจทำลายโลก

Summary

  • เมื่อพูดถึงคอนเทนต์ซีรีส์ในแพลตฟอร์มสตรีมมิงอย่าง Netflix เชื่อได้ว่า “Agency” ซีรีส์ตีแผ่เบื้องหลังวงการโฆษณาแบบถึงพริกถึงขิง ที่โฟกัสการแข่งขันอันดุเดือดในวงการเอเจนซี่ วันนี้ Thairath Money จึงขอหยิบยกวลีเด็ดๆ และแนวคิดสำคัญเกี่ยวกับวงการเอเจนซี่โฆษณาที่หาได้จากซีรีส์เกาหลี Agency มาฝากทุกคนกัน

Latest


เมื่อพูดถึงคอนเทนต์ซีรีส์ในแพลตฟอร์มสตรีมมิงอย่าง Netflix เชื่อได้ว่า “Agency” ซีรีส์ตีแผ่เบื้องหลังวงการโฆษณาแบบถึงพริกถึงขิง ที่โฟกัสการแข่งขันอันดุเดือดในวงการเอเจนซี่ โดยดำเนินเรื่องราวผ่านตัวละครหลักอย่าง “โกอาอิน” หญิงสาวที่เริ่มต้นจากศูนย์สู่ตำแหน่ง Creative Director ผู้นำทีม Production Team 2 ของ VC Group บริษัทเอเจนซี่โฆษณาชั้นนำ จนกระทั่งครองตำแหน่งสูงสุดในองค์กร อย่าง “ประธานฝ่ายสร้างสรรค์” ก็คงจะอยู่ในลิสต์รายการที่จ่อคิวดู หรือดูจบไปแล้วเป็นอันดับต้นๆ แน่ๆ 

ซึ่งการทำงานของเหล่าบรรดาเอเจนซี่ในเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่า โลกของวงการโฆษณาหรือการทำการตลาดนั้นความท้าทายไม่ได้มีแค่ ‘ความคิดสร้างสรรค์’ แต่ยังรวมไปถึงกลยุทธ์ แนวคิด และมิตรสหาย ที่ถือเป็นหมัดเด็ดในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับตนเองและทีม ที่จะใช้ต่อสู้กับการเมืองในองค์กร รวมทั้งเอเจนซี่เจ้าอื่น เพื่อให้ได้มาซึ่งการพิชิตใจลูกค้า

วันนี้ Thairath Money จึงขอหยิบยกวลีเด็ดๆ และแนวคิดสำคัญเกี่ยวกับวงการเอเจนซี่โฆษณาที่หาได้จากซีรีส์เกาหลี Agency 

หงส์ตะเกียกตะกายใต้ผิวน้ำอย่างไม่เคยหยุดพัก 

แนวคิดนี้สะท้อนภาพของการทำงานของตัวละครหลักอย่าง “โกอาอิน” ที่พยายามต่อสู้และใช้ตัวเองเป็นเครื่องมือคว้าความสำเร็จ เนื่องจากเธอมองว่าความสำเร็จได้กลายเป็นเป้าหมายไปแล้ว 

แม้จะเจอกับมรสุมอย่างการ “เลือกที่รัก มักที่ชัง” เอาแต่พรรคพวกตัวเองของกรรมการชเว เพื่อให้ได้มาซึ่งโปรเจกต์ใหญ่ของบริษัทโทรคมนาคม ที่มีการนำตำแหน่งมาเป็นเดิมพัน เธอและทีมงานได้ทุ่มเทกับการหาคอนเซปต์ที่จะนำไป Pitch จนได้ข้อสรุปที่ว่า “ยุคของคน” ทำให้เธอลบข้อกังขาการไม่ใช่เด็กเส้นก็ชนะได้ แม้แต่ในบริษัทที่มีแนวคิดแบบสมัยเก่าที่ว่าจะมี “ผู้บริหารหญิง” คุมบังเหียนได้อย่างไร? จนทำให้เธอได้มาซึ่งตำแหน่ง ประธานฝ่ายสร้างสรรค์นั่นเอง  

รวมทั้งคำคมประโยคแรกที่เราได้ยินจากตัวละครหลักอย่าง โกอาอิน นั่นคือ “ถ้าเราดีใจกับเรื่องดีๆ เราจะติดนิสัยเสียใจกับเรื่องแย่ๆ” ซึ่งแสดงให้เห็นว่า หากเรายึดติดการดีใจหรือคิดบวกเกินพอดี จนละเลยความรู้สึกที่แท้จริงว่าเรื่องแย่ๆ ก็มักจะเกิดขึ้นได้เหมือนกัน เพราะไม่เช่นนั้นเราอาจจะตั้งตัวไม่ทัน และกลายเป็นว่าจะเสียใจกับเรื่องแย่ๆ ไปซะทุกเรื่องเลยก็ได้

และอย่างที่ทราบกันดีว่าวงการเอเจนซี่ในโลกของความเป็นจริง มีการแข่งขันที่ดุเดือดไม่แพ้ในซีรีส์เลยกว่าจะได้งาน หรือโปรเจกต์จากลูกค้าต้องงัดหมัดเด็ดออกมาสู้กันเพื่อตัดกำลังคู่แข่ง และคว้างานมาครอง ซึ่งในซีรีส์ได้ฉายภาพการแข่งขันเฉือนคม ของคนที่ต้องการพิสูจน์ตัวเองเพื่อก้าวสู่จุดสูงสุด ที่ต้องเจอกับทั้งโอกาสและกับดัก ดังนั้นจึงต้องมีการลงมือทำหรือลองทำก่อน แล้วผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไรจึงค่อยมีการวางแผนต่อไป ดังคำกล่าวที่ว่า “ต้องชิมก่อน ถึงจะรู้ว่าเป็นยาเบื่อหนูหรือยาบำรุง” 

เมื่อสิงโตเปลี่ยนทีท่า ทั่วผืนป่าพาลหวั่นไหว

สะท้อนให้เห็นถึงการที่โกอาอินใช้ตำแหน่งในบริษัทอย่างชอบธรรมในการจัดการบุคลากรอย่างสร้างสรรค์ โดยเราต้องทำงานด้วยความสามารถมากกว่าความจงรักภักดี หรือแค่เพราะอยู่สังกัดใคร เพราะเช่นนั้นบริษัทจึงจะดำเนินต่อได้ โดยแผนการของเธอก็สร้างความเดือดดาลให้กับบรรดาพนักงานบริษัทไปตามๆ กัน

ซึ่งการที่โกอาอินเติบโตในองค์กรมาได้จนทุกวันนี้ก็เพราะความสามารถของตัวเองล้วนๆ ที่ทำให้เธอกลายมาเป็นประธานและคนที่เอเจนซี่รายอื่นๆ ก็เกรงกลัว เพราะด้วยคำกล่าวที่ว่า ดอกไม้ที่เติบโตมาอย่างงดงามในโรงเรือนกับดอกไม้ป่าที่ขึ้นข้างทางใครจะอยู่รอดและเติบโตได้อย่างราบรื่นกว่ากันเมื่อพายุโหมกระหน่ำเข้าใส่

อีกทั้งสิ่งที่ถือเป็นความท้าทายหลักของวงการเอเจนซี่คือการหา “ทีม” ที่เหมาะสม ซึ่งโกอาอินเองก็มองหาทีมที่เก่ง ด้วยการดึงคนมาจากทีมกรรมการควอนอูชอลที่ขบเคี่ยวแย่งตำแหน่งประธานฝ่ายสร้างสรรค์กันมาโดยตลอด ซึ่งเป็นคนที่มีแนวคิดแตกต่าง และไม่ได้มองแค่ด้านเดียว รวมทั้งการที่จะหาวิธีในการ Maintain ให้คนเหล่านั้นทำงานอยู่ด้วยไปนานๆ ด้วยวิธีเอาใจเขามาใส่ใจเรานั่นเอง

รวมทั้งเอเจนซี่ที่จะอยู่รอดในปัจจุบัน จะต้องหาจุดเด่นให้ชัดเจนอย่าง “เป้าหมายของคำโฆษณา” แนวคิดของการสร้าง Wording โฆษณา แคมเปญ ที่ไม่ใช่แค่ “คำ” เท่านั้น แต่คนทำโฆษณาจะต้องมี Mindset ที่ชัดเจนว่างานโฆษณาไม่ใช่แค่การขายของ หรือปั้นคำให้สวยหรูเพียงอย่างเดียว แต่จะต้องจับต้องได้ สร้างเอฟเฟกต์ เพราะโฆษณาเป็นสื่อที่สามารถจะปลูกฝังความคิด ทัศนคติของผู้ชมได้นั่นเอง

และที่สำคัญไม่ใช่แค่เนื้อหาโฆษณาที่ดีมีคุณภาพเพียงอย่างเดียวที่จะช่วยให้การโฆษณาของเราประสบผลสำเร็จ แต่การเลือกสื่อโฆษณาก็เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยด้วยเช่นกัน อย่างเช่นการที่โกอาอินได้เลือกที่จะทำทุกวิถีทางเพื่อดูแลลูกค้ารายใหญ่ที่กำลังเจอปัญหาทางด้านกฎหมายของอูวอนกรุ๊ปนำมาซึ่ง “โปรเจกต์การอนุญาตให้ประกันตัวประธานอูวอน” โดยแนวคิดที่ว่ากฎหมายไม่สมบูรณ์แบบ ที่ดึงผู้ที่ถูกตัดสินโดยไม่เป็นธรรมมาถ่ายทอดเรื่องราวผ่านคลิปวิดีโอสัมภาษณ์ ผ่านไอเดียของความคิดคนกับปาฏิหาริย์ ซึ่งทำให้คนมีความรู้สึกร่วมกับไอเดียนั้น รวมทั้งให้ Call Center เข้ามาช่วยทำงานอีกหนึ่งทาง เพื่อเข้าถึงกลุ่มคนให้มากขึ้น จนทำให้ศาลตัดสินให้ประกันตัวประธานอูวอนในที่สุด 

ทั้งหมดนี้สรุปได้ว่า การจะเป็นเอเจนซี่ที่ประสบความสำเร็จได้นั้นจะต้องเริ่มจาก “เขียนให้ตายกันไปข้าง เพราะไม่มีทางลัดสำหรับนักเขียนคำโฆษณามือใหม่ ซึ่งทางเดียวคือเขียนให้เยอะเข้าไว้ จนกว่าคนอ่านจะอ่านจนเข็ดและว่าเราไม่ได้อีกต่อไปว่าเราเขียนห่วย รวมทั้งอย่าวิ่งหนีและประจันหน้าไปเลย” ซึ่งก็ถือได้ว่าเป็นเรื่องจริงของมนุษย์ออฟฟิศ และสังคมการทำงานในปัจจุบัน เพราะยิ่งต้องการประสบความสำเร็จ หรือได้มาซึ่งสิ่งที่คาดหวังไว้เท่าไร ก็ยิ่งเจอแรงกดดัน หรือบทพิสูจน์มากมายเท่านั้น ซึ่งไม่ใช่แค่กับงาน หรือคู่แข่ง คนรอบตัว แต่รวมไปถึงตัวเองด้วยเช่นกัน จึงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เราจะต้องฟันฝ่าด่านทดสอบนี้ไปให้ได้…


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการไทยรัฐออนไลน์