
จาก เด็กต่างจังหวัด ที่โตในตำบลพะตง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ที่ต้องนั่งรถสองแถวกว่า 20 กิโลเมตรเพื่อเข้าไปเรียนหนังสือในตัวเมือง ก่อนหอบกระเป๋าขึ้นรถไฟเข้ากรุงเทพฯครั้งแรกในปี 2547 สู่การเป็นนิสิตนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ สาขาการแสดง มหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของประเทศ ในวันที่โลกยังไม่มี Social Media และไม่มี Connection ใดๆ เขาเริ่มต้นชีวิตในเมืองหลวงด้วยหอพักเล็กๆในซอยกิ่งเพชร
วันนี้ในวัย 41 ปี “ลูกกอล์ฟ...คณาธิป สุนทรรักษ์” ที่ย้ายมาตั้งถิ่นฐานที่สหราชอาณาจักรเป็น “ลอนดอนเนอร์” เต็มตัว หลังแต่งงานกับสามีชาวอังกฤษ บอกว่าเมื่อมองย้อนกลับไป “ตัวเองเดินทางมาไกลมาก” ทั้งในความหมายของระยะทางจากหาดใหญ่-กรุงเทพฯ-ลอนดอน และในความหมายของชีวิต จากเด็กบ้านนอกที่เคยไม่กล้าพูดอังกฤษ กลัวถูกหัวเราะ กลัวการถูกตัดสิน สู่การเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ เจ้าของโรงเรียนสอนภาษา ผู้ประกอบการ และคนที่พยายามสร้าง “พื้นที่ปลอดภัย” ให้ผู้คนรอบตัว
“เลดี้แจน” มีโอกาสนั่งคุยกับ “ลูกกอล์ฟ” ที่ร้าน Slurp Thai Spitalfields ร้านอาหารไทยของเธอในลอนดอน รสชาติไทยแท้ ที่เซเลบและคนในวงการบันเทิงไทยศิลปิน ดารา นักร้อง ที่มาลอนดอน ต้องไป เซย์ไฮ เช็กอิน!! ซดก๋วยเตี๋ยวเรือ ไม่เว้นแม้แต่ “ลิซ่า” ลลิษา มโนบาล โกลบอลซุปเปอร์สตาร์ ยังแวะไป “Hello สวัสดีค่ะ” อยู่หลายครั้ง Slurp Thai จึงเป็นร้านดังในลอนดอน ที่นอกจากอาหารอร่อยถูกปากเป็นศูนย์รวมของนักเรียนไทยและคนไทยในลอนดอนแล้ว ยังมีผู้คนจากทั่วโลก มาตามรอยไอดอลของตัวเองอีกมากมาย!!
ขณะสัมภาษณ์ “ลูกกอล์ฟ” โชว์รอยสักบนแขน ที่เขียนด้วยลายมือตัวเองว่า “Student of the World” เพื่อเตือนว่า ไม่ว่าจะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว สุดท้ายเขาก็ยังเป็นเพียง “นักเรียนของโลกใบนี้” แต่ถ้าจะหาคำที่อธิบายเส้นทางชีวิตและธุรกิจของเธอได้ดีที่สุด หนีไม่พ้นคำว่า “Self-Esteem” และ “Safe Space” คำแรกคือการรักษาคุณค่าของตัวเอง ส่วนคำหลังคือการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ผู้คนกล้าเป็นตัวเอง
หลัง “ลูกกอล์ฟ” จบปริญญาโทด้านละครเวที จากอังกฤษ เธอได้เปิด โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ ANGKRIZ (แองกริซ) ขณะเดียวกันยังรับเล่นซิทคอมเรื่อง “เนื้อคู่อยากรู้ว่าใคร” ในบท “ไฉไล” ซึ่งเป็นบทบาทที่สร้างความจดจำให้แฟนๆ ความสำเร็จในงานแสดง ทำให้ “ลูกกอล์ฟ” ได้รับข้อเสนองานแสดงอีกมากมาย แต่ทว่าบทบาทที่ได้นั้นไม่พ้นบทเดิมๆของนักแสดงที่เป็น LGBTQ+ คือบทเกย์ บทผู้จัดการดารา หรือตัวตลก แม้พยายามขอออดิชัน เพื่อรับบท “ชายแท้” ที่เคยทำสมัยเรียนการแสดง แต่ภาพจำทางเพศสภาพของวงการบันเทิงเมื่อ 20 ปีก่อน ปฏิเสธที่จะให้โอกาสนั้นแก่เธอ!!
การตัดสินใจถอยห่างจากงานแสดงในวันนั้น ไม่ใช่การยอมแพ้ แต่เป็นการเลือกที่จะ ไม่ยอมอยู่ในโลกที่ไม่สามารถควบคุมได้ เพื่อปกป้องความเคารพในตัวเอง (Self–Esteem) ดังนั้น “ลูกกอล์ฟ” จึงเบนเข็มมาเอาดีด้านพิธีกร รายการทีวีและดีเจวิทยุ ซึ่งได้โชว์ศักยภาพและความเป็นตัวตนของตัวเองได้เต็มที่ ทำให้เธอได้รับความนิยมชมชอบ ทั้ง “พุธทอล์ค พุธโทร” ที่ทำมาเกือบ 6 ปี และ “Loukgolf’s English Room” รายการบันเทิงวาไรตี้ภาษาอังกฤษรายการแรกๆของประเทศ เป็นพื้นที่ที่ได้ใช้ทั้งภาษา การสื่อสารและทักษะการสัมภาษณ์เซเลบริตี้หลากหลายวงการ เป็นหนึ่งใน Legacy ที่เจ้าตัวภูมิใจ!!
ขณะที่ในพาร์ตโรงเรียนสอนภาษานั้น “ลูกกอล์ฟ” เล่าว่า เธอมีแรงผลักดันจากความต้องการสร้าง Safe Space ให้เด็กต่างจังหวัด หรือคนที่ไม่กล้าพูดภาษาอังกฤษ เพราะกลัวโดนล้อ หรือถูกตัดสิน การเติบโตในต่างจังหวัดทำให้ “ลูกกอล์ฟ” รู้ดีว่า ความรู้สึกไม่กล้าพูดภาษาอังกฤษ กลัวพูดผิด ยิ่งถูกล้อ ความกลัวก็ยิ่งฝังลึก เด็กจำนวนมากจึงเรียนภาษาอังกฤษหลายปี แต่ไม่กล้าเปิดปากพูด
ครูลูกกอล์ฟยังมีประสบการณ์ที่ทำให้เขาเข้าใจคำว่า “พื้นที่ปลอดภัย” มากกว่าคนทั่วไป นั่นคือการเติบโตมาในฐานะ LGBTQ+ ในช่วงเวลาที่สังคมไทยยังไม่ได้เปิดพื้นที่ให้ทุกคนเปิดเผยตัวตนได้อย่างสบายใจ การต้องปิดบังความเป็นตัวเอง และต้องประเมินตลอดเวลาว่าพื้นที่นี้ปลอดภัยพอหรือไม่ที่จะเป็น “เรา”
เธอจึงเลือกที่จะสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ตัวเอง และนำไปสู่การสร้าง ANGKRIZ ให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยของการเรียนและพูดภาษาอังกฤษ!! ความโดดเด่นและความสนุกในการสอนที่ไม่เหมือนใครของครู “ลูกกอล์ฟ” ANGKRIZ จึงเป็นโรงเรียนสอนภาษาที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ที่ได้รับความนิยมจากนักเรียนในโรงเรียนชั้นนำ เข้ามาเรียนจำนวนมากรุ่นต่อรุ่น สำหรับ “ลูกกอล์ฟ” ห้องเรียนที่ดีไม่ใช่พื้นที่ที่ครูต้องดูฉลาดที่สุด แต่คือพื้นที่ที่นักเรียนรู้สึกว่า “ฉันผิดได้ พลาดได้ ถามซ้ำได้” ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่สูญเสียคุณค่าในตัวเอง จาก Safe Space ทางภาษา จึงกลายเป็น Safe Space ทางความรู้สึก จากห้องเรียนขยายไปยังทีมงาน เพื่อน และผู้คนที่เดินเข้ามาในชีวิตเธอ!!
ขณะที่ทุกอย่างกำลังเดินไปด้วยดี ก็เกิดจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อเธอตัดสินใจย้ายไปใช้ชีวิตกับสามีที่อังกฤษในปี 2566 หรือ 3 ปีที่แล้ว การย้ายประเทศทำให้ทั้ง “ลูกกอล์ฟ” และน้องสาวในฐานะหุ้นส่วนและผู้บริหาร ANGKRIZ ที่อยู่กับโรงเรียนแทบทุกวันและทำเองแทบทุกอย่างรู้สึก “Lost” เมื่อครูลูกกอล์ฟจะไม่อยู่ที่นี่แล้ว ขณะที่โรงเรียนต้องแบกค่าเช่าเกือบ 400,000 บาทต่อเดือน ถึงขั้นคิดว่าจะปิดโรงเรียนออนไซต์ แล้วเปลี่ยนเป็นสอนออนไลน์ 100%
แต่เมื่อได้ไปพูดคุยกับ “คุณเบิร์ท” เจ้าของ Westminster School of English โรงเรียนสอน IELTS ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม เขาได้เสนอตัวมาช่วย เพราะชอบแบรนด์และวิถีของ ANGKRIZ โดยมา Restructure องค์กรให้ ANGKRIZ จากเดิมที่คนไม่กี่คนทำแทบทุกอย่าง เปลี่ยนเป็นแบ่งงานตามความเชี่ยวชาญมี Data Analyst, Marketing และ Content ใช้เทคโนโลยีมาช่วยและนำ E-commerce เข้ามาใช้จริงจัง รวมถึง dki ให้ “Autonomy” อำนาจตัดสินใจแก่ทีม จากที่ตัดสินใจกันเพียง 2 คน จากพนักงาน 12 คน ขยายเป็น 30 คน
จากธุรกิจที่เคยพึ่ง “เจ้าของ” ไปสู่องค์กรที่มี “ระบบ” มากขึ้น ขณะที่ครู “ลูกกอล์ฟ” ของนักเรียน ก็ยังคงสอนสดยิงตรงจากลอนดอนได้พูดคุยตอบคำถามกับนักเรียนทุกสัปดาห์ และยังขยายตลาดหนังสือเรียนภาษาอังกฤษจนมียอดขายเพิ่มกว่า 100,000 เล่ม เพียง 3 ปี จากธุรกิจที่มีรายได้ทรงตัวปีละ 10-15 ล้านบาท ขยับเป็นเกือบ 3 เท่าในไม่กี่ปี และเร็วๆนี้จะเปิด “ANGKRIZ Study UK” เอเจนซีให้บริการแนะนำ-ดูแลนักเรียนไทยที่ต้องการศึกษาต่อที่อังกฤษ!!
“ลูกกอล์ฟ” ทิ้งท้ายว่า วันนี้เธอภูมิใจมีความสุขกับทุกสิ่งที่เป็นอยู่ คำว่า Success ของคนอื่นอาจหมายถึงธุรกิจร้อยล้านพันล้าน แต่สำหรับ “Student of the World” คนนี้ ความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่ว่าเดินไปได้ไกลที่สุดแค่ไหน หากอยู่ที่ว่าระหว่างทางได้รักษาคุณค่าของตัวเองและสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ตัวเองและคนอื่นได้แค่ไหน ขณะที่การเติบโตของธุรกิจนั้น เธอต้องการเพียง “Realistic Growth” โตอย่างที่องค์กรรับไหว โดยไม่ต้องแลกความสุขในชีวิตทั้งหมดกับตัวเลขของรายได้หรือกำไร!!
เลดี้แจน
คลิกอ่านคอลัมน์ “Business on my way” เพิ่มเติม