เบื้องหลัง วิธีเจียระไนที่ดิน สไตล์“วัลลภา ไตรโสรัส”กับแผนปั้น AWR กองรีท ขนาดใหญ่สุดในตลาดทุนไทย

Business

Executive Interviews

Tag

เบื้องหลัง วิธีเจียระไนที่ดิน สไตล์“วัลลภา ไตรโสรัส”กับแผนปั้น AWR กองรีท ขนาดใหญ่สุดในตลาดทุนไทย

Date Time: 24 ก.ย. 2569 10:59 น.

Video

นอกใจทางการเงินคือ? ปรับเรื่องเงินยังไงให้รักยังรอด? กับ อ.เกลล์ อลิสา x ฟาโรห์ I Money Issue EP.78

Summary

เบื้องหลังวิธีคิดและวิสัยทัศน์ของ "วัลลภา ไตรโสรัส" การนำมรดกที่ดิน Freehold มาเจียระไนให้เกิดมูลค่าสูงสุด ที่กำลังสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้ตลาดทุน ด้วยการปั้น AWR กองรีทที่อาจใหญ่ที่สุดในไทย

Latest


ในปี 2562 Asset World Corp หรือ AWC เคยสร้างปรากฏการณ์ในตลาดทุนไทย ด้วยการระดมทุนผ่าน IPO มูลค่าราว 4.8 หมื่นล้านบาท ก่อนเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ วันที่ 10 ตุลาคมปีเดียวกัน ขนาดของดีลครั้งนั้น ทำให้ชื่อ AWC เป็นที่จับตาในฐานะเจ้าของพอร์ตอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ของประเทศ

7 ปีต่อมา “วัลลภา ไตรโสรัส” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ AWC กำลังเตรียมนำสินทรัพย์ในพอร์ตกลับมาเล่าเรื่องกับตลาดทุนอีกครั้ง คราวนี้ผ่าน AWR กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือ REIT ซึ่งเธอได้เปิดเผยรายละเอียดแผนต่อ Thairath Money เป็นที่แรก


ความน่าสนใจ คือ ตัวเลขที่ AWC วางไว้ ภายใต้สินทรัพย์ชุดแรกประมาณ 50,000 ล้านบาท และเป้าหมายขยายพอร์ตสู่ ระดับแสนล้านบาทภายใน 3-5 ปี ข้างหน้า ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง AWR มีโอกาสขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในกองรีทที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย แต่ขนาดเพียงอย่างเดียวไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุด เพราะคำถามที่น่าสนใจกว่าคือ เหตุใดบริษัทที่มีสินทรัพย์จำนวนมากอยู่แล้ว จึงต้องสร้างกองรีทขึ้นมาอีกแห่ง นี่คือจุดเริ่มต้นของบทสัมภาษณ์พิเศษนี้ 

การเจียระไน “คลังที่ดิน Freehold” รุ่นที่ 2

วัลลภาเล่าว่า แนวคิดที่ได้รับจาก “เจริญ สิริวัฒนภักดี” ผู้เป็นพ่อ คือการถือครองที่ดินเพื่อสร้างคุณค่าระยะยาว เธอเปรียบคนรุ่นพ่อเป็นผู้สะสมทรัพย์สิน ส่วนหน้าที่ของคนรุ่นสองอย่างเธอคือการนำทรัพย์สินเหล่านั้นมาพัฒนา

แนวคิดนี้อธิบายทิศทางของ AWC ได้ดี และสอดคล้องกับการเติบโตของราคาที่ดินไทยเติบโต ปีละ 9-14% โดย AWC นำที่ดินและอาคารในทำเลสำคัญมาปรับบทบาทให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตและการท่องเที่ยว ตั้งแต่โรงแรม อาคารสำนักงาน ไปจนถึงโครงการที่ต้องสร้างจุดหมายปลายทางขึ้นมาใหม่

แต่เมื่อพอร์ตขยายใหญ่ขึ้น โจทย์ก็เปลี่ยนตาม ที่ดินหนึ่งแปลงอาจมีมูลค่าเพิ่มขึ้นในระยะยาว ทว่าโครงการใหม่ทุกแห่งยังต้องใช้เงินลงทุนและเวลา กองรีทจึงเข้ามาเป็นกลยุทธ์อีกชิ้นของ AWC 

โดยกลไกนั้น คือ การให้ AWC พัฒนาและยกระดับทรัพย์สิน แต่เมื่อทรัพย์สินเปิดดำเนินการและสร้างรายได้แล้ว จึงมีทางเลือกนำเข้า AWR เพื่อให้ AWC นำเงินทุนไปพัฒนาโครงการถัดไป

นี่คือวงจรที่วัลลภาต้องการสร้าง ไม่ใช่เพียงการเพิ่มขนาดพอร์ต แต่เป็นการทำให้ทรัพย์สินที่พัฒนาเสร็จแล้วช่วยส่งต่อเงินทุนไปยังโครงการในอนาคต รูปแบบดังกล่าวสอดคล้องกับบทบาทของ REIT ในฐานะช่องทางระดมทุนเพื่อลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างรายได้

แต่การขยายอาณาจักรแสนล้านของ AWC จะไม่ได้แลกมาด้วยความเสี่ยงทางการเงินที่สูงเกินตัว แต่เธอระบุว่า จะต้องวางอยู่บนวินัยทางการเงินที่รัดกุมระดับสากลด้วย


“ นอกจากการลงทุนแล้ว AWC ให้ความสำคัญกับการรักษาความมั่นคงทางการเงิน วันนี้เราควบคุม D/E Ratio อยู่ที่ประมาณ 0.9 และวางเป้าหมายจะปรับลดลงไปอยู่ที่ 0.6 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลระดับโลกของอสังหาริมทรัพย์ ตอนที่ได้เรียนรู้และทำงานร่วมกับ CapitaLand ที่สิงคโปร์ เราพบว่าถ้าอสังหาริมทรัพย์จะเติบโตและผ่านทุกวิกฤตได้อย่างยั่งยืน อัตราส่วนทางการเงินต้องตั้งต้นจากความมั่นคงก่อน นี่คือกลไกสำคัญที่จะทำให้นักลงทุนเห็นว่าเราสามารถสร้างและเติบโตได้อย่างต่อเนื่องตลอด Value Journey ”

ทำไมต้องมีทั้ง AWC และ AWR

วัลลภาอธิบายความสัมพันธ์ของทั้งสองส่วนด้วยภาพ “พี่กับน้อง” ฝั่ง AWC รับงานที่ยากกว่า ทั้งการเลือกทำเล ออกแบบ ลงทุนก่อสร้าง หาพันธมิตร และทำให้โครงการเริ่มสร้างรายได้ ส่วน AWR จะเน้นลงทุนในทรัพย์สินที่ผ่านช่วงพัฒนาและมีรายได้จากการดำเนินงานแล้ว

“เราวางโมเดล AWC และ AWR เป็นเหมือน พี่น้องผนึกกำลัง โดย AWC เป็นพี่สาวทำหน้าที่พัฒนาโครงการและรับ Development Return ขณะที่ AWR เป็นน้องสาวที่รับผลจากทรัพย์สินคุณภาพที่สร้างรายได้แล้ว เพื่อมอบเงินปันผลที่มั่นคงควบคู่กับ Asset Appreciation ในตัวเอง ซึ่งวันหนึ่งขนาดพอร์ตของน้องสาวอย่าง AWR จะขยายจาก 5 หมื่นล้านพุ่งสู่ระดับแสนล้านบาท และอาจมีมูลค่าใหญ่กว่า AWC”


เมื่อมองจากมุมบริษัท โครงสร้างนี้เปิดทางให้ AWC เปลี่ยนสินทรัพย์ที่พัฒนาแล้วเป็นทุนสำหรับการเติบโตรอบใหม่และสามารถสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของโครงการได้ และเมื่อมองจากมุมนักลงทุน กองรีทได้เปิดโอกาสให้ลงทุนในพอร์ตอสังหาริมทรัพย์โดยไม่ต้องซื้ออาคารหรือโรงแรมทั้งหมด แต่ทำให้รายย่อยก็มีโอกาสเป็นเจ้าของโรงแรมระดับโลกได้

Seed Assets 5 โครงการแรก มูลค่า 50,000 ล้านบาท

ตามแผนที่วัลลภาเปิดเผย AWR เตรียมพิจารณาสินทรัพย์ชุดแรก 5 โครงการ มูลค่ารวมไม่เกิน 50,000 ล้านบาท จากพอร์ตโครงการของ AWC โดยตั้งใจให้มีทั้งทรัพย์สินกลุ่มพาณิชยกรรมและโรงแรม ก่อนขยายขนาดพอร์ตเป็นระดับแสนล้านบาทในช่วง 3-5 ปี

“เราคัดสรรอย่างพิถีพิถันจาก 62 โครงการของ AWC กระจายความเสี่ยงในสัดส่วนสมดุล 50:50 ระหว่าง Commercial และ Hospitality ในเมืองท่องเที่ยวหลัก เช่น กรุงเทพฯ, พัทยา, สมุย, ภูเก็ต และกระบี่ โดยมีอัตราการเติบโตของ EBITDA ย้อนหลังสูงถึง 20-40% ”

จุดเด่นที่เธอเน้นคือการลงทุนในสินทรัพย์ประเภท Freehold หรือกรรมสิทธิ์ขาด ซึ่งเปิดโอกาสให้กองรีทถือครองทรัพย์สินในระยะยาว ต่างจากสิทธิการเช่าที่มีอายุสัญญาจำกัด อย่างไรก็ตาม การเป็น Freehold ไม่ได้รับประกันว่าราคาหน่วยลงทุนหรือเงินจ่ายผลประโยชน์จะเพิ่มขึ้นเสมอ ผลลัพธ์ยังขึ้นอยู่กับราคาที่เข้าซื้อ ภาระหนี้ ต้นทุนการเงิน และรายได้จริงของแต่ละทรัพย์สินด้วย

นี่จึงเป็นจุดที่เรื่องเล่าของ AWR จะต้องเปลี่ยนจาก “พอร์ตใหญ่แค่ไหน” ไปสู่ “ทรัพย์สินแต่ละแห่งทำเงินได้คุ้มราคาหรือไม่” โดยเฉพาะเมื่อพอร์ตมีโรงแรม ซึ่งรายได้อาจเปลี่ยนตามภาวะท่องเที่ยว แตกต่างจากอาคารที่มีรายได้ค่าเช่าตามสัญญา แต่ดูเหมือนสมการนี้ถูกคิดไว้ตั้งแต่แรกแล้ว 


พันธมิตรระดับโลก คือวิธีเพิ่มมูลค่าให้ทำเลไทย

หากการถือครองที่ดินในทำเลดีเป็นจุดตั้งต้น แต่สิ่งที่วัลลภาต้องทำต่อคือ ทำอย่างไรให้แต่ละแห่งดึงคนเข้ามาใช้พื้นที่และสร้างรายได้ได้เต็มศักยภาพและต่อเนื่องในทุกฤดูกาล คำตอบส่วนหนึ่ง จึงอยู่ที่ “การเลือกพันธมิตร” นั่นเอง

วัลลภาเล่าว่า AWC ทำงานกับเครือโรงแรมระดับโลก 9 เชน ซึ่งมีแบรนด์ในเครือรวมกว่า 200 แบรนด์ (เช่น Marriott, IHG, Hilton, Hyatt, Banyan Tree, Okura, Nobu) เครือข่ายเหล่านี้มาพร้อมฐานลูกค้าทั่วโลกกว่า 800 ล้านคน แต่เหตุผลที่แบรนด์ระดับโลกเลือกเข้ามาในพอร์ต AWC ไม่ได้มีเพียงทำเลเท่านั้น แต่คือกลยุทธ์ Win-Win Model

“อะไรที่เราไม่ชำนาญ หรือมีคนอื่นทำได้ดีกว่า เราจะไม่ทำเองทั้งหมด แต่เราจะชวนพันธมิตรที่เก่งที่สุดมาร่วมทำ เพื่อโตไปด้วยกันได้เร็วและไกลกว่าเดิม” 


ในโมเดลนี้ AWC เป็นผู้ลงทุนและพัฒนาพื้นที่ ส่วนพันธมิตรนำแบรนด์ ความเชี่ยวชาญด้านบริการ และฐานลูกค้าเข้ามาเติมเต็มโครงการ โรงแรมจึงอาจอยู่ร่วมกับร้านอาหาร พื้นที่ทำงาน หรือบริการด้านสุขภาพ เพื่อให้ทรัพย์สินหนึ่งแห่งมีเหตุผลที่คนจะเข้ามาใช้มากกว่าเรื่องการพักค้างคืน

ตัวอย่างมีตั้งแต่การดึง Nobu เข้ามาเสริมประสบการณ์ด้านอาหาร การพัฒนา EA Rooftop at The Empire ไปจนถึงการทำงานกับ Obayashi เพื่อหาแนวทางจัดการฝุ่นในพื้นที่โครงการ ขณะที่การรับซื้อสินค้าและงานหัตถกรรมจากชุมชนเพื่อนำมาใช้ในโรงแรม ก็เป็นอีกด้านของแนวคิดเดียวกัน คือให้มูลค่าที่โครงการสร้างขึ้นเชื่อมกลับไปยังคนในพื้นที่

“พาร์ทเนอร์ระดับโลกได้ขยายแบรนด์ไปสู่แลนด์มาร์กในทำเล Prime สวยที่สุดของประเทศไทย โดยมี AWC รับหน้าที่เป็นผู้ลงทุน พัฒนาอาคาร และวางระบบ Lifestyle Component ไร้ข้อจำกัด โดยพาร์ทเนอร์ไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงงานพัฒนาโครงสร้าง”


ทั้งนี้ เมื่อถามถึงงานที่ท้าทายที่สุด วัลลภาไม่ได้เลือกอาคารหลังใดหลังหนึ่ง แต่ชี้ไปที่ 3 โครงการที่ AWC ต้องสร้างจุดหมายปลายทางขึ้นมาใหม่ แต่ละแห่งมีโจทย์ต่างกัน

  • Aquatique District พัทยา คือการเปลี่ยนภาพพัทยาเดิมๆ สู่เมืองสปอร์ตและสุขภาพระดับโลก ดึงเครือข่ายนักกีฬาระดับไฮไลท์ ร่วมกับโรงแรมหรูอย่าง JW Marriott และ Ritz-Carlton สร้างสวนน้ำเชื่อมต่อสไลเดอร์จากห้องพัก พร้อมเตรียมดึงเทศกาลดนตรีระดับโลกอย่าง Tomorrowland เข้ามาเติมความคึกคัก
  • ลานนาทีค เชียงใหม่ สร้าง Living Gallery รวบรวมศิลปะช่าง 10 หมู่ ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกให้รู้สึกว่า "มาเมืองไทย ต้องมาทั้งกรุงเทพฯ และเชียงใหม่" เหมือนไปญี่ปุ่นต้องไปโตเกียวและเกียวโต พร้อมร่วมมือกับ Obayashi สร้างสวนกลางเมือง (Lanna Garden) ที่มีระบบสเปรย์หมอกคุม PM2.5 แบบ Outdoor ให้คนท้องถิ่นได้สูดอากาศสะอาด
  • เวิ้งนาครเขษม กรุงเทพฯ มีโจทย์ละเอียดอ่อนที่สุดแห่งหนึ่ง เพราะเป็นการพัฒนาพื้นที่ประวัติศาสตร์ที่มีชุมชนและธุรกิจเดิมอยู่แล้ว ความสำเร็จจึงวัดจากอาคารใหม่เพียงอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องดูด้วยว่าพื้นที่รอบข้างได้รับประโยชน์อย่างไร

ทั้งสามโครงการสะท้อนวิธีคิดเดียวกันของ AWC คือ ใช้ทำเลเป็นฐาน แล้วนำพันธมิตรเข้ามาสร้างเหตุผลใหม่ให้คนเดินทางมาและใช้เวลาในพื้นที่ หากทำได้ ทรัพย์สินก็มีโอกาสสร้างรายได้สูงขึ้น ก่อนจะกลายเป็นสินทรัพย์ที่สร้างรายได้มั่นคงในแบบที่ AWR ต้องการในอนาคต

Aquatique District, ลานนาทีค และเวิ้งนาครเขษม เป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผนขยายธุรกิจ AWC วางงบลงทุน 100,000 ล้านบาทในช่วงปี 2569-2573 เพื่อเพิ่มพอร์ตโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซูรีทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยมีโครงการภายใต้แบรนด์อย่าง Fairmont, Ritz-Carlton และ Nobu อยู่ในแผน


ภายในปี 2573 บริษัทตั้งเป้ามีโรงแรม 35 แห่ง รวม 9,312 ห้องพัก ภายใต้ 21 แบรนด์ และผลักดันสินทรัพย์รวมให้เกิน 300,000 ล้านบาท เทียบกับสินทรัพย์รวม 208,338 ล้านบาท ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 เท่ากับ AWC กำลังวางเป้าเพิ่มขนาดสินทรัพย์อีกกว่า 9 หมื่นล้านบาท ในเวลาราว 4 ปี

นิยาม Building Better Future กับ บทพิสูจน์ครั้งต่อไปของ AWC

AWC เคยแสดงให้เห็นแล้วว่าสามารถนำพอร์ตอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่เข้าสู่ตลาดทุน ผ่าน IPO มูลค่า 4.8 หมื่นล้านบาทเมื่อปี 2562 คราวนี้โจทย์ต่างออกไป เพราะ AWR ต้องพิสูจน์คุณภาพของรายได้ ราคาซื้อสินทรัพย์ และความสามารถในการขยายพอร์ต โดยรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยไปพร้อมกัน

แผนตั้งกองรีทระดับแสนล้านจึงมีนัยมากกว่าการเพิ่มชื่อใหม่ในตลาดทุนไทย มันคือความพยายามสร้างระบบที่ให้ AWC เป็นผู้พัฒนา และ AWR เป็นผู้ถือครองสินทรัพย์ที่สร้างรายได้ เพื่อให้ที่ดินและอาคารในพอร์ตหมุนต่อเป็นโครงการรุ่นถัดไป

สุดท้ายเมื่อถามถึงคำนิยามตัวตนในการทำธุรกิจ สถาปนิกและนักการเงินหญิงผู้เบื้องหลังอาณาจักรอสังหาริมทรัพย์ระดับแสนล้านตอบสั้นๆ ด้วยรอยยิ้มว่า

“เราโชคดีที่ได้มีโอกาสร่วม Building Better Future กับทุกคน ได้สร้างคุณค่าและส่งมอบความสุข... อาคารที่เราสร้างขึ้นมาจะคงอยู่ไปอีกเป็นร้อยปี แต่สิ่งสำคัญยิ่งกว่าคือการสร้างคุณค่าและโอกาสเติบโตให้แก่คนรุ่นใหม่ ชุมชน และเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน” 

การเปิดตัวกองทรัสต์ AWR ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการระดมทุนในตลาดหุ้น แต่คือการ “เจียระไนทรัพย์สินของคนไทย” ให้กลายเป็นเครื่องจักรสะท้อนมูลค่าที่แท้จริง และเป็นพิสูจน์ให้เห็นว่า เมื่อวิสัยทัศน์ทางศิลปะ การเคารพรากฐานที่ดิน และวินัยทางการเงินระดับสากลมาบรรจบกัน ผลลัพธ์ที่ได้ ไม่เพียงแต่จะเปลี่ยนโฉมหน้าอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทย แต่จะสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงให้แก่คนไทยทุกคนไปอีกนานเท่านาน.


อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https://www.facebook.com/ThairathMoney


Author

อุมาภรณ์ พิทักษ์

อุมาภรณ์ พิทักษ์
เศรษฐกิจ การเงิน ลงทุน และ อสังหาริมทรัพย์