
คุยกับ Tencent Thailand ธุรกิจเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังเอนเตอร์เทนเมนต์ เกม และคลาวด์เจ้าใหญ่ ถึงเส้นทางกว่า 10 ปีในประเทศไทย กับภารกิจของ Country Manager คนใหม่ ที่พร้อมจะพาธุรกิจไปเป็น “Trusted Partner” มุ่งสร้างคุณค่าให้กับไทยในระยะยาว
เชื่อว่าหลายคนต้องเคยท่องโลกอินเทอร์เน็ตแล้วเจอคอนเทนต์ของ Sanook.com ไม่ก็รับชมคอนเทนต์ผ่าน WeTV หรือเล่นเกมยอดนิยมอย่าง PUBG MOBILE บนสมาร์ตโฟน เชื่อไหมว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังบริการที่คนไทยหลายคนใช้งานกันอยู่ทุกวันนี้ คือ Tencent บริษัทเทคโนโลยีที่อยู่เคียงคู่ระบบนิเวศดิจิทัล และลงหลักปักฐานในประเทศไทยมาแล้วกว่า 10 ปี
วันนี้ ภายใต้แนวคิด “Tech for Good, Value for Users” Tencent กำลังก้าวเข้าสู่บทใหม่ โดยมุ่งสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่แข็งแกร่งและยั่งยืนในระยะยาว พร้อมยกระดับบทบาทจากผู้ให้บริการเทคโนโลยี ไปสู่การเป็น “พันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจ” หรือ “Trusted Partner” ของทั้งภาครัฐและภาคเอกชนไทย
เบื้องหลังทิศทางใหม่นี้คือการนำของ เหวินฮุ่ย หยาง (Wenhui Yang) หรือที่เพื่อนร่วมงานเรียกเขาว่า “เจมส์” ซึ่งเพิ่งมารับตำแหน่ง Country Manager คนใหม่ของ Tencent Thailand เมื่อต้นปีที่ผ่านมา และ มนรวี อำพลพิทยานันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการสาธารณะประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
Thairath Money มีโอกาสได้พูดคุยกับผู้บริหารทั้งสองที่มีประสบการณ์ทำงานในบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก และกำลังร่วมกันวางรากฐานให้ Tencent ในประเทศไทย ให้เติบโตในระยะยาว
ย้อนกลับไป Tencent บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกที่ก่อตั้งขึ้นในเมืองเซินเจิ้น (Shenzhen) ได้จัดตั้งสำนักงานในประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2559
Tencent ถือเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีที่อยู่ในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ให้บริการครอบคลุมในหลายกลุ่มธุรกิจ เพื่อรองรับการเติบโตของระบบนิเวศดิจิทัลของไทยและเข้าถึงทุกวิถีชีวิตของผู้บริโภคไทย
ธุรกิจหลักของ Tencent ในปัจจุบันประกอบด้วย:
ปัจจุบัน แทนที่จะมุ่งเน้นเพียงผลิตภัณฑ์ใดผลิตภัณฑ์หนึ่ง บทบาทของ Tencent ในประเทศไทยได้กลายเป็นผู้สนับสนุน “Digitalization of Your Lifestyle” หรือยกระดับวิถีชีวิตของผู้คนผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลที่ครอบคลุม โดยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีเบื้องหลังที่ช่วยขับเคลื่อนบริการต่าง ๆ ซึ่งผู้บริโภคใช้งานในชีวิตประจำวัน
เหวินฮุ่ย หยาง (Wenhui Yang) ที่ได้ก้าวขึ้นมาเป็น Country Manager คนล่าสุดของ Tencent Thailand พร้อมกับหน้าที่สำคัญ ที่แม้ไม่ใช่การบริหารแต่ละธุรกิจโดยตรง แต่คือการสร้าง “โครงสร้างพื้นฐาน” ที่แข็งแรงให้ทุกหน่วยธุรกิจสามารถเติบโตได้
เขาอธิบายว่า บทบาทผู้นำของเขา คือการเป็นเหมือนโครงสร้างพื้นฐานที่คอยสนับสนุนทุกธุรกิจของ Tencent ในประเทศไทย ทำให้มั่นใจว่าบริษัทปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างครบถ้วน ส่งต่อวัฒนธรรมองค์กรอย่างถูกต้อง และที่สำคัญคือบริษัทจะต้องรับฟังเสียงของพาร์ทเนอร์ เพื่อที่จะได้สนับสนุนทุกคนได้อย่างดีที่สุด
นอกจากนี้ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวันในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี การแข่งขันของบิ๊กเทคที่ดุเดือดมากขึ้นเรื่อย ๆ สิ่งที่ Tencent ทำมาตลอดคือการสร้างความแข็งแกร่งให้กับตลาดเทคโนโลยีไทยโดยที่ไม่ทิ้งเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคม
ภายใต้การบริหารของเขา Tencent ให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าในระยะยาว มากกว่าการเร่งสร้างรายได้ในระยะสั้น โดยมองว่าประเทศไทยเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง จากการที่เศรษฐกิจดิจิทัลเติบโตเร็วกว่าการเติบโตของ GDP ประเทศถึงประมาณ 2 เท่า ประกอบกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปิดรับเทคโนโลยีมากขึ้นต่อเนื่อง
“เราไม่ได้โฟกัสว่าต้องสร้างรายได้จากตลาดใดตลาดหนึ่งให้ได้เร็วที่สุด แต่เราอยากเห็นว่าคุณค่าและประโยชน์ที่เราสร้างให้ตลาดนั้นคืออะไร” หยาง กล่าว
หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญคือการสร้างความเชื่อมโยงกับระบบนิเวศในประเทศให้ลึกยิ่งขึ้น เช่น ความร่วมมือระหว่าง Weixin Pay กับ PromptPay ที่ช่วยให้การชำระเงินของนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการในประเทศไทยเป็นไปอย่างราบรื่น
อีกหนึ่งกำลังสำคัญของ Tencent คือ มนรวี อำพลพิทยานันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการสาธารณะประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ซึ่งเป็นคนไทยที่ใช้เวลากว่า 7 ปีทำงานกับบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก ก่อนกลับมาร่วมขับเคลื่อน Tencent เพื่อเชื่อมโยงศักยภาพด้านเทคโนโลยีของบริษัทเข้ากับความต้องการของสังคมไทย
ภารกิจสำคัญของเธอ คือการผลักดันให้ Tencent เป็น Trusted Partner เป็นพันธมิตรด้านเทคโนโลยีที่ทั้งภาครัฐและเอกชนไว้วางใจได้ เธอระบุว่า “เราอยากเป็นพาร์ทเนอร์ด้านเทคโนโลยีที่มีความเข้าใจและพร้อมทำงานร่วมกับภาครัฐ เข้าใจคนไทย และสนับสนุนทั้งบุคลากร สังคม รวมถึงเยาวชนไทย”
อย่างที่เราทราบกันดีว่า Tencent คือหนึ่งในผู้นำของอุตสาหกรรมเกมมิงทั่วโลก เกมที่ได้รับความนิยมอย่าง PUBG MOBILE กลายเป็นกีฬา eSport ที่น่าจับตาของคนรุ่นใหม่ ประเด็นที่ตามมาและ Tencent ให้ความสำคัญอย่างมากคือเรื่องของ Digital Wellness ผลักดันการสร้างพฤติกรรมการใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน
และหากมองมาที่ประเทศไทย ล่าสุด Tencent ยังได้เปิดตัวโครงการที่ชื่อว่า Beyond the Screen นำแนวคิดจากสิงคโปร์มาปรับใช้ในประเทศไทย ร่วมกับองค์กรท้องถิ่นอย่าง Saturday School Foundation เพื่อสร้างความเข้าใจใหม่เกี่ยวกับเกมและโลกดิจิทัลระหว่างผู้ปกครองกับเยาวชน
โครงการนี้เป็นการสร้างความตระหนักรู้ แทนที่จะมองเกมเป็นสิ่งที่ต้องห้าม Tencent เชื่อว่าการสร้างบทสนทนาระหว่างผู้ปกครอง ครู และเด็ก จะช่วยให้เกิดความเข้าใจที่ดีกว่า นอกจากนี้ Tencent ยังพร้อมที่จะร่วมมือกับทุกฝ่ายในการ Upskill และ Reskill ให้กับคนไทย เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะในโลกที่ AI ได้เข้ามาเปลี่ยนภาพการใช้ชีวิตของทุกคนไปแล้ว
มนรวี อำพลพิทยานันท์ เชื่อว่าในวันนี้ ทุกความร่วมมือที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะกับพาร์ทเนอร์ฝ่ายใด หรือแม้แต่กับผู้ใช้ก็ตาม ทุกอย่างล้วนเป็นการก้าวไปทีละก้าว เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและดิจิทัลให้กับประเทศไทย
“เราไม่ได้เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เพียงครั้งเดียวจะเปลี่ยนทุกอย่างได้ แต่เราเชื่อว่าการก้าวไปข้างหน้าทีละเล็กทีละน้อยอย่างต่อเนื่อง จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ในท้ายที่สุด” มนรวี อำพลพิทยานันท์ กล่าว
ท้ายที่สุด ทั้งวิสัยทัศน์ของ Country Manager และบทบาทของฝ่ายกิจการสาธารณะต่างมุ่งไปยังเป้าหมายเดียวกัน คือการสร้างความเชื่อมั่นผ่านการทำงานที่เข้าใจบริบทของประเทศไทยอย่างแท้จริง
“เราอยากให้คนไทยรู้จักว่า Tencent คือใคร เราทำอะไร และมองเราในฐานะพาร์ทเนอร์ที่เข้าใจตลาดไทย เป็นองค์กรที่น่าเชื่อถือ และสร้างคุณค่าให้กับประเทศไทย” หยาง กล่าว
แม้คนไทยจำนวนมากจะยังคุ้นเคยกับแบรนด์อย่าง WeTV หรือ Sanook มากกว่าชื่อ Tencent แต่ผู้บริหารหวังว่าในอนาคต ผู้คนจะมองเห็นบทบาทของ Tencent ในฐานะผู้สร้างรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลไทย
พร้อมทิ้งท้ายว่า “สิ่งที่ดีที่สุดคือวันหนึ่ง Tencent ในฐานะองค์กร จะได้รับการยอมรับว่าเป็น ‘เพื่อนที่ดีของประเทศไทย’ และร่วมกันสร้างสิ่งดี ๆ ให้กับประเทศไทย ภูมิภาค และโลกใบนี้”
ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney