"ฐิติภัทร์ ยิ้มเศรษฐี" ผู้ปั้น “Pramy” อาหารแมวเพื่อสุขภาพ ทำให้โลกรู้ว่าแบรนด์ไทยคือที่สุดของโลก

Business

Executive Interviews

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

"ฐิติภัทร์ ยิ้มเศรษฐี" ผู้ปั้น “Pramy” อาหารแมวเพื่อสุขภาพ ทำให้โลกรู้ว่าแบรนด์ไทยคือที่สุดของโลก

Date Time: 13 มิ.ย. 2569 04:29 น.

Summary

“คุณคริส...ฐิติภัทร์ ยิ้มเศรษฐี” เจ้าของอาหารแมวเพื่อสุขภาพ “Pramy” แบรนด์ที่ได้รับการจัดอันดับจาก Euro monitor ว่าเป็นแบรนด์ที่เติบโตเร็วที่สุดในเอเชียแปซิฟิก!! เริ่มต้นบทสนทนาว่าผมไม่เคยได้อะไรมาง่ายๆ ทุกอย่างต้องใช้ความพยายามและลงมือ ตอนเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ ที่ University College London (UCL)ประเทศอังกฤษ ปี 2 ผมส่งอีเมลขอฝึกงานกับบริษัทต่างๆมากกว่า 50-60 แห่ง

Latest

เมื่อโลกหมุนไวเกินกว่าจะรอ “Futuristic Mind” คืออาวุธ ถอดรหัส CTC 2026 หาคำตอบเปิดทางรอดทุกวิกฤติ

บางครั้งความสำเร็จไม่ได้เริ่มต้นจากการได้รับโอกาส แต่อาจเริ่มจากการถูกปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่า “ผมมีประสบการณ์ถูกปฏิเสธมาเยอะมาก จนเป็นเรื่องปกติ แต่นั่นทำให้ผมได้เรียนรู้และปรับกระบวนท่า เพื่อหาหนทางที่จะทำให้ได้การยอมรับ ผมไม่จมกับความล้มเหลว แต่รีบหาทางแก้เกมและเดินหน้าต่อให้ได้ไวที่สุด”

“คุณคริส...ฐิติภัทร์ ยิ้มเศรษฐี” เจ้าของอาหารแมวเพื่อสุขภาพ “Pramy” แบรนด์ที่ได้รับการจัดอันดับจาก Euro monitor ว่าเป็นแบรนด์ที่เติบโตเร็วที่สุดในเอเชียแปซิฟิก!! เริ่มต้นบทสนทนาว่าผมไม่เคยได้อะไรมาง่ายๆ ทุกอย่างต้องใช้ความพยายามและลงมือ ตอนเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ ที่ University College London (UCL)ประเทศอังกฤษ ปี 2 ผมส่งอีเมลขอฝึกงานกับบริษัทต่างๆมากกว่า 50-60 แห่ง ตั้งแต่บริษัทสตาร์ตอัพถึงบริษัทระดับโลกแทบไม่ได้การตอบรับ แต่ผมไม่เคยท้อยังคงนำเสนอตัวเอง ในที่สุดก็ได้โอกาสมาฝึกงานที่บริษัท PWC ประเทศไทย แผนกที่ปรึกษา (Consultant) ธุรกิจด้านดิจิทัล เพราะผมสนใจเรื่องเทค-ไอที พอปี 3 ก็ใช้วิธีเดิม หว่านใบสมัครไปเยอะมาก และก็ได้ฝึกงานกับบริษัท Microsoft ประเทศไทย ซึ่งโชคดีมากที่ทั้ง 2 บริษัทล้วนเป็นบริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่ระดับโลก ที่ทำให้ผมได้เรียนรู้หลายอย่างมาก”

หลังจากนั้นจึงเรียนต่อปริญญาโทด้านบริหารที่มหาวิทยาลัย Cambridge เมื่อจบออกมาในปี 2020 ก็ได้เข้าทำงานที่ McKinsey & Company เป็น Consultant ธุรกิจด้านดิจิทัล ซึ่งที่นี่บริษัทให้โอกาสส่งเขาไปทำงานกับบริษัทลูกค้าในต่างประเทศทั้งในฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ซึ่งล้วนเป็นบริษัทชั้นนำ

“คุณคริส” บอกว่า การทำงานที่ McKinsey แม้เพียง 2 ปี ทำให้เขาได้เห็นทั้งความสำเร็จ-ความล้มเหลวและการปรับตัวของธุรกิจ และยังพบว่าธรรมชาติของความสำเร็จในหลายองค์กรใหญ่ๆ ไม่ได้เติบโตเพราะไม่เคยผิดพลาด แต่เติบโตขึ้นเพราะรู้จักล้มและลุกให้เร็วกว่าใคร เช่นเดียวกับที่เขาถูกปฏิเสธการฝึกงาน 50-60 แห่ง ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกท้อ แต่กลับสร้าง Mindset ในการกล้าเผชิญกับความผิดหวังและเรียนรู้ว่า “ถ้าล้มแล้วต้องลุกให้เร็ว” เพื่อเดินหน้าต่อให้เร็วกว่าเดิม

สำหรับการเข้าสู่ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงของเขานั้น เริ่มจากที่บ้านเลี้ยงน้องหมาน้องแมวเป็นสมาชิกในครอบครัวตั้งแต่เด็ก และคุณพ่อมีโรงงานผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงและขนมน้องหมาแบรนด์ Prama อยู่แล้ว ดังนั้นทุกครั้งที่มีโอกาสไปต่างประเทศ เขามักจะแวะเวียนดูร้าน Pet Shop และพบข้อเท็จจริงว่า อาหารสัตว์เลี้ยงน้องหมา-น้องแมวคุณภาพสูงเกรดพรีเมียม แบรนด์ดังๆในต่างประเทศโดยเฉพาะยุโรปส่วนใหญ่ผลิตในประเทศไทยเพราะไทยคือผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงอันดับต้นๆของโลก!! แต่กลับไม่มีแบรนด์ไทยวางขาย เพราะส่วนใหญ่เป็นการรับจ้างผลิตให้แบรนด์ต่างชาติมากกว่า

ที่น่าเสียดายกว่านั้น (ในช่วงนั้น) อาหารสัตว์เลี้ยงที่วางขายในไทยส่วนใหญ่มีแต่เกรดทั่วไป สินค้าคุณภาพเกรดพรีเมียมกลับมีให้คนไทยเลือกน้อยมากหรือหากมีราคาก็มักสูงเกินเอื้อม จึงเกิดคำถามว่า“ทำไมคนไทยต้องซื้อของดีในราคาแพง ทั้งที่ผลิตในประเทศเราเอง”

นี่คือจุดเริ่มต้นที่ผลักดันให้เขาอยากผลิตอาหารแมวคุณภาพสูง ในราคาที่จับต้องได้ในแบรนด์ของคนไทย ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจลาออกจากงานที่ McKinsey และเริ่มลงมือทำมันอย่างจริงจังทันที จึงเป็นที่มาของอาหารแมวเพื่อสุขภาพ “Pramy” เขาบอกว่าในวันนั้น ส่วนใหญ่อาหารมักเป็นสูตรมาตรฐานเดียวกัน ตลาดยังแข่งขันกันเรื่องราคา หลายแบรนด์ยังเน้นขายรสชาติ แต่ Pramy สร้างแนวคิดใหม่ที่แตกต่าง โดยชูจุดขายเรื่องคุณภาพวัตถุดิบและอาหารเพื่อสุขภาพของสัตว์เลี้ยง

แนวคิดการใช้วัตถุดิบ Human Grade หรือวัตถุดิบเกรดเดียวกับอาหารคน โดยใช้เนื้อปลาหรือเนื้อไก่จริงๆ ไม่ใช้ผลพลอยได้จากสัตว์ จึงเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์ และวาง Position ให้เป็น Health Brand สำหรับสัตว์เลี้ยง มีการวิจัยและพัฒนาเพื่อผลิตสูตรเฉพาะทาง ให้ทาสแมวเลือกซื้ออาหารตาม “ปัญหาสุขภาพ” เช่น อาหารแมวสูตรบำรุงขน สูตรบำรุงข้อต่อ สูตรลดก้อนขน สูตรอาหารแมวแต่ละช่วงวัย เช่นแมวเด็ก และอาหารสำหรับแมวทำหมัน เป็นต้น ที่สำคัญทุกสูตรไม่เติมเกลือเพื่อลดความเสี่ยงโรคไตในระยะยาว

เมื่อมีสินค้าดีแล้ว โจทย์สำคัญคือทำอย่างไรให้คนรู้จักแบรนด์ เขาเล่าว่าตอนเปิดตัวครั้งแรก เขาวางงบการตลาดไว้เพียงเดือนละ 50,000บาท และใช้ติ๊กต่อกเป็นแพลตฟอร์มหลัก โดยใช้ Influencer ที่เป็นทาสแมวที่เลี้ยงแมวจริงๆ เป็นผู้แนะนำสินค้าที่ใช้ความจริงและความจริงใจนำทาง โดยสร้างชุมชนคนรักแมวขึ้นมาแทนการขายสินค้าแบบตรงๆ

เริ่มจากการให้ข้อมูลความรู้ แนะนำให้คนอ่านฉลากอาหารสัตว์เข้าใจความต่างระหว่าง Human Grade กับวัตถุดิบทั่วไป และทำให้คนรักสัตว์เข้าใจว่าอาหารคือจุดเริ่มต้นของสุขภาพที่ดีในระยะยาว ดังนั้นแทนที่จะมุ่งขายสินค้าด้วยโปรโมชันราคา แต่แบรนด์ Pramy เลือกให้ความรู้ และความจริงใจ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับทาสแมวที่ต้องการให้น้องแมวมีสุขภาพที่ดีไปด้วยกัน

เมื่อทาสแมวเชื่อมั่นในแนวคิดและเชื่อใจในแบรนด์ ทั้งคุณภาพสินค้าและราคาที่เข้าถึงได้อย่างที่เขาตั้งใจให้เป็น ผลลัพธ์จึงออกมาอย่างน่าทึ่ง อาหารแมว Pramy ที่เริ่มออกสู่ตลาดช่วงปลายปี 2564 มียอดขายหลักไม่กี่ล้าน เติบโตขึ้นมาเป็น 216 ล้านบาทในปี 2565 และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็น 1,700-1,900 ล้านบาทในปี 2568

ปัจจุบัน Pramy มีผลิตภัณฑ์มากกว่า 100 สูตรส่งออกไปขายกว่า 20 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุมเอเชียตะวันออกกลาง และเริ่มขยายสู่ตลาดยุโรป ได้รับรางวัล World Branding Awards สาขาอาหารแมว จากองค์กร World Branding Forum ประเทศอังกฤษ และยังขยายไลน์มาทำอาหารเพื่อสุขภาพน้องหมา ภายใต้แบรนด์ Pramy อีกด้วย โดยปีนี้ 2569 เขาตั้งเป้าสร้างยอดขายอาหารหมาแมวเพิ่มขึ้นมาเกินหลัก 2,000 ล้านบาท!!

เมื่อถามถึงเป้าหมายหรือความสำเร็จสูงสุด “คุณคริส” บอกว่าเป้าหมายใหญ่ของผมไม่ใช่แค่ตัวเลขยอดขายกี่พันหรือกี่หมื่นล้าน แต่ผมอยากให้คำว่า “Product of Thailand” เป็นเครื่องหมายการค้าของคำว่าคุณภาพพรีเมียมของอาหารสัตว์เลี้ยง เราเก่งเรื่องการผลิตอยู่เบื้องหลังอยู่แล้ว แต่ผมต้องการพาแบรนด์ไทยไปเฉิดฉายอยู่เบื้องหน้าในระดับสากล ให้ทั่วโลกยอมรับและรู้ว่าอาหารสัตว์เลี้ยงจากเมืองไทยคือที่สุดของโลก!!

เลดี้แจน


คลิกอ่านคอลัมน์ “Business on my way” เพิ่มเติม


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ