
บางครั้งความสำเร็จไม่ได้เริ่มต้นจากการได้รับโอกาส แต่อาจเริ่มจากการถูกปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่า “ผมมีประสบการณ์ถูกปฏิเสธมาเยอะมาก จนเป็นเรื่องปกติ แต่นั่นทำให้ผมได้เรียนรู้และปรับกระบวนท่า เพื่อหาหนทางที่จะทำให้ได้การยอมรับ ผมไม่จมกับความล้มเหลว แต่รีบหาทางแก้เกมและเดินหน้าต่อให้ได้ไวที่สุด”
“คุณคริส...ฐิติภัทร์ ยิ้มเศรษฐี” เจ้าของอาหารแมวเพื่อสุขภาพ “Pramy” แบรนด์ที่ได้รับการจัดอันดับจาก Euro monitor ว่าเป็นแบรนด์ที่เติบโตเร็วที่สุดในเอเชียแปซิฟิก!! เริ่มต้นบทสนทนาว่าผมไม่เคยได้อะไรมาง่ายๆ ทุกอย่างต้องใช้ความพยายามและลงมือ ตอนเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ ที่ University College London (UCL)ประเทศอังกฤษ ปี 2 ผมส่งอีเมลขอฝึกงานกับบริษัทต่างๆมากกว่า 50-60 แห่ง ตั้งแต่บริษัทสตาร์ตอัพถึงบริษัทระดับโลกแทบไม่ได้การตอบรับ แต่ผมไม่เคยท้อยังคงนำเสนอตัวเอง ในที่สุดก็ได้โอกาสมาฝึกงานที่บริษัท PWC ประเทศไทย แผนกที่ปรึกษา (Consultant) ธุรกิจด้านดิจิทัล เพราะผมสนใจเรื่องเทค-ไอที พอปี 3 ก็ใช้วิธีเดิม หว่านใบสมัครไปเยอะมาก และก็ได้ฝึกงานกับบริษัท Microsoft ประเทศไทย ซึ่งโชคดีมากที่ทั้ง 2 บริษัทล้วนเป็นบริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่ระดับโลก ที่ทำให้ผมได้เรียนรู้หลายอย่างมาก”
หลังจากนั้นจึงเรียนต่อปริญญาโทด้านบริหารที่มหาวิทยาลัย Cambridge เมื่อจบออกมาในปี 2020 ก็ได้เข้าทำงานที่ McKinsey & Company เป็น Consultant ธุรกิจด้านดิจิทัล ซึ่งที่นี่บริษัทให้โอกาสส่งเขาไปทำงานกับบริษัทลูกค้าในต่างประเทศทั้งในฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ซึ่งล้วนเป็นบริษัทชั้นนำ
“คุณคริส” บอกว่า การทำงานที่ McKinsey แม้เพียง 2 ปี ทำให้เขาได้เห็นทั้งความสำเร็จ-ความล้มเหลวและการปรับตัวของธุรกิจ และยังพบว่าธรรมชาติของความสำเร็จในหลายองค์กรใหญ่ๆ ไม่ได้เติบโตเพราะไม่เคยผิดพลาด แต่เติบโตขึ้นเพราะรู้จักล้มและลุกให้เร็วกว่าใคร เช่นเดียวกับที่เขาถูกปฏิเสธการฝึกงาน 50-60 แห่ง ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกท้อ แต่กลับสร้าง Mindset ในการกล้าเผชิญกับความผิดหวังและเรียนรู้ว่า “ถ้าล้มแล้วต้องลุกให้เร็ว” เพื่อเดินหน้าต่อให้เร็วกว่าเดิม
สำหรับการเข้าสู่ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงของเขานั้น เริ่มจากที่บ้านเลี้ยงน้องหมาน้องแมวเป็นสมาชิกในครอบครัวตั้งแต่เด็ก และคุณพ่อมีโรงงานผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงและขนมน้องหมาแบรนด์ Prama อยู่แล้ว ดังนั้นทุกครั้งที่มีโอกาสไปต่างประเทศ เขามักจะแวะเวียนดูร้าน Pet Shop และพบข้อเท็จจริงว่า อาหารสัตว์เลี้ยงน้องหมา-น้องแมวคุณภาพสูงเกรดพรีเมียม แบรนด์ดังๆในต่างประเทศโดยเฉพาะยุโรปส่วนใหญ่ผลิตในประเทศไทยเพราะไทยคือผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงอันดับต้นๆของโลก!! แต่กลับไม่มีแบรนด์ไทยวางขาย เพราะส่วนใหญ่เป็นการรับจ้างผลิตให้แบรนด์ต่างชาติมากกว่า
ที่น่าเสียดายกว่านั้น (ในช่วงนั้น) อาหารสัตว์เลี้ยงที่วางขายในไทยส่วนใหญ่มีแต่เกรดทั่วไป สินค้าคุณภาพเกรดพรีเมียมกลับมีให้คนไทยเลือกน้อยมากหรือหากมีราคาก็มักสูงเกินเอื้อม จึงเกิดคำถามว่า“ทำไมคนไทยต้องซื้อของดีในราคาแพง ทั้งที่ผลิตในประเทศเราเอง”
นี่คือจุดเริ่มต้นที่ผลักดันให้เขาอยากผลิตอาหารแมวคุณภาพสูง ในราคาที่จับต้องได้ในแบรนด์ของคนไทย ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจลาออกจากงานที่ McKinsey และเริ่มลงมือทำมันอย่างจริงจังทันที จึงเป็นที่มาของอาหารแมวเพื่อสุขภาพ “Pramy” เขาบอกว่าในวันนั้น ส่วนใหญ่อาหารมักเป็นสูตรมาตรฐานเดียวกัน ตลาดยังแข่งขันกันเรื่องราคา หลายแบรนด์ยังเน้นขายรสชาติ แต่ Pramy สร้างแนวคิดใหม่ที่แตกต่าง โดยชูจุดขายเรื่องคุณภาพวัตถุดิบและอาหารเพื่อสุขภาพของสัตว์เลี้ยง
แนวคิดการใช้วัตถุดิบ Human Grade หรือวัตถุดิบเกรดเดียวกับอาหารคน โดยใช้เนื้อปลาหรือเนื้อไก่จริงๆ ไม่ใช้ผลพลอยได้จากสัตว์ จึงเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์ และวาง Position ให้เป็น Health Brand สำหรับสัตว์เลี้ยง มีการวิจัยและพัฒนาเพื่อผลิตสูตรเฉพาะทาง ให้ทาสแมวเลือกซื้ออาหารตาม “ปัญหาสุขภาพ” เช่น อาหารแมวสูตรบำรุงขน สูตรบำรุงข้อต่อ สูตรลดก้อนขน สูตรอาหารแมวแต่ละช่วงวัย เช่นแมวเด็ก และอาหารสำหรับแมวทำหมัน เป็นต้น ที่สำคัญทุกสูตรไม่เติมเกลือเพื่อลดความเสี่ยงโรคไตในระยะยาว
เมื่อมีสินค้าดีแล้ว โจทย์สำคัญคือทำอย่างไรให้คนรู้จักแบรนด์ เขาเล่าว่าตอนเปิดตัวครั้งแรก เขาวางงบการตลาดไว้เพียงเดือนละ 50,000บาท และใช้ติ๊กต่อกเป็นแพลตฟอร์มหลัก โดยใช้ Influencer ที่เป็นทาสแมวที่เลี้ยงแมวจริงๆ เป็นผู้แนะนำสินค้าที่ใช้ความจริงและความจริงใจนำทาง โดยสร้างชุมชนคนรักแมวขึ้นมาแทนการขายสินค้าแบบตรงๆ
เริ่มจากการให้ข้อมูลความรู้ แนะนำให้คนอ่านฉลากอาหารสัตว์เข้าใจความต่างระหว่าง Human Grade กับวัตถุดิบทั่วไป และทำให้คนรักสัตว์เข้าใจว่าอาหารคือจุดเริ่มต้นของสุขภาพที่ดีในระยะยาว ดังนั้นแทนที่จะมุ่งขายสินค้าด้วยโปรโมชันราคา แต่แบรนด์ Pramy เลือกให้ความรู้ และความจริงใจ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับทาสแมวที่ต้องการให้น้องแมวมีสุขภาพที่ดีไปด้วยกัน
เมื่อทาสแมวเชื่อมั่นในแนวคิดและเชื่อใจในแบรนด์ ทั้งคุณภาพสินค้าและราคาที่เข้าถึงได้อย่างที่เขาตั้งใจให้เป็น ผลลัพธ์จึงออกมาอย่างน่าทึ่ง อาหารแมว Pramy ที่เริ่มออกสู่ตลาดช่วงปลายปี 2564 มียอดขายหลักไม่กี่ล้าน เติบโตขึ้นมาเป็น 216 ล้านบาทในปี 2565 และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็น 1,700-1,900 ล้านบาทในปี 2568
ปัจจุบัน Pramy มีผลิตภัณฑ์มากกว่า 100 สูตรส่งออกไปขายกว่า 20 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุมเอเชียตะวันออกกลาง และเริ่มขยายสู่ตลาดยุโรป ได้รับรางวัล World Branding Awards สาขาอาหารแมว จากองค์กร World Branding Forum ประเทศอังกฤษ และยังขยายไลน์มาทำอาหารเพื่อสุขภาพน้องหมา ภายใต้แบรนด์ Pramy อีกด้วย โดยปีนี้ 2569 เขาตั้งเป้าสร้างยอดขายอาหารหมาแมวเพิ่มขึ้นมาเกินหลัก 2,000 ล้านบาท!!
เมื่อถามถึงเป้าหมายหรือความสำเร็จสูงสุด “คุณคริส” บอกว่าเป้าหมายใหญ่ของผมไม่ใช่แค่ตัวเลขยอดขายกี่พันหรือกี่หมื่นล้าน แต่ผมอยากให้คำว่า “Product of Thailand” เป็นเครื่องหมายการค้าของคำว่าคุณภาพพรีเมียมของอาหารสัตว์เลี้ยง เราเก่งเรื่องการผลิตอยู่เบื้องหลังอยู่แล้ว แต่ผมต้องการพาแบรนด์ไทยไปเฉิดฉายอยู่เบื้องหน้าในระดับสากล ให้ทั่วโลกยอมรับและรู้ว่าอาหารสัตว์เลี้ยงจากเมืองไทยคือที่สุดของโลก!!
เลดี้แจน
คลิกอ่านคอลัมน์ “Business on my way” เพิ่มเติม