เมื่อโลกหมุนไวเกินกว่าจะรอ “Futuristic Mind” คืออาวุธ ถอดรหัส CTC 2026 หาคำตอบเปิดทางรอดทุกวิกฤติ

Business

Executive Interviews

ชญานิษฐ์ เชื้อกสิการ (โฟม)

ชญานิษฐ์ เชื้อกสิการ (โฟม)

Tag

เมื่อโลกหมุนไวเกินกว่าจะรอ “Futuristic Mind” คืออาวุธ ถอดรหัส CTC 2026 หาคำตอบเปิดทางรอดทุกวิกฤติ

Date Time: 30 พ.ค. 2569 17:46 น.

Video

น้ำมันไทย... วิกฤตินี้จบที่ตรงไหน? | Money Issue EP.52

Summary

Fast Track สู่ทางรอด! เจาะลึก AI และแผนธุรกิจจากตัวจริงในงาน CTC 2026 ชวนคนมี Futuristic Mind มาอัปเกรดตัวเอง ย่นเวลาลองผิดลองถูก เพราะโลกไม่รอให้คุณพร้อม แต่คุณเลือกพร้อมได้!

Latest


“โลกไม่ได้รอให้คุณพร้อม แต่คุณเลือกที่จะพร้อมเพื่อโลกการทำงานได้”

นี่คือหนึ่งในประโยคที่สะท้อนแนวคิดของ “เก่ง-สิทธิพงศ์ ศิริมาศเกษม” CEO and Founder at RGB72 and CREATIVE TALK รวมทั้งยังเป็นผู้ริเริ่มในการจัด Creative Talk Conference หรือ CTC งานสัมมนาด้านธุรกิจ การตลาด และเทคโนโลยีที่เติบโตจากงานเล็กๆ จนกลายเป็นหนึ่งในงานคอนเฟอเรนซ์ด้านความรู้และเทรนด์ที่ใหญ่ที่สุดของไทย

Thairath Money ได้มีโอกาส สัมภาษณ์สุดพิเศษ “เก่ง-สิทธิพงศ์ ศิริมาศเกษม” ถึงการจัดงาน Creative Talk Conference (CTC) โดยได้เห็นถึงหมุดหมายสำคัญของงานสัมมนาที่ใหญ่ที่สุดระดับประเทศ ซึ่งในปีนี้สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ด้วยการย้ายทำเลมาอยู่ใจกลางเมือง ณ สยามพารากอน พร้อมยกระดับเนื้อหาเพื่อติดอาวุธให้คนไทยพร้อมรับมือกับโลกการทำงานยุคใหม่ที่ไม่มีวันเหมือนเดิม

หากย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นของ CTC ในสตอรี่แรกสุด สิทธิพงศ์ เล่าว่างานนี้เกิดขึ้นจากแนวคิดที่เรียบง่ายและเป็นธรรมชาติอย่างยิ่ง ด้วยความที่เป็นคนรู้จักคนเยอะและเล็งเห็นว่าคนรอบตัวล้วนเป็นผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในระดับแถวหน้าของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้บุกเบิกเทคสตาร์ทอัพ หรือ นักการตลาดรุ่นแรก ๆ 

จึงเกิดไอเดียในการเป็นตัวกลางชวนเพื่อนพ้องมารวมตัวกันเพื่อส่งต่อความรู้ให้แก่ผู้คน จากงานเล็ก ๆ ปีแรก ได้ค่อย ๆ เติบโตและพัฒนาการเรียนรู้ผ่านธีมงานที่เปลี่ยนไปตามบริบทของสังคมในแต่ละปี จากเดิมที่เน้นเนื้อหาแนวสร้างแรงบันดาลใจเพื่อเติมพลังชีวิต คล้ายกับเวทีทอล์กระดับโลกในยุคแรก ๆ ก็เริ่มขยับขยายไปสู่การจับเทรนด์และคาดการณ์ทิศทางธุรกิจประจำปี

สำหรับงาน SUPALAI Presents CREATIVE TALK CONFERENCE 2026: The Festival of Futuristic Minds งานก้าวล้ำไปอีกขั้นภายใต้ธีม “Festival of Futuristic Mind” ในปีนี้ เป็นการเปลี่ยนจุดโฟกัสจากการมองตัวเลขเทรนด์โลก มาเป็นการโฟกัสที่ "ตัวบุคคลและชุมชนคนฟัง" เป็นหลัก สิทธิพงศ์ อธิบายว่า แม้โลกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร สิ่งสำคัญที่สุดคือคนแบบไหนที่จะสามารถอยู่รอดได้กับความผันผวนนั้น 

คำตอบจึงตกอยู่ที่คนที่มี “Futuristic Mind” หรือกลุ่มคนที่มีกระบวนการคิดและมองภาพอนาคตในระยะยาว เพราะในยามที่เศรษฐกิจทรุดตัวหรือเกิดวิกฤติ คนที่มองระยะสั้นมักจะตื่นตระหนกและรีบถอยหนีหรือเทขายสินทรัพย์ ในทางกลับกัน คนที่มีวิสัยทัศน์ยาวไกลจะมองเห็นเนื้อแท้ของวิกฤติ ว่านี่คือโอกาสทองในการช้อนซื้อหรือลงทุนเพื่อการเติบโตในอีก 3-5 ปีข้างหน้า การจัดงานในรูปแบบเทศกาลครั้งนี้จึงเป็นการรวมตัวของกลุ่มคนที่มีแนวคิดมองอนาคต เพื่อมาแลกเปลี่ยนและสร้างพลังขับเคลื่อนร่วมกัน

ไฮไลท์ที่น่าจับตามองที่สุดและสะท้อนความต้องการของคนยุคนี้ได้อย่างตรงจุด คือการจัดช่วงเวลาพิเศษที่เรียกว่า "AI Night" ซึ่งจะเปลี่ยนบรรยากาศฮอลล์ให้มีความเป็นไซไฟและมืดลงเพื่อความดื่มด่ำ โดยมัดรวมวิทยากรตัวท็อปในวงการ AI มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ 

สิทธิพงศ์ มองว่าปัจจุบันปัญญาประดิษฐ์ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการขยายขีดความสามารถของมนุษย์ เปรียบเสมือนตัวคูณที่เปลี่ยนจากคนทำงานระดับ 10 คะแนนให้กลายเป็น 100 คะแนนได้ในพริบตา 

ดังนั้นในยุคที่เครื่องมือ AI มีความหลากหลายจนศึกษาเองไม่ทัน การมานั่งฟังผู้เชี่ยวชาญสรุปเครื่องมือเด่นภายในวันเดียว แล้วเลือกสิ่งที่ใช่ที่สุดกลับไปใช้ จึงเป็นทางลัดที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่าที่สุดสำหรับคนทำงานในยุคนี้

นอกเหนือจากการบรรยายบนเวทีใหญ่แล้ว สิ่งที่เปลี่ยนจากความรู้ให้กลายเป็นการลงมือทำจริงคือโซนกิจกรรมที่เปิดให้เข้าฟรี ซึ่งมีไฮไลท์สำคัญอย่าง Business Consult หรือพื้นที่ให้คำปรึกษาทางธุรกิจ สิทธิพงศ์ เปิดเผยอินไซต์ว่า ทุกวันนี้ความรู้เชิงทฤษฎีสามารถหาอ่านหรือฟังได้ง่ายตามแพลตฟอร์มออนไลน์ทั่วไป แต่สิ่งที่ผู้ประกอบการและคนทำงานขาดคือทักษะและการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า งานปีนี้จึงเทียบเชิญบริษัทและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ทั้งด้านบัญชี การเงิน และภาษี มาให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัว เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถนำปัญหากลุ่มใจมาปรึกษา และได้รับแผนการปฏิบัติงานจริงกลับบ้านไปทันที ซึ่งเป็นการยกระดับจากผู้ฟังความรู้ไปสู่ผู้ปฏิบัติจริง 

ในฐานะผู้จัดงานที่คลุกคลีกับผู้นำองค์กรจำนวนมาก สิทธิพงศ์ มองเห็นสัญญาณการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจที่ชัดเจน โดยเฉพาะพฤติกรรมของนักธุรกิจที่ถูกแบ่งออกเป็นสองขั้วในยามเศรษฐกิจชะลอตัว ขั้วแรกคือกลุ่มที่เต็มไปด้วยความกลัว เลือกที่จะแช่แข็งทุกกิจกรรมและหยุดการลงทุนเพื่อรอดูท่าที ในขณะที่อีกขั้วหนึ่งคือกลุ่มที่มองข้ามช็อต วิ่งเข้าใส่ความท้าทายเพื่อค้นหาโอกาสใหม่ ๆ ซึ่งคนกลุ่มหลังนี้เองคือผู้ที่มีองค์ประกอบของ Futuristic Mind ที่จะกลายมาเป็นผู้นำและผู้รอดชีวิตในโลกธุรกิจอนาคต

เมื่อถอดรหัสภาพรวมของธุรกิจไทยหลังจากนี้ สิทธิพงศ์ มองว่า ทิศทางที่ประเทศไทยมีความได้เปรียบในเวทีสากลอย่างเด่นชัดคือ ธุรกิจภาคบริการและการต้อนรับ (Hospitality) ซึ่งสามารถต่อยอดไปสู่ธุรกิจเชิงสุขภาพ (Wellness) และอุตสาหกรรมอาหาร รวมถึงการจัดงานอีเวนต์และความบันเทิงระดับโลกที่ไม่มีประเทศใดเลียนแบบจิตวิญญาณการบริการของไทยได้ 

ในส่วนของเทคโนโลยี แม้ว่าประเทศไทยอาจจะไม่ได้อยู่ในฐานะผู้ผลิตหรือผู้สร้างนวัตกรรมต้นน้ำ แต่การยอมรับและผันตัวมาเป็น "ผู้ใช้เทคโนโลยีที่เก่งที่สุด" เพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับจุดแข็งเดิมที่มีอยู่ ก็เป็นกลยุทธ์ที่ทำให้เติบโตได้อย่างมั่นคง นอกจากนี้ การสร้างคอมมูนิตี้เฉพาะกลุ่มได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของการตลาดสมัยใหม่ เนื่องจากผู้บริโภคยุคนี้มีความชอบที่เฉพาะเจาะจงและลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม การเข้าใจและเข้าถึงวัฒนธรรมย่อยของลูกค้าจึงเป็นโจทย์ใหม่ที่นักธุรกิจห้ามมองข้าม

บทสรุปของงาน CTC ในปีนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่งานสัมมนาประจำปี แต่เป็นพื้นที่ “ทางลัด” หรือ “Fast Track” สำหรับทุก Gen ที่ต้องการเติบโตและปรับเปลี่ยนตัวเองท่ามกลางโลกที่ไม่ได้รอให้ใครพร้อม ความคุ้มค่าของงานนี้ไม่ได้วัดกันที่มูลค่าของราคาบัตร แต่อยู่ที่การย่นระยะเวลาการสุ่มลองผิดลองถูกในโลกการทำงาน ให้เหลือเพียงแผนการดำเนินชีวิตที่พร้อมใช้งานจริงได้ทันทีหลังจบงาน

ไฮไลต์ 3 กิจกรรมใหม่ ยกระดับประสบการณ์การเรียนรู้ที่เหนือชั้น

เพื่อให้การมางาน CTC2026 ไม่ใช่แค่นั่งฟัง แต่ต้องได้ทักษะ และความรู้กลับไปใช้ได้จริง ปีนี้จึงเปิดตัว 3 กิจกรรมใหม่ที่เป็นหัวใจหลัก

1. SKILL PASSPORT ยิ่งเรียน ยิ่งได้! ให้ผู้เข้าร่วมงานสะสมทักษะ ทำเป็นเช็กลิสต์ของตัวเอง พร้อมเพิ่มความท้าทายสำหรับสายเนิร์ด ที่ไม่อยากกลับบ้านมือเปล่า หากเข้าฟัง Session ตามที่กำหนด จะได้รับใบประกาศนียบัตร (Certificate) อย่างเป็นทางการจากงาน เพื่อรับรองทักษะใหม่ที่คุณได้รับ

2. AI NIGHT! กิจกรรมยามเย็นที่จะเปลี่ยนโลก AI ให้สนุกกว่าเดิม พบกับ Workshop สุดเข้มข้นที่เจาะลึกทั้งปัจจุบันและอนาคตของ AI สำหรับคนไทยโดยเฉพาะ

3. THE BIGGEST WORKSHOP!  ปรากฏการณ์ใหม่กับห้องเรียน Workshop ที่ใหญ่ที่สุด รองรับนักเรียนถึง 500 คน พร้อมทีม TA (Teaching Assistant) กว่า 20 ชีวิต คอยดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ทุกคนทำเป็นจริง

นอกจาก Session เนื้อหาเข้มข้นกว่า 60 หัวข้อแล้ว ภายในงานยังมีกิจกรรมที่จะช่วยขยายเครือข่ายธุรกิจของคุณ ไม่ว่าจะเป็น

  • FOCUS WORKSHOP เวิร์กช็อปสุด Exclusive สำหรับผู้ที่ต้องการเจาะลึกเฉพาะทางแบบตัวต่อตัว
  • PARTNERS ACTIVITIES สนุกและได้รับความรู้คู่ไปกับกิจกรรมจากพาร์ทเนอร์และสปอนเซอร์ชั้นนำ
  • CTC’s LOYALTY PROGRAM โปรแกรมพิเศษที่เชื่อมต่อความสัมพันธ์ระหว่างผู้ร่วมงาน แบรนด์ และพาร์ทเนอร์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
  • BUSINESS NETWORKING & MENTORING พื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยนไอเดียและรับคำปรึกษาจากกูรูผู้มากประสบการณ์
  • PROFESSIONAL CERTIFICATES กิจกรรมที่ออกแบบมาเพื่อพาคุณไปสู่ความเป็นมืออาชีพ พร้อมรับใบเซอร์ฯ การันตีความสามารถ
  • 5 MINUTES TALK เวทีเปิดโอกาสให้คนกล้าส่งต่อเรื่องราวและมุมมองความคิดในเวลาสั้น ๆ แต่เปี่ยมด้วยพลัง

งาน #CTC2026 ในปีนี้คาดการณ์ว่าจะมีผู้เข้าชมงานกว่า 10,000 คน พร้อมด้วย Speaker ระดับแนวหน้ากว่า 120 ท่าน บน 4 เวทีใหญ่ที่จะพลิกโฉมวงการสร้างสรรค์และธุรกิจไทย

เตรียมตัวให้พร้อม! แล้วมานิยามอนาคตของคุณให้ชัดเจนกว่าที่เคย 

ในงาน SUPALAI Presents CREATIVE TALK CONFERENCE 2026 วันที่: 19-20 มิถุนายน 2569 สถานที่: Paragon Hall, Bangkok 

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและซื้อบัตรได้ที่: https://www.zipeventapp.com/e/ctc2026