ปิยจิต รักอริยะพงศ์ นายหญิง SAPPE เส้นทางธุรกิจครอบครัว จากครัวเล็กๆ สู่แบรนด์โลก

Business & Marketing

Executive Interviews

อังศุมาลิน บุรุษ (ตุลย์)

อังศุมาลิน บุรุษ (ตุลย์)

Tag

ปิยจิต รักอริยะพงศ์ นายหญิง SAPPE เส้นทางธุรกิจครอบครัว จากครัวเล็กๆ สู่แบรนด์โลก

Date Time: 10 ก.ค. 2568 10:01 น.

Video

กลาง ธ.ค.ลุ้น! ฝนถล่มภาคใต้รอบใหม่ น้ำลดรอบนี้ต้องรีบทำอะไร? | Thairath Money Night Stand EP.26

Summary

เซ็ปเป้ (SAPPE) บริษัทเครื่องดื่มสัญชาติไทยที่ก้าวขึ้นสู่ระดับโลก ด้วยผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอย่างโมกุโมกุที่ขายไปแล้วกว่า 100 ประเทศทั่วโลก นำโดย “ปิยจิต รักอริยะพงศ์” ซีอีโอหญิง

Latest


เส้นทางของเซ็ปเป้เริ่มต้นจากครัวเล็กๆ ของครอบครัว ที่คุณพ่อคุณแม่ของปิยจิต รักอริยะพงศ์ ทำธุรกิจขนมปังกรอบกระเทียม ทาเนยน้ำตาล และคุกกี้ต่างๆ ก่อนจะค่อยๆ ขยายสายผลิตภัณฑ์ไปเรื่อยๆ

กระทั่งตลาดโมเดิร์นเทรดเริ่มมา และขนมเข้าโมเดิร์นเทรดยาก เพราะเป็นของสด ครอบครัวจึงไม่กระจายขนมเข้าโมเดิร์นเทรด

จุดเปลี่ยนสำคัญของธุรกิจเกิดขึ้นเมื่อเจเนอเรชั่น 2 ก้อง-อดิศักดิ์ รักอริยะพงศ์ พี่ชายของปิยจิต คิดทำเครื่องดื่มน้ำผลไม้ที่มีวุ้นมะพร้าว และในปี 2544 เครื่องดื่มโมกุโมกุจึงเกิดขึ้น ด้วยการทำงานร่วมกับอาจารย์มหาวิทยาลัย เพื่อคิดค้นเครื่องดื่มที่ใส่วุ้นมะพร้าว ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อนในโลก

"สมัยนั้นยังไม่มีชานมไข่มุก เราเป็นเจ้าแรกของโลกในเรื่องของเครื่องดื่มใส่วุ้นมะพร้าว เครื่องดื่มที่จะต้องเคี้ยว" ปิยจิตภูมิใจเล่าถึงนวัตกรรมที่สร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภค

ความสำเร็จของโมกุโมกุในช่วงแรกเกินความคาดหมาย เธอบอกว่า "สมัยนั้นมีรถ 6 ล้อ 10 ล้อมาจอดหน้าโรงงาน เพื่อที่จะมารอรับของที่ผลิตเสร็จใหม่ๆ แล้วเอาไปส่งต่อ"

การตอบรับที่ดีเกินคาดทำให้ครอบครัวตระหนักว่าการสร้างนวัตกรรมสามารถเปลี่ยนเกมในตลาดได้


วิสัยทัศน์สู่ Global Brand

ด้วยพื้นฐานได้รับการศึกษาจากต่างประเทศทั้ง 3 คนพี่น้อง และพบว่าคนต่างชาติหลายคนยังไม่รู้จักประเทศไทย มักจะเข้าใจผิดว่าเป็นไต้หวัน ประสบการณ์นี้จุดประกายความคิดที่จะสร้างแบรนด์ไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับโลก

"คนไทยเราก็ไม่ได้แพ้ชาติใดในโลก เราอยากจะสร้างอะไรให้มันเป็น Legacy ของคนไทย เราอยากสร้างแบรนด์ไทยให้ไปตลาดโลก" ปิยจิตเล่าถึงแรงบันดาลใจสำคัญ

การขยายตลาดต่างประเทศเริ่มจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ก่อนจะค่อยๆ ขยายไปฟิลิปปินส์ และจุดเปลี่ยนสำคัญคือตลาดเกาหลีใต้ สินค้าของเซ็ปเป้ฮิตในเกาหลีมาก และสามารถฮิตในประเทศอื่นด้วย

หลังจากประสบความสำเร็จในเกาหลี บริษัทจึงเริ่มมองไกลไปสู่ตลาดที่ท้าทายกว่า จนกระทั่งเมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว โมกุโมกุสามารถเจาะตลาดฝรั่งเศสได้สำเร็จ

เป็นนักนวัตกรรม

เซ็ปเป้ไม่ได้หยุดอยู่แค่โมกุโมกุ แต่ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ในหลายกลุ่มอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ 5 กลุ่มหลัก คือ น้ำผลไม้ (โมกุโมกุ, เซ็ปเป้อโลเวล่า), เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ (All Coco, Speed Beauty Drink, Blue), ผลิตภัณฑ์ชงผง (กาแฟ 3 อิน 1 ลดน้ำหนัก, Beauty Powder), ขนมเพื่อสุขภาพ (Beauty Jelly, Gummy), และอาหารเสริม

"เราเป็นนักนวัตกรรม เราชอบคิดชอบทำอะไรใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา ทุกๆ ปีจะออกสินค้าใหม่อย่างน้อยปีละประมาณ 20 กว่าตัว" ปิยจิตเผยถึงธรรมชาติของบริษัทที่ไม่หยุดนิ่ง

เธอยอมรับว่าไม่ใช่ทุกผลิตภัณฑ์จะประสบความสำเร็จ แต่การเป็นนักนวัตกรรมก็มาพร้อมกับความเสี่ยงนี้ และเธอมองว่าเป็นเรื่องสนุกและท้าทาย

ความท้าทายและการปรับตัว

เส้นทางสู่ความสำเร็จไม่เคยปราศจากอุปสรรค หนึ่งในความท้าทายใหญ่คือปัญหาสินค้าลอกเลียนในตลาดจีน ซึ่งเคยเป็นตลาดใหญ่ของบริษัท "เราเจอปัญหาในจีนในเรื่องของสินค้า Copy แล้วเราก็ตัดสินใจว่าเราจะเลิกกับ distributor เรา" การตัดสินใจนี้ทำให้ยอดขายตกไปเกือบ 10%

แต่วิกฤตก็กลายเป็นโอกาส เพราะทำให้บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการกระจายความเสี่ยง และหันไปโฟกัสที่ตลาดเกาหลีมากขึ้น จนประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง

ปัจจุบันเซ็ปเป้ยังคงเผชิญกับความท้าทายจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะสงครามการค้าที่ส่งผลกระทบต่อตลาดต่างประเทศ แต่ในประเทศไทยในช่วงไตรมาสแรกของปี 2568 นี้ บริษัทกลับเติบโตได้ 20%

นอกจากนี้ เซ็ปเป้เคยตั้งเป้าหมายรายได้ 10,000 ล้านบาทในปี 2569 จากฐานรายได้ 2,000 กว่าล้านบาทเมื่อไม่กี่ปีก่อน แต่ปีที่ผ่านมา บริษัททำรายได้ได้เกือบ 7,000 ล้านบาท เนื่องด้วยสถานการณ์ปัจจุบันอาจต้องปรับเป้าหมายใหม่

"เราได้กลิ่นอายของมันแล้วว่าเราใกล้แล้ว เราเกือบแล้ว แต่ว่าเรายังมี a long way to go" ปิยจิตเล่าถึงความรู้สึกเกี่ยวกับการเป็น Global Brand

สิ่งที่บริษัทกำลังทำคือการเสริมสร้างความแข็งแกร่งขององค์กร พัฒนากระบวนการใหม่ๆ และเข้าใจผู้บริโภคในตลาดต่างประเทศให้ดีขึ้น โดยบริษัททำวิจัยต่างๆ ในการที่จะเข้าถึงผู้บริโภคให้ได้มากขึ้น เข้าใจว่าผู้บริโภคและความต้องการของเขามากขึ้น

นอกจากการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในระดับโลก เซ็ปเป้ยังมีความรับผิดชอบต่อสังคม โดยเฉพาะการสร้างงานให้คนไทย โดยโรงงานของเซ็ปเป้เป็นพนักงานคนไทย 100% ไม่มีแรงงานต่างด้าว อีกทั้งยังมีการสนับสนุนคนรอบชุมชนให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ผ่านโครงการวาน หว่าน ว่าน ที่ส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่ใกล้เคียงโรงงานปลูกว่านหางจระเข้และส่งขายเข้าโรงงานเซ็ปเป้ เป็นต้น

ปรัชญาการทำงาน "เป้าหมายที่ทำให้ใจสั่น"

ปิยจิตเชื่อในเรื่องของการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนและการทำงานเป็นทีม เป้าหมายต้องชัด และเวลาตั้งเป้าอะไรต้องเป็นเป้าที่พูดไปแล้วมองเห็นภาพแล้วรู้สึกใจสั่น

เธอเน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำให้ทุกคนในองค์กรมีเป้าหมายเดียวกัน โดยย้ำว่า "การทำงานในเซ็ปเป้หรือทำงานที่ไหนก็ตาม ทีมเวิร์คเป็นเรื่องสำคัญมาก แล้วเราจะทำยังไงให้ทุกคนมีเป้าหมายเดียวกัน"

ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney



Author

อังศุมาลิน บุรุษ (ตุลย์)

อังศุมาลิน บุรุษ (ตุลย์)
บรรณาธิการ Thairath Money