เพราะการลงทุนเป็นเรื่องของคนทุกเจน เปิดแนวคิด ท๊อป จิรายุส ปัญหาเศรษฐกิจผลักคนสนใจสินทรัพย์ดิจิทัล

Business & Marketing

Corporates & Leadership

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

เพราะการลงทุนเป็นเรื่องของคนทุกเจน เปิดแนวคิด ท๊อป จิรายุส ปัญหาเศรษฐกิจผลักคนสนใจสินทรัพย์ดิจิทัล

Date Time: 13 มิ.ย. 2567 20:01 น.

Video

 ทำไมหาเงินได้มากขึ้นแต่ชีวิตไม่มั่นคง? ถกปัญหาแรงงานโลกใหม่ | Digital Frontiers EP.55 Special Talk

Summary

รวมประเด็นสำคัญของคุณท๊อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Bitkub จากงาน Thairath Forum 2024 ในหัวข้อ “โอกาสของโลกการเงินในอนาคตของแต่ละ Gen” บนเวทีเสวนา “Talk of the Gens เปิดเวทีความคิด ของคนหลายเจน”

Latest


นอกจากเรื่องของการใช้ชีวิต การทำงาน และความคิดที่แตกต่างของคนในแต่ละเจเนอเรชันแล้ว ยังมีเรื่องของการเงินและการลงทุนที่แต่ละรุ่นก็มีความสนใจไม่เหมือนกัน…

ปัจจุบันเราจะเห็นว่า “สินทรัพย์ดิจิทัล” อย่างเหรียญบิตคอยน์ สเตเบิลคอยน์ หรือกองทุนที่เกี่ยวข้องได้รับความนิยมจากนักลงทุนมากขึ้น ท๊อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด แบ่งปันมุมมองในประเด็น “โอกาสของโลกการเงินในอนาคตของแต่ละ Gen” ในเสวนาหัวข้อ “Talk of the Gens เปิดเวทีความคิด ของคนหลายเจน” จากงาน ไทยรัฐฟอรั่ม ครั้งที่  2 ของปี 2024 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13 มิถุนายน 2567

คนทุกรุ่นหันมาลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้น

จิรายุส กล่าวว่า ปัจจุบันโลกกำลังอยู่ในช่วงของการก้าวไปเป็น Network State ที่ทุกคนจะสามารถดำเนินชีวิตหรือทำงานด้วยกันจากที่ไหนก็ได้ ด้วยโครงสร้างของโลกที่เปลี่ยนไป ในอนาคตคนจะมี Global Citizenship

ในเรื่องของการเงินและการลงทุน “เรากำลังอยู่ในช่วงของทางเชื่อมที่จะดึงให้ทุกรุ่นทุกวัยหันมาสนใจสินทรัพย์ดิจิทัล นอกจากนั้นแล้วฝั่งสถาบันการเงินแบบดั้งเดิมก็หันมาทุ่มเม็ดเงินลงในตลาดนี้กันมากขึ้น”

นอกจากนี้ยังได้เน้นย้ำถึงการเติบโตของ Bitcoin ETF และ Ethereum ETF ที่เปิดตัวมาเพียง 2 เดือน ก็สามารถทำลายสถิติเป็น ETF ที่โตเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ มีมูลค่าขึ้นไปถึง 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และหากเทียบกับในอดีต ETF ที่โตเร็วที่สุดต้องใช้เวลาถึง 3 ปี และปัจจุบันจะเห็นว่าทั้ง ฮ่องกง ออสเตรเลีย ต่างก็มาเปิดกองทุน ETF ตามหลังสหรัฐอเมริกาแล้ว

และมองว่า ในอนาคตการทำธุรกรรมข้ามประเทศที่ไม่ใช่เพียงธุรกิจ B2B หรือ B2C แต่รวมไปถึงบุคคลทั่วไปจะมีหันไปสนใจใช้งานสกุลเงินกลุ่มสเตเบิลคอยน์และคริปโตเคอร์เรนซีในการชำระเงินมากขึ้น เนื่องจากปัญหาทางเศรษฐกิจและความผันผวนในโลกการเงิน อย่างปัญหาเงินเฟ้อส่งผลให้กำลังซื้อของคนลดลงไป

ทำให้ปัจจุบันนี้ ตลาดนี้กลายเป็นที่นิยมมากขึ้น เพราะมีคนเข้ามาในตลาดนี้แล้วกว่า 200-300 ล้านคน อีกทั้งประเทศต่างๆ ก็มีแผนที่จะออกกฎหมายเพื่อการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้น

ในส่วนของ BitKub ที่ดำเนินการมาเพียง 6 ปี มีลูกค้าแล้วกว่า 5 ล้านราย หากเทียบแล้วมีลูกค้าเทียบเท่ากับตลาดหลักทรัพย์

การลงทุนไม่ได้ยากอย่างที่คิด นักลงทุนต้องไม่เป็นน้ำเต็มแก้ว

จิรายุส มองว่า นักลงทุนจะมีอยู่ 2 ประเภท คือ 

  1. กลุ่มนักลงทุนที่เปิดใจ มี Intellectual Humanity ทำตัวไม่เป็นน้ำเต็มแก้ว ไม่ยึดติดกับการลงทุนแบบเดิมๆ เปิดใจศึกษาการลงทุนรูปแบบใหม่ และพร้อมจะเชื่อว่าการลงทุนนี้จะเป็นประโยชน์ในด้านการเงิน ต่อไปในอนาคตที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

  2. กลุ่มที่ใช้งานคริปโตเคอร์เรนซีโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากคนที่ใช้งานบริการทางการเงินในปัจจุบันแทบจะไม่รู้เลยว่าระบบหลังบ้านของการทำธุรกรรมคืออะไร ยกตัวอย่างเช่น ในอนาคตเราอาจจะสามารถจ่ายเงินกับร้านค้าด้วยบิตคอยน์ ซึ่งระบบก็จะมีการแปลงอัตโนมัติไปเป็นสกุลเงินบาท โดยที่ทางลูกค้าก็ไม่ต้องมารับความเสี่ยงเรื่องของราคา และแม่ค้าก็จะไม่รู้เลยว่าลูกค้าจ่ายด้วยอะไร แต่ในท้ายที่สุดแม่ค้าจะได้รับเป็นเงินบาทมาแล้ว และในอนาคต เราอาจจะสามารถโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารที่ไทยไปที่อังกฤษ โดยใช้เวลาในการทำธุรกรรมเพียงไม่กี่นาที พร้อมกับมีค่าธรรมเนียมที่ต่ำลง จุดนี้ผู้ใช้จะไม่รู้เลยว่า ระบบหลังบ้านจะเอาไปแปลงเป็นคริปโตเคอร์เรนซี

“คนที่ไม่ลงทุนเลยมีความเสี่ยงกว่าคนที่ลงทุน เพราะปัญหาเศรษฐกิจ ทำให้เราเห็นเทรนด์ชัดเจนว่าคนไม่ลงทุนจะเสียเปรียบด้านกำลังซื้อ (Purchasing Power) แต่คนที่ลงทุนก็จะต้องเข้าใจเรื่องการจัดการและรู้จักที่จะกระจายความเสี่ยง” จิรายุสกล่าว

ไม่ต้องมองตลาดไกลตัว เพราะอาเซียนกำลังจะเข้าสู่ยุคทองของการลงทุน

อีกหนึ่งคำแนะนำที่จิรายุสได้พูดคุยในประเด็นวันนี้คือเรื่องของ “แหล่งลงทุน” โดยเขามองว่า อาเซียนกำลังก้าวเข้าสู่ยุคทองของการลงทุน ด้วยปัจจัยหลายอย่างที่เกิดขึ้นตั้งแต่หลังการระบาดของโควิด-19 ประเทศอาเซียนคือกลุ่มที่ไม่ได้เกิดข้อขัดแย้งทั้งทางการเมืองหรือสงคราม ในขณะที่ทั่วโลกกำลังเผชิญปัญหาดังกล่าว 

นอกจากนี้ ประเทศในอาเซียนยังแข่งขันกันอย่างดุเดือดเพื่อผลักตัวเองไปเป็นศูนย์กลาง (Hub) ในด้านต่างๆ ทั้งด้านดิจิทัล ด้านความยั่งยืน และด้านนวัตกรรม

“จะมีเม็ดเงินจำนวนมหาศาล เป็นมูลค่าที่เราคาดไม่ถึงหลั่งไหลเข้ามาในตลาดอาเซียน เพราะฉะนั้น นักลงทุนอย่าไปมองที่ตลาดไกลตัว” จิรายุส กล่าว


ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney 


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ