ย้อนเส้นทางชีวิตสองบทบาท “แอ๊ด คาราบาว” จากเพลงเพื่อชีวิต สู่ธุรกิจหมื่นล้าน

Business

Business Strategy

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

ย้อนเส้นทางชีวิตสองบทบาท “แอ๊ด คาราบาว” จากเพลงเพื่อชีวิต สู่ธุรกิจหมื่นล้าน

Date Time: 8 ต.ค. 2569 18:28 น.

Video

ปี 2570 โจทย์ใหญ่ไม่ใช่แค่ “ขายอะไร” แต่คือ “ทำอย่างไรให้ลูกค้ากลับมา” | Money Issue EP.77

“Summary“

  • เริ่มต้นจาก “ถึกควายทุย” สู่วันนี้ที่มี “เนเน่ นายแน่มาก” เป็นเพลงติดหู แม้จะมาพร้อมคำวิจารณ์หลายมุม แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าชื่อของ “แอ๊ด คาราบาว” คือผู้รังสรรค์เสียงเพลงที่ใครก็ต้องกล่าวถึง
  • บทความนี้ How to Make Money จะพาย้อนมองเส้นทางของศิลปินแห่งชาติผู้นี้ ที่ไม่ได้มีแค่บทบาทในโลกดนตรี แต่เขาคนนี้ยังสวมหมวกของนักธุรกิจหมื่นล้านไว้ด้วย
  • คาราบาว กรุ๊ปในวันนี้ ที่มีแอ๊ด คาราบาว เป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นใหญ่ กลายเป็นธุรกิจที่โตไกลไประดับโลก นอกจากจำหน่ายเครื่องดื่มชูกำลังแล้ว ยังเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนกีฬาสำคัญ

Latest


ไม่ว่าจะ “บัวลอยเจ้าเพื่อนยาก ทำไมจากข้าเร็วเกินไป…” มาจนถึง “เนเน่ นายแน่มาก นักดนตรีเปิดหมวกตามตลาด เธอกลับบินไกลถึงอเมริกา…” กลายเป็นเพลงที่ติดหูคนไทยแทบทั้งประเทศ เบื้องหลังของท่วงทำนองและเนื้อร้องเหล่านี้คือ ศิลปินแห่งชาติที่ทุกคนรู้จักกันดี “แอ๊ด คาราบาว” หรือ “ยืนยง โอภากุล”

ในหมวกหนึ่ง แอ๊ด คาราบาว คือ นักร้อง นักดนตรี และนักประพันธ์ที่อยู่คู่วงการเพลงไทยมายาวนาน แต่อีกหมวกหนึ่ง เขาคนนี้คือนักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จ ผู้ถือหุ้นใหญ่ในกิจการระดับหมื่นล้านบาท ที่สามารถเปลี่ยนชื่อเสียงของการเป็นศิลปินผู้สร้างสรรค์บทเพลงสะท้อนสังคมแบบตรงไปตรงมา ให้กลายเป็นฐานธุรกิจ ปั้นสู่หนึ่งในกิจการที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ

บทความนี้ Thairath Money ในคอลัมน์ How to Make Money เลยจะขอพาไปย้อนเวลา ดูเรื่องราวและเส้นทางของ “แอ๊ด คาราบาว” ที่กว่าจะมาเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในทั้งสองด้านของชีวิตนี้ มีความเป็นมาอย่างไร และด้วยกลยุทธ์แบบไหนถึงกลายเป็น

ขอขอบคุณภาพจาก Facebook: Add Bao
ขอขอบคุณภาพจาก Facebook: Add Bao


หนุ่มเมืองสุพรรณ

ย้อนกลับไปในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2497 ที่ตำบลท่าพี่เลี้ยง อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี “ยืนยง โอภากุล” หรือ แอ๊ด บุตรคนสุดท้องของครอบครัว เกิดมาพร้อมกับพี่ชายฝาแฝด “ยิ่งยง โอภากุล” หรือ อี๊ด เป็นลูกชายของมนัส โอภากุล และนางจงจิน ซึ่งมีบรรพบุรุษเป็นผู้อพยพมาจากจีน

บรรยากาศในครอบครัว คือการเติบโตมาพร้อมกับเสียงเพลง และศิลปวัฒนธรรมที่อบอวล ด้วยคุณพ่อมนัสเป็นบุคคลผู้ได้รับนับถือว่าเป็นปราชญ์ชาวบ้านแห่งเมืองสุพรรณ ในช่วงวัยเยาว์ แอ๊ดเลยได้ซึมซับเอาบทเพลงพื้นบ้าน ทั้งเพลงฉ่อย เพลงอีแซว ตลอดจนเพลงลูกทุ่งสุพรรณบุรี

ในวัยเด็ก แอ๊ด เริ่มต้นเส้นทางการศึกษาในระดับประถมศึกษาที่โรงเรียนวัดสุวรรณภูมิ ก่อนจะเข้าศึกษาต่อระดับมัธยมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนกรรณสูตศึกษาลัย จังหวัดสุพรรณบุรี และต่อมาก็เดินทางสู่เมืองกรุงมาร่ำเรียนในสายวิชาชีพเฉพาะทางต่อที่โรงเรียนช่างกลอุเทนถวาย (ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย)

ก่อนที่จะถูกส่งตัวไปเรียนต่อที่สถาบันเทคโนโลยีมาปัว หรือ Mapúa Institute of Technology ประเทศฟิลิปปินส์ ในระดับปริญญาตรี สาขาสถาปัตยกรรมศาสตร์ และที่นี่เองที่ทำให้ แอ๊ด เข้าสู่วงการดนตรีอย่างจริงจังมากขึ้น

กำเนิด “คาราบาว”

ในระหว่างกำลังศึกษาอยู่ที่ประเทศฟิลิปปินส์ แอ๊ด ได้พบเจอกับเพื่อนชาวไทยอีกสองคน คือ กีรติ พรหมสาขา ณ สกลนคร หรือ เขียว และ สานิตย์ ลิ่มศิลา หรือ ไข่ และร่วมกันตั้งวงดนตรีขึ้นมาโดยใช้ชื่อว่า “คาราบาว”

คาราบาวเป็นคำในภาษาตากาล็อก ซึ่ง Carabao มีความหมายว่า กระบือ หรือควาย ถือเป็นสัญลักษณ์ของชนชั้นกรรมาชีพและเกษตรกรผู้ใช้แรงงาน ซึ่งวงนี้เริ่มแรกขึ้นร้องบนเวทีของมหาวิทยาลัย แสดงดนตรีโฟล์คพร้อมร้องเพลงเล่าเนื้อหาที่สะท้อนภาพชีวิต และความเป็นจริงของสังคม

หลังจากนั้นเมื่อ แอ๊ด เดินทางกลับมาประเทศไทย เขาก็เดินหน้าในวงการสถาปนิก ทำงานประจำในสำนักงานบริหารโครงการของการเคหะแห่งชาติ เป็นเวลาราว 5 ปี ควบคู่ไปกับตระเวนเล่นดนตรีตามผับบาร์ ร้านอาหาร และโรงแรม เป็นอีกอาชีพในเวลากลางคืน

แต่ด้วยความสามารถ ความนิยม และแพชชั่นที่ทุ่มให้กับงานดนตรีมันเอ่อล้น แอ๊ด ตัดสินใจลาออกจากงานสถาปนิก และมาเดินหน้าเป็นศิลปินเต็มตัว โดยในปี พ.ศ. 2522 เขาได้รับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ให้กับอัลบั้มชุดแรกของวงแฮมเมอร์ ซึ่งก็คืออัลบั้มชุดบินหลา

ต่อมาในระหว่างที่ยังใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับวงแฮมเมอร์ แอ๊ดยังได้แต่งเพลงถึกควายทุยขึ้นมาให้วงแฮมเมอร์บันทึกเสียงในอัลบั้มปักษ์ใต้บ้านเรา เมื่อปี พ.ศ. 2523 ซึ่งบทเพลงนี้สร้างกระแสนิยมได้อย่างกว้างขวางและกลายเป็นจุดเริ่มต้นของมหากาพย์เพลงชุดถึกควายทุยในผลงานของคาราบาวในเวลาต่อมา

วงคาราบาวเปิดตัวผลงานสตูดิโออัลบั้มชุดแรกอย่างเป็นทางการในชื่อ “ขี้เมา” ขึ้นมาไม่นานหลังจากนั้น และแม้ว่าอัลบั้มชุดแรกนี้จะไม่ประสบความสำเร็จเชิงพาณิชย์มากนัก จนวงต้องตระเวนแสดงสดตามโรงภาพยนตร์ชั้นสองทั่วประเทศเพื่อแนะนำผลงาน


แต่คาราบาวยังคงผลิตผลงานออกมาอย่างต่อเนื่องผ่านอัลบั้ม “แป๊ะขายขวด” ในปี พ.ศ. 2525 จนกระทั่งถึงอัลบั้มชุดที่ 3 คือ “วณิพก” ในปี พ.ศ. 2526 ซึ่งวงได้ริเริ่มทดลองปรับเปลี่ยนแนวดนตรีครั้งสำคัญ ด้วยการนำจังหวะดนตรีร็อกตะวันตกมาประสานเข้ากับจังหวะรำวงและสามช่าพื้นบ้านของไทย ก่อให้เกิดโครงสร้างทางดนตรีแนวใหม่ที่สามารถสื่อสารกับชนชั้นแรงงานและผู้ฟังกระแสหลักได้อย่างกว้างขวาง

แนวดนตรีนี้พัฒนาต่อยอดมาสู่อัลบั้ม “ท.ทหารอดทน” ในปี พ.ศ. 2526 และก็ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนทางประวัติศาสตร์ ที่สร้างสถิติสูงสุดแก่อุตสาหกรรมเพลงไทย เมื่อคาราบาวปล่อยสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 5 ในชื่อ “เมด อิน ไทยแลนด์” (Made in Thailand) ผลงานชุดนี้ทำยอดขายเทปคาสเซ็ทได้สูงกว่า 5 ล้านตลับ กลายเป็นยอดขายที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์เพลงไทยที่ยังไม่เคยมีผลงานใดทำลายสถิติได้

ความสำเร็จของ เมด อิน ไทยแลนด์ ได้ผลักดันให้บทเพลงเพื่อชีวิตก้าวพ้นขอบเขตในผู้ฟังเฉพาะกลุ่มให้เข้าสู่พื้นที่วัฒนธรรมประชานิยมระดับชาติ และเปิดโอกาสให้วงคาราบาวได้เดินทางไปแสดงคอนเสิร์ตในระดับนานาชาติ ทั้งในทวีปยุโรป สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น

ผู้สะท้อนมิติของสังคม

นับแต่นั้นเป็นต้นมา ชื่อของ แอ๊ด คาราบาว ก็ได้กลายเป็นชื่อคุ้นหู ที่ไม่ว่าจะลูกเด็กเล็กแดง หรือผู้ใหญ่ไปจนถึงคนชราต้องรู้จัก ที่ตลอดกว่า 40 ปี เขาคนนี้ทำหน้าที่เป็นทั้งหัวหน้าวง นักร้องนำ มือกีตาร์ และนักประพันธ์คำร้อง-ทำนองหลัก โดยมีผลงานเพลงทั้งในนามวงคาราบาวและผลงานเดี่ยวรวมกันไม่ต่ำกว่า 900 เพลง

แอ๊ด คาราบาว จัดเป็นหนึ่งในศิลปินที่มีผลงานประพันธ์มากที่สุดในเอเชีย คุณลักษณะเด่นในการประพันธ์เพลงคือการทำหน้าที่เป็นบันทึกทางประวัติศาสตร์ และเป็นกระจกสะท้อนโครงสร้างสังคมไทยในแต่ละยุคสมัย

เนื้อหาในบทเพลงของยืนยงครอบคลุมประเด็นทางสังคมอย่างรอบด้าน ตั้งแต่การตีแผ่ชีวิตของกลุ่มคนชายขอบและแรงงานพลัดถิ่น อย่าง เพลงวณิพก คนเก็บฟืน นางงามตู้กระจก บัวลอย และสัญญาหน้าฝน ซึ่งฉายภาพความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและความบอบช้ำทางจิตใจของสามัญชน

ควบคู่ไปกับบทบาทนักวิพากษ์การเมืองที่ตอบสนองต่อวิกฤตการณ์อย่างฉับพลันในทุกครั้ง อาทิ เพลงม้าโนกที่ประพันธ์ขึ้นจากเหตุการณ์กบฏ 9 กันยายน พ.ศ. 2528 เพลงโนพลอมแพลม ที่วิพากษ์นโยบายเชิงพาณิชย์ของรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ตลอดจนบทเพลงที่ประพันธ์ขึ้นสะท้อนเหตุการณ์สลายการชุมนุม พ.ศ. 2551 และการรัฐประหาร พ.ศ. 2557

ขอขอบคุณภาพจาก Facebook: Carabao Official
ขอขอบคุณภาพจาก Facebook: Carabao Official

นอกจากมิติการเมืองและชนชั้น แอ๊ด คาราบาว ยังประพันธ์บทเพลงที่เน้นการรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม การตระหนักรู้ในคุณค่าของความเป็นไทย รวมถึงบทเพลงเทิดพระเกียรติและสำนึกทางประวัติศาสตร์ และการผสมผสานฉันทลักษณ์ภาษาที่กระชับ ตรงไปตรงมา มีวรรณศิลป์ เข้ากับท่วงทำนองดนตรีร่วมสมัย ทำให้ผลงานของยืนยงเปลี่ยนสถานะของดนตรีเพื่อชีวิตจากการเป็นเพียงเพลงประท้วงการเมืองในมหาวิทยาลัย ให้กลายเป็นสื่อบันทึกประวัติศาสตร์สังคมไทยร่วมสมัยในวงกว้าง

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดในปี พ.ศ. 2569 จากผลงาน เนเน่ นายแน่มาก ที่แต่งออกมาเพื่อชื่นชมความสามารถของเนเน่ รอยัล ศิลปินวัยเพียง 16 ปี คนไทยที่สามารถไปคว้าแชมป์ America's Got Talent ได้สำเร็จนั้น กลับถูกหยิบมาวิจารณ์ทั้งด้านบวกและลบกันในโลกออนไลน์

สร้างอาณาจักร “คาราบาวแดง”

ด้วยชื่อเสียงและความนิยมที่สะสมมาอย่างยาวนาน ทำให้ชื่อ “คาราบาว” กลายเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ความสำเร็จของแอ๊ด คาราบาว จนนำมาสู่การเปลี่ยนชื่อเสียงเป็นทรัพย์สินผ่านการสร้างธุรกิจ โดยในช่วงปี พ.ศ. 2544-2545 แอ๊ด คาราบาว ได้จับมือกับ เสถียร เสถียรธรรมะ ผู้บริหารโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง และณัฐชไม ถนอมบูรณ์เจริญ จัดตั้ง บริษัท คาราบาวตะวันแดง จำกัดขึ้นมา

เป้าหมายหลักของการจัดตั้งกิจการคือการพัฒนาและจำหน่ายเครื่องดื่มบำรุงกำลังเพื่อเข้าชิงส่วนแบ่งการตลาดจากผู้ประกอบการรายเดิมอย่าง เอ็ม-150 ของกลุ่มโอสถสภา และกระทิงแดง โดยตราสินค้า “คาราบาวแดง” ถูกสร้างขึ้นจากการนำชื่อ คาราบาว มาผสานรวมเข้ากับโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง

แนวคิดทางการตลาดหลัก ๆ ของคาราบาวแดง คือการเชิดชูการต่อสู้ หรือ The Fighting Spirit ของคนชนชั้นกรรมาชีพ

ทั้งนี้ แอ๊ด คาราบาว ไม่ได้เป็นเพียงผู้ถือหุ้นและกรรมการบริษัทเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ประจำสินค้า ผูกโยงภาพลักษณ์ศิลปินเพื่อชีวิตเข้ากับตราสินค้าส่งผลให้เครื่องดื่มคาราบาวแดงเข้าถึงเครือข่ายผู้บริโภคระดับรากหญ้า เกษตรกร และผู้ใช้แรงงานได้อย่างรวดเร็ว จนสามารถก้าวขึ้นมาเป็นตราสินค้าอันดับสองในตลาดเครื่องดื่มชูกำลังของไทยได้

และเพื่อขยายกิจการรองรับการเติบโตของธุรกิจ กลุ่มผู้ร่วมก่อตั้งได้ปรับโครงสร้างองค์กรโดยจัดตั้ง บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจในลักษณะบริษัทโฮลดิ้งขึ้นมา และเข้าถือหุ้นในบริษัทย่อยที่ดำเนินธุรกิจครบวงจร ตั้งแต่ผลิตขวดแก้วและกระป๋องอลูมิเนียม (บริษัท เอเซียแปซิฟิกกลาส จำกัด) ไปจนถึงการผลิตและบริหารช่องทางการจัดจำหน่าย (บริษัท ตะวันแดง ดีซีเอ็ม จำกัด) เก็บครบตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ

หลังจากนั้น คาราบาวกรุ๊ป ก็ได้นำหลักทรัพย์เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายใต้สัญลักษณ์การซื้อขาย CBG เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557 โดยเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ที่ราคาหุ้นละ 28.00 บาท

ตามโครงสร้างการถือหุ้นของบริษัท พบว่า ยืนยง โอภากุล เป็นผู้ถือหุ้นรายบุคคลอันดับที่ 3 จำนวน 70,480,000 หุ้น ซึ่งคิดเป็น 7.05% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว คิดเป็นมูลค่าทางบัญชีและมูลค่าตลาดรวมหลายพันล้านบาท ส่งผลให้ Forbes ยกเขาให้เป็นศิลปินนักดนตรีที่มีมูลค่าทรัพย์สินและความมั่งคั่งสูงที่สุดในประเทศไทย

การเติบโตของคาราบาวกรุ๊ปไม่ได้หยุดอยู่แค่ในประเทศไทย โดยบริษัทได้วางรากฐานการเติบโตเชิงรุกไปนอกประเทศ โดยเน้นการส่งออกไปยังกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม ซึ่งเครื่องดื่มคาราบาวแดงสามารถชิงส่วนแบ่งการตลาดในลำดับต้น ๆ ได้อย่างรวดเร็ว พร้อมกับขยายตลาดไปยังประเทศจีน ตะวันออกกลาง สหราชอาณาจักร และยุโรป

โรงงานผลิตและบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจรของกลุ่มบริษัทตั้งอยู่ที่อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา มีสายการผลิตกระป๋องความเร็วสูงและมีกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มรวมกว่า 2,000 ล้านหน่วยต่อปี เพื่อรองรับการจัดจำหน่ายในประเทศและส่งออกไปยังกว่า 40 ประเทศทั่วโลก

ขอขอบคุณภาพจาก Facebook: Add Bao
ขอขอบคุณภาพจาก Facebook: Add Bao

ในมิติการสร้างการรับรู้ต่อตราสินค้าระดับสากล บริษัทได้นำกลยุทธ์การตลาดผ่านกีฬามาเป็นแกนหลัก (คล้ายคลึงกับ Red Bull) โดยคาราบาวกรุ๊ปได้เข้าไปเป็นผู้สนับสนุนหลักบนชุดฝึกซ้อมของสโมสรฟุตบอลเชลซี และผู้สนับสนุนสโมสรฟุตบอลเรดดิง ในประเทศอังกฤษ

ยิ่งไปกว่านั้น กลุ่มคาราบาวได้เข้าเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของการแข่งขันฟุตบอลถ้วยลีกคัพของสมาคมฟุตบอลลีกอังกฤษ (English Football League หรือ EFL) มาตั้งแต่ปี 2017 จนการแข่งขันลีกนี้ได้หันมาใช้ชื่อทางการว่า “Carabao Cup” แล้ว

และเมื่อไม่นานมานี้ มีรายงานออกมาว่า คาราบาวกรุ๊ปและ EFL ได้ตกลงขยายสัญญาการเป็นผู้สนับสนุนหลักออกไปจนถึงปี พ.ศ. 2572 ทำให้คาราบาวกลายเป็นตราสินค้าที่สนับสนุนการแข่งขันถ้วยลีกคัพยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของการแข่งขันฟุตบอลรายการนี้

ซึ่งตอนนี้ แบรนด์คาราบาวไม่เพียงสร้างแต่การรับรู้ตราสินค้าไปสู่สายตาผู้รับชมการถ่ายทอดสดทั่วโลก แต่ยังเป็นสะพานเชื่อมต่อยอดในการจัดจำหน่ายเครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์เบียร์ของกลุ่มเข้าสู่ตลาดยุโรปอีกด้วย

จากเด็กหนุ่มชาวสุพรรณ ที่เข้าเมืองใหญ่ ปั้นตัวเองจนกลายเป็นศิลปินคนสำคัญของชาติ กลายมาเป็นหนึ่งในนักธุรกิจรายใหญ่ของประเทศ ที่สร้างอาณาจักรขึ้นมาจากชื่อเสียงและภาพจำของตัวเอง แอ๊ด คาราบาวในวันนี้คือหนึ่งในคนที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก ไม่ใช่แค่ในฐานะผู้รังสรรเสียงเพลงเพื่อสังคม แต่ยังเป็นผู้ประกอบหมื่นล้านที่พาแบรนด์ไประดับโลก


รวบรวมข้อมูลโดย Thairath Money

อ่านข่าวธุรกิจ กลยุทธ์การตลาด และสัมภาษณ์พิเศษ กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ “การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/business_marketing 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https:// www.facebook.com/ThairathMoney 



Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ