ย้อนตำนาน 46 ปี “สวนสยาม”เบื้องหลังเสียงหัวเราะ ผลขาดทุนและความภูมิใจของ “ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ”

Business

Business Strategy

Tag

ย้อนตำนาน 46 ปี “สวนสยาม”เบื้องหลังเสียงหัวเราะ ผลขาดทุนและความภูมิใจของ “ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ”

Date Time: 2 ต.ค. 2569 12:10 น.

Video

Mark Zuckerberg ดึงเซเลปทั่วโลกช่วยขายแว่น | BrandStory EP.62

“Summary“

ย้อนตำนาน “สวนสยาม” ทะเลกรุงเทพ ความทรงจำร่วมคนนับล้าน ข้ามเจเนอเรชัน เบื้องหลังเสียงหัวเราะ คือ ผลขาดทุนและความภูมิใจ ของชายที่ชื่อ “ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ” ยาวนาน 46 ปี

Latest


“ถึงแม้ว่าทำสวนสยามขาดทุนทุกปี แต่ผมมีความสุขทุกปี และผมก็ภูมิใจมาก”

คำพูดของ ดร.ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ ผู้ก่อตั้งสวนสยาม อาจฟังดูสวนทางกับหลักคิดของการทำธุรกิจ แต่กลับอธิบายความผูกพันที่เขามีต่อสถานที่แห่งนี้ได้ดีที่สุด หลังจากสวนสยามต้องจมอยู่ใต้น้ำ จากเหตุน้ำท่วมกรุงเทพฯ ครั้งใหญ่ล่าสุด 

ย้อนไปตลอด 46 ปี สวนสยามแห่งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงสวนน้ำและสวนสนุกแห่งความภูมิใจของครอบครัว ”เหลืองอมรเลิศ” หากยังเป็นพื้นที่ความทรงจำของผู้คนหลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็น สไลเดอร์สายรุ้ง ว่ายน้ำในทะเลเทียม หรือรอคิวขึ้นเครื่องเล่นอย่าง Vortex รถไฟเหาะตีลังกา, Boomerang รถไฟเหาะถอยหลัง และ Log Flume ล่องแก่งสุดเปียกปอน 


ส่วนใครชอบความหวาดเสียวก็มี Giant Drop หอคอยทิ้งดิ่งสูงตระหง่าน เครื่องเล่นเหล่านี้ทำให้สวนสยามเป็นมากกว่าสถานที่เที่ยว แต่เป็นฉากหนึ่งของวัยเด็กและวันหยุดที่หลายครอบครัวยังนึกถึง 

แต่วันนี้พื้นที่ที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะกลับจมอยู่ใต้น้ำ ขณะที่ผู้ก่อตั้งต้องเผชิญคำถามสำคัญว่า จะหาเงินทุนจากที่ใดมาฟื้นฟูธุรกิจ และจะประคองกิจการให้เดินต่อได้หรือไม่


จากผืนนาชานเมือง สู่ “ทะเลกรุงเทพฯ”

สวนสยามเปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2523 บนพื้นที่กว่า 300 ไร่ ในย่านคันนายาว ด้วยแนวคิดที่ต้องการให้คนกรุงเทพฯ ได้สัมผัสบรรยากาศชายหาดและเล่นน้ำ โดยไม่ต้องเดินทางไกลออกจากเมือง

ผู้ริเริ่มโครงการ ก็คือ ดร.ไชยวัฒน์ นักธุรกิจที่เริ่มต้นสู้ชีวิตจากครอบครัวยากจน ทำงานรับจ้างสารพัดในร้านก๋วยเตี๋ยว และเป็นกระเป๋ารถโดยสารประจำทางในวัยเพียง 16 ปี ก่อนสร้างตัวในธุรกิจเพาะพันธุ์ปลาและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 

ในอดีตต้องเรียกว่า แนวคิดสร้างสวนสนุกขนาดใหญ่ในช่วงเวลานั้น ไม่ง่าย เพราะกำลังซื้อของคนไทยยังไม่สูงนัก ทำให้หุ้นส่วนบางรายไม่เห็นด้วยและถอนตัวไป แต่เขาตัดสินใจเดินหน้าโครงการด้วยตัวเอง จนเกิดเป็น “สวนสยาม ทะเลกรุงเทพฯ” ที่คนไทยคุ้นชื่อ


ทะเลเทียมและเครื่องเล่นขนาดใหญ่ทำให้ “สวนสยาม” กลายเป็นจุดหมายยอดนิยมของครอบครัว โรงเรียน และกลุ่มเยาวชน ขณะที่ในปี 2552 ทะเลเทียมของสวนสยามได้รับการบันทึกสถิติจาก Guinness World Records ว่าเป็นทะเลเทียมที่ใหญ่ที่สุดในโลก นอกจากจะเป็นพื้นที่พักผ่อนแล้ว ที่นี่ยังเคยรองรับงานกิจกรรมและงานขนาดใหญ่หลายรูปแบบ งานสำคัญระดับประเทศหลายๆงาน ก็จัดแสดงที่นี่ 

ธุรกิจที่โตมากับความทรงจำ และต้นทุนที่ต้องแบก

ความทรงจำของผู้มาเยือนจำนวนมากทำให้สวนสยามเป็นธุรกิจที่มีฐานลูกค้าหลายรุ่น แต่ธุรกิจสวนสนุกขนาดใหญ่ มีค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง ทั้งการดูแลเครื่องเล่น ระบบน้ำ สาธารณูปโภค และพนักงาน ขณะที่รายได้ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้เข้าชมและฤดูกาลท่องเที่ยว

ข้อมูลปรากฎตามรายงานข่าว สวนสยาม เคขเปิดเผยว่า ในช่วงปกติ  สวนสยามมีผู้ใช้บริการราว 1.2 ล้านคนต่อปี และเคยมีรายได้ระดับ 300-400 ล้านบาทต่อปี แต่เมื่อเกิดโควิด-19 ในปี 2563 จำนวนผู้ใช้บริการลดลงเหลือประมาณ 300,000 คน รายได้ต่ำกว่า 200 ล้านบาท ขณะที่บริษัทยังมีต้นทุนคงที่และพนักงานที่ต้องดูแลอีกเป็นจำนวนมาก


ผู้ก่อตั้งเอง ก็ยอมรับว่าสวนสยามขาดทุนจากการดำเนินงานแทบทุกปี แต่ยังเลือกประคับประคองกิจการต่อ ขณะที่ความพยายามรักษาสวนสนุกแห่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในวิกฤตน้ำท่วมครั้งล่าสุดเท่านั้น หลังวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ก็พบว่า ครอบครัวเคยขายสินทรัพย์และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์บางส่วน เพื่อนำเงินมาชำระหนี้และพยุงสวนสยามไว้

สำหรับผู้ก่อตั้ง สวนสยามจึงมีความหมายมากกว่าผลประกอบการ เป็นกิจการที่สร้างขึ้นจากความตั้งใจของเขา และเป็นพื้นที่ซึ่งผู้คนจำนวนมากได้มาพักผ่อนและสร้างความทรงจำ

"ตัวผมเองผมไม่ห่วงนะ ผม 90 แล้วครับ แต่ผมห่วงคนที่อยู่ข้างหลัง... พนักงานมาร้องไห้กับผมมากมาย ทำให้ผมต้องร้องไห้ไปด้วย"

คำพูดสะเทือนใจ ของผู้ก่อตั้ง จากเหตุน้ำท่วมล่าสุด จากโจทย์ใหญ่เรื่องเงินทุนและการฟื้นกิจการ


ไม่เคยหยุด “ปรับตัว” 

ซึ่งหากใครเป็นแฟนคลับ “สวนสยาม” จะพบว่า ธุรกิจแห่งนี้ไม่เคยหยุดนิ่ง เพราะการรักษากิจการไว้ ไม่ได้หมายถึงการยึดติดกับรูปแบบเดิมทั้งหมด โดยในปี 2562 สวนสยามเคยรีแบรนด์เป็น “สยามอะเมซิ่งพาร์ค” พร้อมแบ่งพื้นที่ออกเป็นโซนตามกลุ่มผู้ใช้บริการ และพัฒนา Bangkok World บนพื้นที่ด้านหน้า เพื่อเพิ่มจุดหมายด้านอาหาร กิจกรรม และสินค้าชุมชน สำหรับผู้ที่ไม่ได้มาเพื่อเล่นเครื่องเล่นโดยเฉพาะ

ขณะในปี 2568 ที่ผ่านมา เปิดโซนใหม่ Ranger’s Pirate Lagoon สไลเดอร์ธีมโจรสลัด มีสไลเดอร์หลากหลายเอาใจเด็กๆ ตั้งอยู่กลางทะเล-กรุงเทพฯ

โดยสวนสยามพยายามขยายรูปแบบธุรกิจจากสวนสนุกและสวนน้ำ ไปสู่พื้นที่ท่องเที่ยวและจัดกิจกรรมที่มีบริการหลากหลายขึ้น อย่างไรก็ตาม การปรับตัวต้องใช้เงินลงทุนและเวลา ขณะที่ธุรกิจยังต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในการดูแลพื้นที่ขนาดใหญ่และรักษามาตรฐานความปลอดภัยของเครื่องเล่น เป็นต้นเหตุที่ทำให้ สวนสยามขาดทุนทุกปี ตามคำบอกเล่า


น้ำท่วมสวนสยามซ้ำช่วงทำเงิน

ปัจจุบันพื้นที่สวนสยาม ยังแช่น้ำ สร้างความเสียหายต่อเครื่องเล่นและระบบต่าง ๆ จนบริษัทต้องประกาศปิดให้บริการอย่างน้อย 6 เดือน เพื่อสำรวจและฟื้นฟูพื้นที่ ผู้บริหารระบุว่าครั้งนี้หนักกว่าน้ำท่วมปี 2554 ซึ่งตอนนั้นกระทบพื้นที่ราว 30% ขณะที่ครั้งนี้น้ำท่วมเกือบทั้งสวน

ช่วงเวลาที่เกิดเหตุยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ เพราะเดือนตุลาคมถึงธันวาคมเป็นช่วงที่มีผู้มาใช้บริการมาก ทั้งจากครอบครัวและนักเรียน การปิดกิจการจึงหมายถึงทั้งค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม และรายได้ที่หายไปในช่วงสำคัญของปี

ดร.ไชยวัฒน์ประเมินว่า ต้องหาเงินอย่างน้อย 500 ล้านบาทเพื่อฟื้นฟูสวนสยาม โดยระบุค่าซ่อมบูรณะราว 300 ล้านบาท และยังมีค่าแรงพนักงานกับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ต้องรับผิดชอบ ขณะเดียวกัน วงเงินประกันมีไม่มาก และเขายังไม่ทราบว่าจะได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐและสถาบันการเงินเท่าใด

สิ่งที่ทำให้เขากังวลไม่ใช่เพียงอนาคตของสวนสนุก แต่รวมถึงพนักงานรายวันและรายเดือนที่อาจขาดรายได้ในช่วงปิดบริการด้วย และแม้จะทุกข์หนัก แต่ก็ยังให้กำลังใจหลายๆคนที่เผชิญเหตุน้ำท่วม สิ้นเนื้อประดาตัวไม่ต่างกัน 

"รวยกับจนมันเท่ากัน วันนี้รวย พรุ่งนี้จน พรุ่งนี้จน มะรืนนี้รวย มันก็เป็นไปได้ มาตั้งต้นกันใหม่"


“ถ้าช่วยจริง สวนสยามอยู่ได้ตลอดไป”

วันนี้ภารกิจของครอบครัวผู้ก่อตั้ง ไม่ใช่แค่ซ่อมเครื่องเล่นให้กลับมาเปิดได้ แต่คือการหาเงินทุนมาฟื้นฟูธุรกิจ รักษาพนักงาน และทำให้กิจการกลับมามีรายได้อีกครั้ง 

คำพูดของ ดร.ไชยวัฒน์ ในการเปิดใจครั้งล่าสุด จึงเป็นทั้งความภูมิใจและคำถามถึงอนาคตของธุรกิจครอบครัวแห่งนี้ หลังระบุว่า สวนสยามเป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทย ได้สร้างอาณาจักรไว้ใหญ่พอสมควร เมื่อส่วนใหญ่เสียหาย ยังไม่รู้เลยว่าเราจะได้รับความช่วยเหลือจากรัฐเท่าไหร่ ธนาคารที่เราใช้อยู่เท่าไหร่ พอที่จะฟื้นฟูสวนสยามให้รื้อฟื้นขึ้นมาได้หรือไม่

“ถ้าจริง สวนสยามอยู่ได้ตลอดไปครับ แต่บอกว่าพูดแต่ปากว่า ‘ช่วย ๆ’ แล้วไม่ช่วย สวนสยามต้องขอลาตลอดกาล”

สุดท้ายแล้ว จากสวนสนุกที่ผู้ก่อตั้งเคยสร้างขึ้นเพื่อให้คนไทยเข้าถึงความสุข วันนี้การจะรักษาพื้นที่แห่งนี้ไว้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความผูกพันของครอบครัวเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่เงินทุนฟื้นฟู การสนับสนุนที่เกิดขึ้นจริง และความสามารถของธุรกิจในการกลับมายืนได้อีกครั้ง เพื่อไม่ให้ที่แห่งนี้เหลือเพียงตำนาน.

อ่านข่าวธุรกิจ กลยุทธ์การตลาด และสัมภาษณ์พิเศษ กับ ThairathMoney เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/business_marketing

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https:// www.facebook.com/ThairathMoney



Author

อุมาภรณ์ พิทักษ์

อุมาภรณ์ พิทักษ์
เศรษฐกิจ การเงิน ลงทุน และ อสังหาริมทรัพย์