เปิดเส้นทาง "แอ๊ม-Uppercuz" การตลาดการเตลิด! จากเด็กไอทีสู้ชีวิต สู่ขุนพลการตลาดร้อยล้าน

Business

Business Strategy

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

เปิดเส้นทาง "แอ๊ม-Uppercuz" การตลาดการเตลิด! จากเด็กไอทีสู้ชีวิต สู่ขุนพลการตลาดร้อยล้าน

Date Time: 26 ก.ย. 2569 04:05 น.

Video

ใครๆ ก็อยากเข้า EVEANDBOY ร้านเครื่องสำอาง 5,000 ล้าน ที่กำลัง IPO | BrandStory EP.61

“Summary“

หากพูดถึงแวดวงการตลาด ดิจิทัลเอเจนซี และครีเอเตอร์ยุคนี้ น้อยคนที่จะไม่รู้จัก “แอ๊ม-ศรัณย์ แบ่งกุศลจิต” นักการตลาดรุ่นใหม่ เจ้าของบริษัทดิจิทัลเอเจนซี ที่ปรึกษาการสร้าง Branding เจ้าของคลาสสอนการตลาดดิจิทัล มาร์เกตติ้ง นักเขียน วิทยากร และผู้ร่วมขับเคลื่อนวงการคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย


หากพูดถึงแวดวงการตลาด ดิจิทัลเอเจนซี และครีเอเตอร์ยุคนี้ น้อยคนที่จะไม่รู้จัก “แอ๊ม-ศรัณย์ แบ่งกุศลจิต” นักการตลาดรุ่นใหม่ เจ้าของบริษัทดิจิทัลเอเจนซี ที่ปรึกษาการสร้าง Branding เจ้าของคลาสสอนการตลาดดิจิทัล มาร์เกตติ้ง นักเขียน วิทยากร และผู้ร่วมขับเคลื่อนวงการคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย

“คุณแอ๊ม” เกิดและเติบโตในครอบครัวข้าราชการที่โคราช ชีวิตวัยเด็กต้องอาศัยอยู่ในบ้านพักข้าราชการ ที่ไม่ได้มีความสุขสบายมากนัก แต่ความลำบากในวัยเด็กเป็นแรงขับที่ทำให้เขาอยากมีเงิน อยากมีชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งจะมีเงินได้ก็ต้องสร้างเอง ปีนเก็บมะม่วงมาขาย เห็นอะไรทำเงินได้ทำหมด!! ดังนั้น เมื่อได้เข้าศึกษาในคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร เขาจึงรวมตัวกับเพื่อนทำงานฟรีแลนซ์ รับออกแบบโลโก้ สร้างเว็บไซต์ ให้บริษัทห้างร้านต่างๆ ตั้งแต่อยู่ปี 2 จนเมื่อเรียนจบ ปี 55-56 จึงได้ร่วมกับเพื่อนรวม 4 คน เปิดบริษัท Uppercuz Creative เช่าทาวน์โฮมเป็นออฟฟิศและที่นอน ช่วงแรกจ่ายเงินเดือนตัวเองเพียงเดือนละ 6,500-7,500 บาท แม้จะรับบทเป็นซีอีโอ ก่อนค่อยๆขยับขึ้นเป็น 15,000-17,000 บาท เมื่อธุรกิจเริ่มเข้าที่

การเรียนด้านไอทีถือเป็นต้นทุนหรือ “อาวุธ” สำคัญที่ทำให้ “คุณแอ๊ม” และเพื่อน เรียนรู้การใช้เทคโนโลยีในช่องทางการขายสินค้าออนไลน์ได้เร็วกว่าคนอื่น โดยเฉพาะในยุคที่ Facebook เริ่มเข้ามามีบทบาทในการซื้อขายออนไลน์หรืออีคอมเมิร์ซมากขึ้น เพราะโลกการตลาดยุคใหม่ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยโฆษณาเพียงอย่างเดียว แต่มันขับเคลื่อนด้วยแพลตฟอร์ม อัลกอริทึม เทคโนโลยี และพฤติกรรมผู้บริโภค คนที่เข้าใจระบบจึงมีโอกาสมากกว่าและเร็วกว่า!!

จากบริษัทรับทำโลโก้ทำเว็บไซต์ จึงได้ต่อยอดมาสู่การทำคอนเทนต์ ยิงแอด บริหารเพจ จัดอีเวนต์ พัฒนาแอปพลิเคชัน ตลอดจนถึงการสร้างแบรนด์ให้ลูกค้า เป็น Full Service Agency ที่มีลูกค้ามาใช้บริการจำนวนมาก ในขณะเดียวกันเขาก็มองหาช่องทางทำเงินใหม่ๆ กระทั่งเห็นโอกาสธุรกิจขายวอลเปเปอร์ หน้าจอมือถือ 

“สายมู” ในชื่อ “Horowall” ซึ่งสร้างรายได้ให้อย่างมหาศาล “คุณแอ๊ม” เล่าว่า เป็นธุรกิจที่เกิดจากความเร็ว “วันจันทร์คิดไอเดีย โทร.ปรึกษาทีม วันอังคารร่าง Prototype วันพุธเริ่มทำ ใช้เวลาเพียง 2 สัปดาห์ พัฒนา App และเปิดขายทันที สร้างปรากฏการณ์ยอดขายวันแรกทะลุ 1 ล้านบาท และกวาดยอดขายรวมมากกว่า 1 ล้านรูป ในราคารูปละ 200-259 บาท ถือเป็นรายแรกๆที่เข้าสู่ธุรกิจนี้”

สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่แค่ขายดี แต่คือวิธีคิดเรื่อง “จังหวะตลาด” เขามองว่าธุรกิจนี้มีช่วงเวลาทองที่สั้นมาก “มาไว-ไปไว” เมื่อเห็นโอกาสจึงลงมือทันที-ทำให้เร็วที่สุดก่อนคนอื่นจะตามทัน!! ที่สำคัญเมื่อสร้างตลาดได้แล้ว ก็ “ต้องเล่นให้สุด” อัดงบการตลาดกว่า 80-90 ล้านบาททั้งสปอนเซอร์รายการทีวีดัง และโฆษณาใน YouTube กว่า 30 รายการ ซื้อบิลบอร์ดทั่วประเทศ เพื่อสร้างกระแสและยอดขายให้เร็วและมากที่สุด

ขณะที่ธุรกิจกำลังทะยานขึ้นสูงสุด “คุณแอ๊ม” ที่ขณะนั้นในวัย 27 ปี เล่าว่า สามารถสร้างรายได้ทะลุ 100 ล้านบาทต่อปีติดต่อกัน 3 ปี 

มีพนักงานมากถึง 140 คน แต่ทว่าเมื่อเกิดวิกฤติโควิด-19 ในปี 63 งานบริการและอีเวนต์หยุดชะงักรายได้สะดุด เขาต้องตัดสินใจเลย์ออฟพนักงานเพื่ออยู่รอด เหตุการณ์ครั้งนั้นส่งผลให้เขาเกิดภาวะซึมเศร้าจนต้องเข้ารักษาตัว!!

หลังผ่านมรสุมโควิด-19 เขาและเพื่อนกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง โดยครั้งนี้ “คุณแอ๊ม” ได้ปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ทั้งหมด มีพนักงานเหลือ 60 คน นำเทคโนโลยี AI มาช่วยการทำงาน ในส่วนที่ AI ทำแทนได้ ซึ่งช่วยลดต้นทุนได้อย่างมากและยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของงานให้ดีขึ้นไปได้อีก

นอกจากนี้ “คุณแอ๊ม” ซึ่งค้นพบตัวเองว่า เป็นคนชอบสอนและสามารถพูดหรืออธิบายเรื่องยากๆให้เข้าใจง่าย จึงรวบรวมประสบการณ์มาเปิดสอนคลาสการตลาดให้ผู้ประกอบการ เจ้าของแบรนด์สินค้าต่างๆ รวมทั้งผู้ที่ต้องการหารายได้จากการขายออนไลน์ ขณะเดียวกันยังเปิดช่อง เพื่อให้ความรู้ด้านการตลาดออนไลน์ใน TIKTOK และ YOUTUBE ในชื่อ “การตลาดการเตลิด” ถือเป็นคอนเทนต์ ครีเอเตอร์ ที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก จนได้รับเชิญไปเป็นอาจารย์พิเศษสอนการตลาดสมัยใหม่ ให้นักศึกษาในมหาวิทยาลัยรวมทั้งเป็นวิทยากรให้ความรู้ในงานสัมมนาต่างๆ และเขียนหนังสือด้านการตลาดออกมาแล้ว 3 เล่ม มียอดขายกว่า 50,000 เล่ม!!

“คุณแอ๊ม” วันนี้ในวัย 34 ปี แบ่งธุรกิจเป็น 5 ก้อนหลัก คือ Uppercuz Creative เอเจนซีทำการตลาดและแบรนดิ้ง, งาน Brand Consultant เป็นที่ปรึกษาให้แบรนด์ต่างๆ เช่น แบรนด์ เสื้อผ้า Shewa ที่ช่วยดันยอดขายจาก 100 ล้านสู่ 300-400 ล้านบาท รวมถึงแบรนด์เครื่องสำอาง Kage, เขียนหนังสือและงานสอน (Upper Clazz) เปิดสอนการตลาดทั้งออนไลน์ ออฟไลน์

“คุณแอ๊ม” ยังมีก้อนธุรกิจที่ใช้ “ความรักและความสุขนำทาง” คือเปิดร้านดอกไม้เพราะชอบดอกไม้สวยๆ ขณะที่ยังชอบบรรยากาศสังสรรค์ในหมู่เพื่อน จึงตัดสินใจเปิดผับที่โคราช นอกจากนี้ด้วยความที่เป็นคนชอบดูหนัง ก็เปิดเพจเกี่ยวกับหนังชื่อ “โกดังหนัง” ซึ่งมีผู้ติดตามหลักล้าน ถือเป็นหนึ่งในคนทำเพจยุคแรกๆ และบทบาทล่าสุดที่เขาภูมิใจนำเสนอคือ การรับตำแหน่งเลขาธิการสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย หรือ Thai Content Creator Association เพราะต้องการช่วยขับเคลื่อนวงการ Content Creator ไทย

เมื่อถามถึงคีย์สำคัญที่เปิดทางให้มาถึงวันนี้เขาบอกว่า เพราะเขาเป็นนักปฏิบัติ เมื่อคิดหรือมีไอเดียในการทำงานหรือกิจใดๆ คิดแล้วเขาจะลงมือทำมันทันที เพื่อให้เห็นผล ถ้าล้มเหลวหรือไม่สำเร็จก็ไม่เป็นไร ถือเป็นประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้จากการลงมือทำและจะไม่ให้ผิดซ้ำเดิมอีก

แต่เมื่อถามถึงเป้าหมายความสำเร็จของธุรกิจคำตอบของ “คุณแอ๊ม” กลับไม่ใช่การมีบริษัทใหญ่พันล้าน ไม่ได้วัดที่ตัวเลขหรือการร่ำรวยเพียงลำพังอีกต่อไป แต่คือการสามารถพาแบรนด์ของลูกค้าประสบความสำเร็จ เติบโตมากกว่า 30–40% การได้เห็นผู้เรียนนำความรู้ไปสร้างธุรกิจให้สำเร็จ เขายังต้องการใช้ความรู้ช่วย SME ได้รับการพัฒนาให้แข็งแกร่งสู่ระดับสากลได้

ขณะที่เป้าหมายชีวิตส่วนตัวกลับเรียบง่ายกว่านั้นมาก เมื่ออายุ 40-45 ปี เขาอยากมีบ้านที่เขาใหญ่ มีห้องเทรนนิ่งเล็กๆ ไว้สอนผู้ประกอบการกลุ่มละ 6-10 คน มาอยู่ร่วมกัน 4-5 วัน ทำอาหารพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้ จิบเบียร์เย็นๆ ใช้ชีวิตแบบสุขนิยมอย่างมีคุณค่า!! นี่คือบทสรุปของเด็กที่เคยอยากรวยมีเงินเยอะๆเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น แต่วันนี้ความหมายของ “เงิน” เปลี่ยนไป จากเป้าหมายกลายเป็นผลลัพธ์ของการสร้างคุณค่าให้กับคนอื่นและตนเอง.

เลดี้แจน

คลิกอ่านคอลัมน์ "Business On My Way" เพิ่มเติม



Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ