คืนชีพ "ผ้าเหงา" ในโกดังเพราะอยากสร้างความเปลี่ยนแปลง "อมรพล-ธมลวรรณ" แห่ง "moreloop"

Business

Business Strategy

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

คืนชีพ "ผ้าเหงา" ในโกดังเพราะอยากสร้างความเปลี่ยนแปลง "อมรพล-ธมลวรรณ" แห่ง "moreloop"

Date Time: 5 ก.ย. 2569 04:10 น.

Video

สุดยอดเกมการเงิน Nvidia - Nebius เมื่อ “ชิป” กลายเป็นหลักประกันเงินกู้ | Digital Frontiers EP.75

Summary

จุดเริ่มต้นของ “moreloop” คือการบรรจบกันของ Pain และ Passion ของ “คนรู้จัก” 2 คน ที่ผลลัพธ์ของมัน นำไปสู่การริเริ่มนำ “ผ้าเหงา” สต๊อกเหลือทิ้ง (Dead Stock) กลับมาใช้ใหม่ บุกเบิกแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) แบบคนมาก่อนกาล

Latest


จุดเริ่มต้นของ “moreloop” คือการบรรจบกันของ Pain และ Passion ของ “คนรู้จัก” 2 คน ที่ผลลัพธ์ของมัน นำไปสู่การริเริ่มนำ “ผ้าเหงา” สต๊อกเหลือทิ้ง (Dead Stock) กลับมาใช้ใหม่ บุกเบิกแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) แบบคนมาก่อนกาล

ธุรกิจเล็กๆที่เริ่มต้นด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท แต่อัดแน่นด้วยประสบการณ์ที่ผ่านทั้งกระบวนการคิด วิเคราะห์ และการลงมือปฏิบัติ นำพาให้ อมรพล หุวะนันท์ อดีตนักการเงิน และ ธมลวรรณ วิโรจน์ชัยยันต์ ทายาทโรงงานสิ่งทอ บัณฑิตวิศวกรรมไฟฟ้า ขึ้นเวทีรับรางวัลทั้งในและต่างประเทศมานักต่อนัก

แต่แม้จะเป็น 1 ในผู้นำเทรนด์ มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก “moreloop” ยังติดอยู่ในกับดัก “เอสเอ็มอี” ที่ค้าขายกับผู้ประกอบการรายใหญ่ เครดิตเทอมในการชำระเงินยาว มาร์จิ้นน้อย กระสุน (เงินสด) มีจำกัด

คุณพล-อมรพล เล่าว่า “สิ่งนี้ทำให้เราไม่เคยมีการลงทุนครั้งใหญ่ เปรียบง่ายๆ เหมือนเราทำแค่อาหารตามสั่ง กำไรบางเฉียบ มันไม่มีสูตรสำเร็จเหมือนตอนเริ่มต้นที่เราเคยทำได้ ตอนนี้การเป็น “อุดมการณ์” ที่สวมใส่ได้มันไม่พอแล้ว เราต้องทำให้ “อุดมการณ์” ถูกพูดต่อ อวดได้ นอกจาก “กรีน” แล้ว ต้อง “ว้าว” ด้วย”

เพื่อให้หลุดพ้นวงจรกำไรไม่โต รายได้ไม่เพิ่ม คุณพล-อมรพล และคุณแอ๋ม-ธมลวรรณ กำลังมองหาโอกาสในการขยับจากธุรกิจต้นน้ำสู่ธุรกิจปลายน้ำ ทำงานกับแบรนด์แฟชั่นเสื้อผ้า ซึ่งมีอิทธิพลและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้มากมายต่อธุรกิจสิ่งทอที่อยู่ต้นน้ำของอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม

กว่าจะถึงช่วงเวลานั้น ย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้น คุณพลและคุณแอ๋มรู้จักกันผ่านเพื่อน คุณพลเรียนจบการเงิน โลดแล่นอยู่ในแวดวงธนาคาร จนไม่อยากฝืนทำต่อ “ตอนนั้นอยู่ในช่วงเสาะแสวงหา อยากสร้างความเปลี่ยนแปลง อยากหาความท้าทายอื่น จนได้เริ่มต้นทำสตาร์ตอัพชื่อ “Freshket” เข้าโครงการปั้นสตาร์ตอัพของดีแทคสมัยนั้น แต่สุดท้ายก็เดินจากมา”

จากนั้นคุณพลไม่เคยกลับไปเป็นมนุษย์เงินเดือนอีกเลย เบนเข็มสู่แวดวง “นักสร้างการเปลี่ยนแปลง” ไปเป็นจิตอาสาทำโครงการ TEDXBangkok หาแรงบันดาลใจจนตกผลึกว่าอยากทำเรื่องสิ่งแวดล้อม คุณพลจึงพาตัวเองไปคลุกอยู่กับการจัดการขยะ ซึ่งพบว่าเป็นเรื่องยากหากจะทำเป็นธุรกิจ ไม่มีการกำกับดูแลที่ดีพอและเจ้าที่เยอะ

จนวันหนึ่งคุณแอ๋ม ซึ่งเป็นลูกสาวโรงงานผลิตเสื้อผ้าส่งออก ทักเฟซบุ๊กหาคุณพล หวังปรึกษาเรื่องการจัดการกับสต๊อกผ้าส่วนเกิน (Dead Stock) ที่ไม่ถูกใช้ให้เกิดประโยชน์ เพราะเห็นคุณพลเป็นผู้เชี่ยวชาญ “สิ่งที่เห็นจนชินตาคือ “ผ้าส่วนเกิน” ในโกดัง โรงงานต้องสั่งผ้าเผื่อเหลือเผื่อขาดเฉลี่ย 3-5% แอ๋มอยากแก้ปัญหาตรงนี้ เพราะวัตถุดิบที่ถูกทิ้งขว้างนับเป็นต้นทุนทั้งหมด ผ้าที่เรามีเป็นผ้าคุณภาพดี เกรดส่งออก จึงไม่ควรปล่อยทิ้งไว้”

คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าผ้าส่วนเกินคือผ้าเก่าหรือเศษผ้า แต่ในความเป็นจริง มันคือผ้าผืนใหม่ที่ยังเป็นม้วน ไม่ถูกนำไปใช้ กองทิ้งไว้ในโกดัง เราเรียกชื่อให้น่ารักว่า “ผ้าเหงา” 

เพราะเป็นมนุษย์ตัวเลข ตอนคุณแอ๋มโทร.ปรึกษา คุณพลยังไม่รับเรื่องเสียทีเดียว แต่ขอลงพื้นที่จริงก่อน พบว่าทุกโรงงานเผชิญปัญหานี้ บางแห่งต้องเช่าโกดังเพิ่มเพื่อเก็บผ้าเหงาเฉพาะ ทางออกเดียวคือขายเหมาแบบชั่งกิโลกรัมทิ้งในราคาถูกมาก ลดทอนคุณค่าของผ้าอย่างน่าเสียดาย

มองเห็นความเป็นไปได้ คุณพลปิ๊งไอเดียเอาข้อมูลผ้าเหล่านี้มาอยู่ในโลกออนไลน์ ให้คนเข้าถึงข้อมูลและวัตถุดิบคุณภาพสูงเกรดส่งออก สร้างกลไกหมุนเวียนทรัพยากร เลือกใช้คำว่า Circular Economy หรือเศรษฐกิจหมุนเวียน เป็นจุดขายหลักแบบมาก่อนกาล กลายเป็นพอคนสืบค้นคำนี้ สิ่งแรกๆที่จะเจอคือ moreloop ช่วยให้เข้าถึงลูกค้าได้แบบก้าวกระโดด

จดทะเบียนก่อตั้งบริษัทเมื่อปี 2561 moreloop ซึ่งหมายถึงการวนซ้ำ ทำรายได้ปีแรกที่ 5 ล้านบาท เป็นตัวเลขที่น่าพอใจ เพราะได้กระแสความสนใจในเศรษฐกิจหมุนเวียนของธุรกิจขนาดใหญ่ ออเดอร์แรกๆเป็นการผลิตเสื้อยืดให้ SCG จำนวน 1,500 ตัว ความท้าทายคือผ้าไม่พอ ตัดเสื้อตัวเดียว แขนต้องใช้อีกสีเพราะผ้าไม่พอ แต่เพราะลูกค้าอยากได้ผ้าเหงาจากสต๊อก จึงอนุมัติตามข้อเสนอทั้งหมด

นอกจากไปเตะตาลูกค้าที่กำลังคลั่งไคล้คำว่า Circular Economy แล้ว คุณพลและคุณแอ๋มยังเดินสายหาทุนสนับสนุนบริษัทอย่างต่อเนื่อง ครั้งหนึ่งเป็นโครงการของบริษัทบ้านปู ซึ่งช่วยแชร์ไอเดียว่าจะต้องมีการวัดผลที่เป็นรูปธรรม นำไปสู่การเก็บตัวเลขการลดการปล่อยคาร์บอน (Carbon Footprint) ของสินค้าทุกชิ้นอย่างจริงจังมาตั้งแต่ปีแรก ติดเป็นป้ายแท็ก (Hangtag) ให้กับสินค้าทุกชิ้นเพื่อสื่อสารให้ลูกค้ารับรู้

หลังได้ออเดอร์ SCG สปอตไลต์ทุกดวงก็ส่องมาที่ moreloop ชื่นใจได้แค่ปีเดียว โควิดแพร่ระบาด ออเดอร์จากบริษัทใหญ่ๆลดฮวบ คุณพลและคุณแอ๋มต้องพลิกสถานการณ์ โชคดีมีผ้าคุณภาพดีที่นำไปพัฒนาเป็นชุด PPE เกรดการแพทย์ซักเพื่อใช้ซ้ำได้ ดีไซน์ให้มีตะเข็บน้อยที่สุดเพื่อป้องกันเชื้อโรคหลุดรอด จาก PPE ขยับเป็นหน้ากากอนามัย กลายเป็นลูกค้าองค์กรหันมาซื้อ แพร่หลายไปถึงสถานทูตยุโรปในไทย ห้าง Takashimaya ของญี่ปุ่น ทำให้ปิดยอดขายปีโควิดได้ที่ 8 ล้านบาทแบบไม่นึกไม่ฝัน

โลดแล่นอยู่ในแวดวงธุรกิจมาครบ 9 ปี ล่าสุดปี 2568 moreloop ปิดรายได้ที่ 14 ล้านบาท คุณพลพูดเสียงอ่อยว่า ต้องเติบโตให้ได้มากกว่านี้ มีเป้าหมายอยู่ที่ 50 ล้านบาท แม้รายได้จะยังไม่มากนัก แต่ในแง่รางวัล moreloop กวาดมาหลายรางวัล 

ตั้งแต่รางวัลชนะเลิศด้านการจัดการคาร์บอน SEED Award 2021 จัดโดย UNEP UNDP และ IUCN, รางวัลชนะเลิศ เวที Start-up Express 2023 ที่ฮ่องกง และผู้ชนะเวทีประกวดสตาร์ตอัพ The Beautiful Foundation 2023 ที่เกาหลีใต้

บรรลุเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 1 ล้านกิโลกรัมคาร์บอน ในปี 2567 ปัจจุบันกำลังก้าวข้ามล้านที่ 2 โดยลดคาร์บอนไปแล้ว 1.9 ล้านกิโลกรัม จากจุดเริ่มต้นที่มีพาร์ตเนอร์โรงงาน 5 แห่ง วันนี้ moreloop มีเครือข่ายโรงงานฝากสต๊อกผ้ากว่า 100 แห่ง ช่วยหมุนเวียนผ้าเหงาในโกดังกลับคืนสู่ระบบเศรษฐกิจไปแล้วกว่า 400,000 หลา ผลิตสินค้ายั่งยืน 500,000 ชิ้น.

มาดามเจด้า

คลิกอ่านคอลัมน์ "Business On My Way" เพิ่มเติม



Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ