ถอดสูตร "เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย" ผู้คุมอาณาจักร Multi-Asset Class สมบูรณ์แบบที่สุดในไทย

Business

Business Strategy

Content Partnership

Content Partnership

Tag

ถอดสูตร "เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย" ผู้คุมอาณาจักร Multi-Asset Class สมบูรณ์แบบที่สุดในไทย

Date Time: 2 ก.ค. 2569 09:23 น.
Content Partnership

Summary

เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ชูแกร่ง Multi-Asset ครบวงจร ทั้งบ้าน-ทาวน์โฮม คอนโดมิเนียม โรงงาน-คลังสินค้า นิคมอุตสาหกรรม รวมถึงอาคารสำนักงาน และรีเทล พร้อมผสานเครือข่ายระดับสากล ดันพอร์ตเติบโตมั่นคง

ในขบวนพาเหรดของอสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2569 เรากำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่ง นั่นคือภาพรวมตลาดอสังหาฯ ไม่ได้วัดกันที่จำนวนยูนิตหรือโครงการที่เปิดใหม่อีกต่อไป แต่คือการบริหารจัดการภายใต้สภาวะเศรษฐกิจที่เปราะบางและปัจจัยต่าง ๆ ที่กดดันการทำธุรกิจ 

ความท้าทายนี้ชัดเจนขึ้นหลังจากช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เราได้เห็นภาพของดีเวลลอปเปอร์หรือผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทยจำนวนมาก พยายามปรับตัวและหันมากระจายความเสี่ยงของพอร์ตโฟลิโอ ผู้เล่นหลายรายเริ่มกระโดดลงมาจับธุรกิจโรงงานและคลังสินค้าให้เช่า ตลอดจนอาคารสำนักงาน เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

แต่ท่ามกลางสมรภูมิที่ทุกคนเพิ่งเริ่มขยับตัวขยายพอร์ต มีผู้เล่นรายหนึ่งที่โดดเด่นและสร้างความแตกต่างจากตลาดอย่างสิ้นเชิงด้วยกลยุทธ์ “Multi-Asset Platform” หรือ การเป็นอาณาจักรอสังหาริมทรัพย์ที่ครบวงจรที่สุด นั่นคือ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) 

จาก ‘ไทคอน-โกลเด้นแลนด์’ สู่ยักษ์ใหญ่ระดับสากล

หากย้อนมองดูเส้นทางและดีเอ็นเอของ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย จะพบว่า ความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำโมเดล Multi-Asset Class Portfolio เป็นรายแรกของไทยนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นจากการปรับตัวตามกระแสในระยะสั้น แต่เป็นรากฐานที่ถูกบ่มเพาะผ่านประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของยักษ์ใหญ่สองรายในอดีต 

ย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2533 จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นจากการจัดตั้ง บริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TICON ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกและเจ้าตลาดด้านการพัฒนาโรงงานอุตสาหกรรมและคลังสินค้าให้เช่า ก่อนจะเกิดจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในปี 2562 เมื่อกลุ่มบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ลิมิเต็ด จากประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับสากลที่มีความน่าเชื่อถือสูง ได้เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่และเปลี่ยนชื่อสู่การเป็น “เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย” ในเวลาต่อมา

กระทั่งกลยุทธ์ครบวงจรนี้เด่นชัดขึ้นแบบก้าวกระโดดในปีเดียวกัน เมื่อบริษัทได้เข้าซื้อกิจการของ บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GOLD ที่รู้จักกันดีในนาม โกลเด้นแลนด์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แนวราบและพาณิชยกรรมชั้นนำ 

การผนึกกำลังครั้งนั้นเปรียบเสมือนการรวมจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ทำให้ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย กลายเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรรายแรกของประเทศ ที่มีธุรกิจครอบคลุมทั้งกลุ่มที่อยู่อาศัย กลุ่มอุตสาหกรรม และกลุ่มพาณิชยกรรม โดยแต่ละกลุ่มธุรกิจมีขนาดพอร์ตโฟลิโอที่ใหญ่และแข็งแกร่งมาตั้งแต่ปี 2562 แตกต่างจากผู้เล่นรายอื่นในตลาดที่เพิ่งเริ่มกระจายพอร์ตโฟลิโอเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้เอง

แชมป์พอร์ตโรงงานและคลังสินค้าให้เช่า 3.8 ล้าน ตร.ม.

เมื่อเจาะลึกเข้าไปในโครงสร้างอาณาจักรของ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย จะเห็นการร้อยเรียงธุรกิจที่สอดรับกันอย่างเป็นระบบ โดยมีฟันเฟืองหลักที่เป็นตัวขับเคลื่อนสร้างรายได้ประจำอย่างแข็งแกร่ง นั่นคือ ธุรกิจกลุ่มอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ ซึ่งปัจจุบันบริษัทเป็นผู้นำตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยการบริหารจัดการพื้นที่โรงงานและคลังสินค้าให้เช่าหลากหลายรูปแบบทั้ง Ready Built, Built-to-Suit และ Built-to-Function รวมแล้วกว่า 3.8 ล้านตารางเมตรในไทย อินโดนีเซีย และเวียดนาม

และด้วยการอยู่ภายใต้เครือข่ายระดับโลกของบริษัทแม่ที่สิงคโปร์ ทำให้บริษัทมีสถานะเป็น Regional Player ที่สามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ ประสบการณ์ และส่งต่อฐานลูกค้าระหว่างประเทศในภูมิภาคต่าง ๆ ทั้งออสเตรเลีย จีน และยุโรป ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบที่คู่แข่งรายอื่นยากจะลอกเลียนแบบ

ความเชี่ยวชาญในภาคอุตสาหกรรมยังถูกต่อยอดไปสู่ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม ผ่านการจับมือกับพันธมิตรชั้นนำร่วมกันพัฒนาโครงการ “อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์” (ARAYA-The Eastern Gateway) ซึ่งถือเป็นระบบนิเวศเมืองอุตสาหกรรมและนวัตกรรมครบวงจรแห่งแรกของไทย บนพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า 4,600 ไร่ ทำเลทองถนนบางนา-ตราด กม.32 เพื่อรองรับเม็ดเงินและการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ของประเทศ 

พร้อมทั้งยังมีแผนขยายพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมสู่เป้าหมาย 3,800 ไร่ในปีนี้ รวมถึงเตรียมพัฒนานิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่ในจังหวัดชลบุรีอีกกว่า 2,200 ไร่ เพื่อรองรับดีมานด์ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ปักหมุดพระราม 4 ผนึก ‘วัน แบงค็อก’ คุมพอร์ตพาณิชยกรรมพรีเมียมใหญ่สุดในไทย

ขณะเดียวกัน ธุรกิจกลุ่มพาณิชยกรรมด้านอาคารสำนักงานและรีเทล ก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่สร้างความตื่นตัวให้กับแวดวงอสังหาริมทรัพย์อย่างมาก โดย เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ได้เข้ามาปลุกศักยภาพของทำเลโซนพระราม 4 ให้กลายเป็นทำเลทองระดับพรีเมียมของตลาดอาคารสำนักงานเกรด A และ A+ ที่เชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชน ดึงดูดบริษัทข้ามชาติและองค์กรชั้นนำในหลากหลายเซกเตอร์ 

ยิ่งไปกว่านั้น การผนวกรวมการดำเนินงานร่วมกับโครงการระดับโลกอย่าง วัน แบงค็อก (One Bangkok) ยิ่งทำให้พอร์ตโฟลิโออสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมของบริษัทก้าวขึ้นสู่การเป็นพอร์ตระดับพรีเมียมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ครอบคลุมไปถึงอาคารสำนักงานและรีเทลชั้นนำอย่าง ปาร์คเวนเชอร์, สาทรสแควร์, สามย่านมิตรทาวน์, เดอะ ปาร์ค, เอฟวายไอ เซ็นเตอร์ และสีลมเอจ 

รวมพื้นที่บริหารจัดการในทำเลใจกลางธุรกิจ (CBD) สูงถึง 1,846,000 ตารางเมตร ที่มุ่งเน้นการเชื่อมโยงผู้คน ชุมชน และไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน 

ตอบโจทย์ Life Ecosystem บุกเซกเมนต์ลักชัวรีทั้งแนวราบ-แนวสูง

ในมิติของธุรกิจที่อยู่อาศัย เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ก็ยังคงรักษามาตรฐานความเชี่ยวชาญที่ส่งต่อมาจากโกลเด้นแลนด์ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยในส่วนของโครงการแนวราบอย่างบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม กระจายตัวอยู่ใน 10 กว่าจังหวัดทั่วประเทศ สามารถตอบสนองความต้องการในทุกระดับราคา นำโดยแบรนด์เรือธงอย่าง Grandio ร่วมกับการส่งแบรนด์ใหม่อย่าง, Goldina, Gute' และ Gramour เข้าสู่ตลาดเมื่อปีที่แล้ว 

ขณะที่กลุ่มที่อยู่อาศัยแนวสูงหรือคอนโดมิเนียม ก็มุ่งเน้นทำเลศักยภาพสูงจับกลุ่มระดับ Super Luxury และ Ultra Luxury ผ่านแบรนด์ ONE89 wireless และ EI8HTEEN SEVEN ควบคู่ไปกับแบรนด์ KLOS ที่เปิดตัวไปแล้วในทำเลรัชดาและรามอินทรา

กางแผนเชิงรุกปี 2569 ลุยเป้าหมายรายได้ 15,045 ล้านบาท

ทิศทางและหมุดหมายในปี 2569 นี้ จึงเป็นปีที่ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย พร้อมจะแสดงศักยภาพของการเติบโตจากการดำเนินงานอย่างมีวินัยและการรักษาคุณภาพพอร์ตโฟลิโอที่สะสมมา 

โดยบริษัทตั้งเป้าหมายที่จะสร้างรายได้รวมในงบการเงินปี 2569 สูงถึง 15,045 ล้านบาท ผ่านแผนงานเชิงรุกในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมส่งมอบพื้นที่โรงงานและคลังสินค้าเช่าใหม่อีก 6 โครงการ เพื่อผลักดันพื้นที่ภายใต้การบริหารจัดการสู่ 4,000,000 ตารางเมตร 

ผวนกกับการรุกขยายพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมเพื่อรองรับการลงทุนระลอกใหม่ ตลอดจนแผนการเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบใหม่อีก 4 โครงการ รวมมูลค่า 7,300 ล้านบาท พร้อมการเปิดตัวคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ในอนาคตอันใกล้

บทสรุปในวันนี้จึงสะท้อนให้เห็นว่า ในขณะที่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายอื่นอาจจะกำลังเพิ่งเริ่มต้นก้าวเข้าสู่สนามแข่งขันของการกระจายความเสี่ยงและสร้างรายได้แต่สำหรับ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทยได้ก้าวข้ามผ่านจุดนั้นและสร้างฐานมั่นให้กับโครงสร้าง Multi-Asset Class Portfolio ที่สมบูรณ์แบบไว้เรียบร้อยแล้ว 

ด้วยประสบการณ์อันยาวนานและความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ผสานเข้ากับมาตรฐานการทำงานและความน่าเชื่อถือในระดับสากล  สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความได้เปรียบทางการแข่งขันเท่านั้น แต่คือรากฐานอันมั่นคงที่จะขับเคลื่อนให้องค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน และพร้อมที่จะเป็นผู้นำในการยกระดับมาตรฐานใหม่ให้กับวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย


Author

Content Partnership

Content Partnership