ศรัทธาไม่ถอยแม้อากาศจะร้อนจัด ชาวบ้านแห่ร่วมพิธีบวงสรวง “ปราสาทมีชัย” จ.สุรินทร์ คึกคัก ลุ้น “เลขธูป” เสี่ยงโชคงวดนี้ 2/5/69

วันที่ 30 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ปราสาทมีชัย ต.กระเทียม อ.สังขะ จ.สุรินทร์ แม้อากาศจะร้อนระอุ แต่สาธุชนจำนวนมาก ยังแห่มาร่วมพิธีบวงสรวง “ปราสาทมีชัย” โบราณสถานสำคัญของจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ 

ภายในพิธี มีนายกิตติชัย เกตุวงษา ท้องถิ่นจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนายบุญเลี้ยง เรียมทอง นายอำเภอสังขะ, นายนิสสัน มณีแสง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกระเทียม หัวหน้าส่วนราชการ โดยมีชาวบ้านในพื้นที่ และผู้ที่ศรัทธา เดินทางเข้าร่วมพิธีจำนวนมาก


โดยพิธีดำเนินไปอย่างเข้มขลัง มี “แม่น้ำผึ้ง เมืองสุรินทร์” ศิลปินพื้นบ้านชื่อดัง ทำหน้าที่พราหมณ์นำประกอบพิธีอย่างงดงาม ท่ามกลางเครื่องเซ่นไหว้ที่จัดเตรียมมาอย่างอลังการ โดยเฉพาะผลไม้นานาชนิดที่นำมาถวายจนเต็มบริเวณหน้าองค์ปราสาท สะท้อนถึงความศรัทธาอย่างล้นหลามของประชาชน

นอกจากพิธีบวงสรวงอันศักดิ์สิทธิ์แล้ว ยังมีการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า OTOP จากชุมชนต่าง ๆ เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้เลือกซื้อสินค้าท้องถิ่นคุณภาพดี รวมถึงขบวนแห่ที่ตกแต่งอย่างสวยงาม ผู้ร่วมขบวนต่างสวมใส่ชุดพื้นบ้านสะท้อนเอกลักษณ์วัฒนธรรมอย่างโดดเด่น พร้อมการแสดงนางรำที่อ่อนช้อย สร้างความประทับใจแก่ผู้ชมเป็นอย่างยิ่ง

...

อย่างไรก็ตาม ไฮไลต์สำคัญที่ได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก คือ “เลขธูป” จากพิธีบวงสรวง ซึ่งหลายคนต่างเฝ้ารอและจับตามอง เพื่อนำไปเป็นแนวทางเสี่ยงโชคในงวดวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 ที่กำลังจะมาถึง


สำหรับ ปราสาทมีชัย หรือ ปราสาทหมื่นชัย ตำบลกระเทียม อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ เป็นโบราณสถานในศาสนาฮินดูศิลปะเขมรโบราณ ประกอบด้วยปราสาทประธานก่อสร้างด้วยอิฐบนฐานศิลาแลงหันหน้าไปทางทิศตะวันออก และปราสาทบริวารก่อด้วยศิลาแลงตั้งอยู่ทางทิศเหนือของปราสาทประธาน และอาคารก่อด้วยอิฐขนาดเล็กใกล้กับคูน้ำด้านทิศตะวันตก ด้านทิศเหนือ และด้านทิศตะวันออก อาคารทั้งหมดล้อมรอบด้วยคูน้ำรูปตัวยู โดยเว้นเป็นทางเข้าด้านเดียว จากหลักฐานที่พบสันนิษฐานได้ว่าปราสาทมีชัย สร้างขึ้นราวปลายพุทธศตวรรษที่ 15-16 และมีการสร้างเพิ่มเติมอันได้แก่อาคารก่ออิฐขนาดเล็กในภายหลังเมื่อราวพุทธศตวรรษที่ 24-25

การจัดพิธีบวงสรวงในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงความเคารพต่อบรรพบุรุษ ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล ความสงบสุข และความเจริญรุ่งเรืองแก่จังหวัดสุรินทร์และประชาชน อีกทั้งยังเป็นการสืบสานประเพณีอันดีงาม และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางต่อไป