สิ่งที่ต้องทำหลังคลอดใน 90 วันแรก แม่หลังคลอดควรทำอะไรบ้าง

ข่าว

    สิ่งที่ต้องทำหลังคลอดใน 90 วันแรก แม่หลังคลอดควรทำอะไรบ้าง

    theAsianparent Thailand

    5 ม.ค. 2562 13:41 น.

    สิ่งที่ต้องทำหลังคลอดใน 90 วันแรก ทำไมถึงให้มีการลาคลอดได้ 90 วัน คุณแม่รู้ไหมว่าทำไมถึงให้มีการลาคลอดเพื่อพักฟื้นร่างกายถึง 90 วัน ประโยชน์ของการลาคลอดช่วงนี้ที่คุณแม่ต้องเก็บเกี่ยวให้มากที่สุด เป็นเพราะอะไรกันน่ะ เรามาดูเหตุผลกันค่ะ

    1. ปรับตัวให้เข้ากับลูก

    ในช่วง 3 เดือนแรกที่ลูกเกิด คุณแม่ควรเลี้ยงลูกด้วยตนเอง เพื่อที่จะได้สร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างแม่และลูก เพราะว่าในช่วง 3 เดือนแรกนั้น ลูกน้อยจะตื่นทุก ๆ 2-3 ชั่วโมง คนเป็นแม่จึงต้องมีเวลาที่จะดูแลลูกมาก ๆ และต้องปรับตัวให้เข้ากับลูก เพื่อที่จะได้เรียนรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับตัวลูกน้อย และวางแผนการเลี้ยงดูลูกได้หลังจากนี้ ซึ่งกว่าคุณแม่จะได้นอนหลับพักผ่อนก็หลังจาก 3 เดือนไปแล้ว เนื่องจากว่าทารกเริ่มนอนยาวขึ้นนั่นเองค่ะ

    2. เพื่อพักฟื้นร่างกายหลังคลอด

    สำหรับกรณีคุณแม่คลอดธรรมชาติ จำเป็นต้องพักฟื้นร่างกายประมาณ 2 สัปดาห์ ส่วนคุณแม่ที่ผ่าคลอด ต้องใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 6-8 สัปดาห์ ถึงแม้ว่าจะคลอดลูกแล้วแต่ว่าฮอร์โมนยังมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้ในช่วงนี้คุณแม่ยังมีความแปรปรวนทางอารมณ์ ซึ่งกว่าที่ร่างกายจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติหรือคืนสู่สภาวะเดิมต้องใช้เวลามากกว่า 3 เดือน และในช่วง 3 เดือนแรกนี้ แนะนำให้คุณแม่ไม่ควรทำกิจกรรมที่หนักมากเกินไป เช่น ขึ้นลงบันไดหลายครั้งต่อวัน ยกของหนัก หรือแม้แต่ขับรถ เป็นต้น

    3.ให้นมลูกได้อย่างเต็มที่

    ทารกควรได้รับนมแม่อย่างต่อเนื่องตั้งแต่แรกเกิด – 6 เดือน เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงและได้รับสารอาหารที่เหมาะสมสำหรับทารก หากคุณแม่ลาคลอดในช่วง 3 เดือนแรก จะทำให้คุณแม่ให้นมลูกน้อยได้อย่างสะดวกและการได้รับนมจากเต้านั้น เป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างแม่กับลูกด้วยค่ะ

    สำหรับคุณแม่ที่ต้องไปทำงานอาจจะปั๊มนมไม่สะดวก เพราะต้องใช้เวลาในการปั๊มนมให้เกลี้ยงเต้าประมาณ 30 นาที ต่อการปั๊ม 1 ครั้ง และต้องปั๊มทุกๆ 3 ชั่วโมง ซึ่งอาจไม่สะดวกและทำให้ปริมาณน้ำนมของคุณแม่ลดน้อยลงหลังจากกลับมาทำงานค่ะ

    ให้นมจากเต้าดีอย่างไร

    นมจากเต้าจะมีสารอาหารที่จำเป็นสำหรับทารกในช่วง 6 เดือนแรก เพราะสามารถป้องกันทารกจากหวัด โรคทางเดินอาหาร โรคติดเชื้ออื่นๆ และโรคภูมิแพ้ แถมยังทำให้ทารกรู้สึกปลอดภัย มั่นคง ได้รับรู้ความรู้สึกและความอบอุ่นจากแม่ ซึ่งจะมีผลดีในการช่วยกระตุ้นพัฒนาการทางสมองด้วย ทั้งยังลดโอกาสในการเป็นโรคอ้วน โรคเบาหวาน และโรคใหลตายในทารกด้วย

    ในส่วนของคุณแม่จะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะการตกเลือดหลังคลอดบุตร และยังช่วยป้องกันโรคโลหิตจางด้วย ลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ โรคกระดูกพรุน โรคเบาหวาน และโรคหัวใจ ช่วยลดน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นมาในระหว่างการตั้งครรภ์ได้ด้วย จึงช่วยให้รูปร่างของคุณแม่เข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วขึ้น

    อาการที่แสดงว่าลูกต้องการกินนม

    • กลอกตาไปมาเร็วๆ
    • ดิ้นไปดิ้นมาขณะนอน เอามือถูหน้าไปมา
    • ส่งเสียงร้องอ้อแอ้
    • พลิกศีรษะไปมา
    • เลียริมฝีปาก แลบลิ้นไปมา หรือเริ่มที่จะดูดมือ
    • ร้องไห้ งอแง

    วิธีบีบน้ำนมแม่ด้วยมือ

    • ล้างมือคุณแม่ให้สะอาด
    • ประคบอุ่นบริเวณเต้านมประมาณ 3-5 นาที จากนั้นนวดเต้าเบาๆ เพื่อกระตุ้นให้น้ำนมได้ไหลเวียน
    • วางนิ้วโป้ง และนิ้วอื่นๆ ห่างจากหัวนมประมาณ 2-3 เซนติเมตร แต่ให้อยู่ในแนวเดียวกันกับหัวนม ให้วางนิ้วที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา และ 6 นาฬิกา 
    • ออกแรงกดนิ้วลงไปยังหน้าอก หากเต้านมของคุณแม่ใหญ่ให้ดึงเต้านมขึ้นออกก่อนแล้วค่อยกดลงไปยังหน้าอก
    • หมุนนิ้วโป้งและนิ้วอื่นๆ ไปในทิศทางเดียวกัน พยายามดันให้นมออกมาแทนที่จะบีบออก ทำต่อเนื่องเป็นจังหวะ
    • หมุนมือของคุณไปยังรอบๆ เต้านม เพื่อทำให้ตำแหน่งอื่นๆ นิ่มลงด้วย วางไว้ที่ 12 นาฬิกา และ 6 นาฬิกา หลังจากนั้นเปลี่ยนไปเป็น 2 นาฬิกา และ 8 นาฬิกา ตามด้วย 10 นาฬิกา และ 4 นาฬิกา

    ซึ่งคุณแม่ควรบีบน้ำนมหรือปั๊มนมออกอย่างน้อย 8-10 ครั้งใน 1 วัน หากลูกน้อยไม่ได้กินนมจากเต้าแล้ว

    อ่านเพิ่มเติม...

    วิดีโอแนะนำ

    คลิปนาที ภูเขาไฟใต้ทะเลตองกา ระเบิดรุนแรง สึนามิซัดฝั่ง เตือนอพยพหลายประเทศ
    03:46

    คลิปนาที ภูเขาไฟใต้ทะเลตองกา ระเบิดรุนแรง สึนามิซัดฝั่ง เตือนอพยพหลายประเทศ

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    แม่และเด็กน้ำนมแม่หลังคลอดแม่หลังคลอด

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    วันอาทิตย์ที่ 16 มกราคม 2565 เวลา 05:40 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์