ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    เรื่องน่ารู้ ความผิดปกติระหว่างคลอดที่อาจเกิดขึ้น

    theAsianparent Thailand2 ก.ค. 2561 14:09 น.
    SHARE

    ความผิดปกติของทารกระหว่างคลอด อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ อาการที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ ทารกไม่กลับหัว สายสะดือพันคอ สายสะดือย้อย การนำเสนอบทความนี้เป็นเพียงข้อมูลสำหรับคุณแม่เท่านั้น อย่าได้วิตกกังวลเลยนะคะ เพราะคุณหมอจะดูแลคุณแม่และเจ้าตัวน้อยจนคลอดออกมาอย่างปลอดภัย

    เรื่องน่ารู้ ความผิดปกติระหว่างคลอดที่อาจเกิดขึ้น

    1. ทารกไม่กลับหัว (ท่าก้น)

    ตามปกติแล้วท่าคลอดของทารกน้อย คือ ต้องเป็นส่วนศีรษะนำออกมา เมื่ออายุครรภ์ 37 สัปดาห์ ทารกจะเริ่มกลับหัวโดยมีส่วนศีรษะเป็นส่วนนำ แต่ถ้าคุณแม่ท้องแรกตั้งครรภ์จนถึงระยะในช่วง 2-3 สัปดาห์ใกล้คลอดแล้ว แต่ศีรษะของทารกยังไม่ลงเข้าสู่อุ้งเชิงกราน สันนิษฐานได้ว่า คุณแม่มีอุ้งเชิงกรานแคบ และจะยิ่งยืนยันได้ชัดถ้าตรวจพบว่าศีรษะของทารกยังอยู่สูง

    ท่าของทารกไม่กลับหัว แบ่งออกเป็น 3 ท่า ได้แก่

    1. ทารกจะอยู่ในท่านั่ง งอข้อ สะโพก ขาเหยียดตรง เท้าชี้ไปทางหู 2 ข้าง
    2. ทารกจะอยู่ในท่านั่ง งอข้อสะโพก และข้อเข่า โดยเท้า ทั้ง 2 ข้างอยู่ตำแหน่งที่สูงกว่าก้นเล็กน้อย
    3. ทารกจะอยู่ในท่า คล้ายท่าที่ 2 แต่งอสะโพกน้อยกว่า แต่เท้าอยู่ต่ำกว่าระดับของก้น

    สาเหตุของอาการทารกไม่กลับหัว มีสาเหตุต่างๆ ดังนี้

    1. เด็กในครรภ์มีการเคลื่อนไหวได้มากกว่าปกติ เช่น มีน้ำคร่ำมากกว่าปกติ หรือคุณแม่มีหน้าท้องหย่อนในการตั้งครรภ์หลังๆ
    2. มดลูกมีรูปร่างผิดปกติ
    3. ส่วนหัวเด็กไม่สามารถปรับเข้ากับอุ้งเชิงกรานได้ โดยเฉพาะภาวะรกเกาะต่ำ
    4. ทารกแฝด

    ทำอย่างไรเมื่อทารกไม่กลับหัว

    การคลอดทารกที่มีส่วนนำเป็นก้นทางช่องคลอดเป็นเรื่องยากที่สุดและอันตรายมาก คุณหมอจะแนะนำให้ผ่าตัดคลอด เพื่อช่วยให้คุณแม่และทารกผ่านช่วงเวลาที่มีความเสี่ยงในการคลอดให้เร็วที่สุด นอกจากคลอดศีรษะออกมาได้ยากมากแล้ว อาจเกิดปัญหาสายสะดือพันคอ และระยะเวลาที่นานขึ้นจะทำให้แม่และทารกอยู่ในภาวะเครียดมากซึ่งอาจเกิดอันตรายได้

    ดังนั้น ทางออกที่ดีที่สุดคือ ผ่าตัดคลอด แม้ว่าจะมีความเสี่ยงอยู่บ้าง แต่เมื่อเทียบกับการคลอดทางช่องคลอดแล้วน้อยกว่ามาก นอกจากนี้ การผ่าตัดคลอดที่ใช้วิธีบล็อกไขสันหลังแทนดมยาสลบจะทำให้คุณแม่ยังรู้สึกตัวและรับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นรอบตัว สามารถมองเห็นและชื่นชมทารกที่ออกมาได้ทันที

    2. สายสะดือพันคอ

    รก คืออวัยวะที่มีหน้าที่ในการแลกเปลี่ยนสารอาหารและออกซิเจน เพื่อนำเลือดที่มีสารอาหารและออกซิเจนไปเลี้ยงทารกในครรภ์โดยผ่านสายสะดือ สายสะดือมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1-2 เซนติเมตร และยาวประมาณ 50 เซนติเมตร บางคนก็สั้นกว่านั้น ในขณะที่บางคนอาจยาวถึง 100 เซนติเมตรก็เป็นได้

    ยิ่งถ้าสายสะดือยาวเกินไป เมื่อทารกมีการดิ้นก็จะทำให้สายสะดือมาพันที่ตัวทารกได้ และบริเวณที่พันบ่อยที่สุด คือ บริเวณคอ เพราะเป็นบริเวณที่คอดที่สุดของลำตัวทารก โดยเฉพาะเมื่ออายุครรภ์น้อยๆ ซึ่งมีพื้นที่ในการเคลื่อนไหวให้ทารกมาก การเคลื่อนไหวอย่างอิสระของทารกในน้ำคร่ำ ทำให้บางครั้งสายสะดือเข้าไปพันรอบคอของทารกเข้าโดยบังเอิญ

    สายสะดือพันคอทารกในครรภ์นั้น เป็นเหตุสุดวิสัยที่ส่วนใหญ่ไม่อาจทราบได้ตั้งแต่ก่อนคลอด เพียงแต่อาจคาดเดาได้จากการตรวจพบความผิดปกติของอัตราการเต้นของหัวใจทารกในครรภ์

    ผลที่เกิดจากสายสะดือพันคอ

    การวินิจฉัยสายสะดือพันคอ คุณหมอจะตรวจโดยการอัลตราซาวนด์ ถ้าพบว่ามีสายสะดือพันคอแบบหลวมๆ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะเลือดยังไหลไปเลี้ยงทารกได้ แต่คุณหมอต้องสังเกตการดิ้นของทารกอยู่เสมอ ถ้ารู้สึกว่าลูกในท้องดิ้นน้อยลง คุณหมอต้องตรวจการเต้นของหัวใจอย่างสม่ำเสมอ หากพบว่าการเต้นของหัวใจผิดปกติ ทารกในครรภ์จะเกิดภาวะขาดออกซิเจน คุณหมอจำเป็นต้องทำการผ่าตัดคลอดโดยทันที หากสามารถช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว เด็กที่เกิดมาก็จะมีพัฒนาการและสุขภาพเหมือนเด็กปกติทั่วไป

    3. สายสะดือย้อย

    สายสะดือย้อยมักจะเกิดขึ้นระหว่างการตั้งครรภ์หรือการเจ็บครรภ์ เกิดขึ้นเมื่อสายสะดือยื่นมาต่ำกว่า หรือนำส่วนนำออกของทารก สายสะดือย้อยมักเกิดร่วมกับการแตกของถุงน้ำคร่ำ หลังจากที่ถุงน้ำคร่ำแตกแล้วทารก จะเคลื่อนต่ำลงในอุ้งเชิงกรานและกดทับสายสะดือ ทำให้เลือดและออกซิเจนที่ไปเลี้ยงทารกลดลงหรือหายไป และทารกจะต้องคลอดโดยทันที

    แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่

    1. สายสะดืออยู่ต่ำกว่าส่วนนำ ขณะที่ถุงน้ำคร่ำยังไม่แตกมักไม่ค่อยมีอาการผิดปกติ และจะตรวจพบโดยบังเอิญ
    2. สายสะดืออยู่ต่ำกว่าส่วนนำ ขณะที่ถุงน้ำคร่ำแตกแล้วจากการตรวจภายในจะพบว่าสายสะดืออยู่ต่ำกว่าส่วนนำ บางรายสายสะดือจะโผล่ออกมาทางช่องคลอดเลยก็มี
    3. สายสะดือมาอยู่ใกล้ๆ กับส่วนนำเช่น ใกล้กับศีรษะทารก ซึ่งอาจจะถูกกดได้ง่ายเมื่อศีรษะทารกเคลื่อนต่ำลงขณะคลอด

    สาเหตุของสายสะดือย้อย

    1. ทารกตัวใหญ่และแม่มีช่องคลอดแคบ ทำให้ศีรษะของทารกไม่สามารถลอดออกมา ศีรษะของทารกก็จะอยู่ติดด้านบนของเชิงกราน คล้ายกับติดอยู่แค่ขอบบนของกรวย ไม่สามารถเอาศีรษะมุดลงมาได้ ทำให้บริเวณปลายด้านล่างมีที่ว่างมาก สายสะดือจึงไหลลงไปได้ง่าย
    2. สายสะดือยาวกว่าปกติ ยิ่งสายสะดือยาวเท่าไร โอกาสที่สายสะดือจะย้อยก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
    3. ตั้งครรภ์แฝด การคลอดทารกมากกว่า 1 คน ภายหลังจากคลอดทารกคนแรกแล้ว โพรงมดลูกจะมีขนาดค่อนข้างใหญ่ ทำให้สายสะดือมีโอกาส ไหลลงมาก่อนลูกคนที่สองจะคลอดออกมาได้

    ทำอย่างไรเมื่อเกิดภาวะสายสะดือย้อย

    ให้คุณแม่เปลี่ยนท่านอน อาจให้นอนตะแคงหรือนอนศีรษะต่ำลง แล้วยกก้นให้สูงขึ้น เพื่อให้ศีรษะทารกเปลี่ยนตำแหน่ง หรือไหลกลับไปภายในมดลูก ซึ่งช่วยให้แรงกดที่สายสะดือลดลง ขณะเดียวกันคุณหมอจะให้คุณแม่ดมออกซิเจนด้วยตลอดเวลา แต่วิธีการที่ดีที่สุด คือ การผ่าตัดโดยด่วน ซึ่งขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของคุณหมอในขณะนั้น

    จากข้อมูลที่นำมาเสนอนั้นมิได้มีเจตนาจะทำให้คุณแม่เกิดความกังวลใดๆ นะคะ ความผิดปกติระหว่างคลอดนั้นมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อย หากเทียบกับการคลอดตามปกติทั่วไป เพราะถึงอย่างไรคุณหมอรวมไปถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ครบครัน ย่อมทำให้การคลอดผ่านพ้นไปด้วยดี ได้เห็นหน้าทารกน้อยที่เฝ้ารอมาตลอดเก้าเดือน ทำจิตใจให้สบายและพร้อมรับสมาชิกตัวน้อยที่จะเกิดมานะคะ

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    แม่และเด็กสายสะดือแม่มือใหม่ทารก ไม่กลับหัวข้อควระวัง แม่ท้อง

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้