Thairath Logo
กีฬา

ไม่เข้าข้าง แต่อยู่ข้างๆ เสมอนะน้อง

โดย ดีเจพี่อ้อย
3 มี.ค. 2562 05:01 น.
Share :
line-share-logo

“ผมสร้างโลกสองใบสำหรับปลาและโบว์ เขาไม่รู้ว่ามันมีโลกอีกใบหนึ่ง เขาทั้งสองดำเนินชีวิตแบบคนรักที่ดีทั้งคู่ ผมมีคนรักที่ดีของผมทั้งคู่ เขาซัพพอร์ตและดูแลผมดีมาก แต่ความผิดเกิดขึ้นที่ผม ผมโกหกเขา เพื่อให้โลกสองใบนี้ยังอยู่กับผมได้”

นั่งดูป๊อบ ปองกูล แถลงข่าวถึงเรื่องราวรักซ้อนเป็นสิบๆ ปีที่เกิดขึ้นของน้อง ชีวิตคนดัง เวลาร้องไห้ ก็ต้องร้องเสียงดัง หนีไปพังคนเดียวเงียบๆ คงไม่ได้ ข้อความด่าทอดูถูกกระหึ่มโซเชียลฯ มีผู้คนหลายสื่อ มาขอความเห็น “พี่อ้อยคะ พี่รู้สึกยังไงกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับพี่ป๊อบคะ” “พี่น่าจะเอามาทำซีรีส์นะคะ” “พี่น่าจะคุยเรื่องนี้ใน Club Friday เพื่อชี้แนะผู้คนนะคะ” “ในฐานะจัดรายการ Club Friday พี่มีมุมมองในเรื่องนี้ยังไงคะ?”

มีคนแสดงความเห็นกันเต็มโซเชียลฯ ไปหมดแล้วค่ะ  ปัญหาความรัก ไม่ต้องเป็นพี่อ้อย พี่ฉอดใครๆ ก็ตอบได้ถ้าไม่ใช่เรื่องตัวเอง และเชื่อว่า หลายรายที่แสดงความเห็นด่าเขาซะแรง แล้วก็ไปนอกใจแฟนตัวเองต่อก็มี ยุคที่ รักเดียวใจเดียว กลายเป็นเรื่องมหัศจรรย์ การนอกใจกันดูเป็นเรื่องปกติ ปัญหาความรักที่มีผู้คนโทรฯ เข้ามาคุยใน Club Friday กว่า 80% คือเรื่องนี้  รักไปผิดไป ให้อภัยไประแวงไป รู้สึกผิด แต่ไม่คิดทำอะไรต่อ พยายามหาเหตุผลดีๆ สนับสนุนเรื่องแย่ๆ ที่ตัวเองทำ มีให้เห็นมากมาย และหลายราย ไม่เคยเอ่ยคำขอโทษสักคำด้วยซ้ำ

ป๊อบ เป็นน้องรักคนหนึ่ง น้องทำผิด ก็คือผิด ชีวิตและความเจ็บปวดวันนี้ คือผลของการทำผิดของน้อง เหมือนที่น้องบอกแหละค่ะ

"ผมตื่นมาเพื่อที่จะบอกกับตัวเองว่า มึงเป็นคนที่น่ารังเกียจมากที่สุดคนหนึ่งบนโลกใบนี้เลยเท่าที่กูรู้จัก ความขี้ขลาดของมึงมันสร้างปัญหาให้เกิดกับชีวิตคนอื่นมากมายขนาดนี้ ไม่ใช่แค่โบว์หรือปลา แต่เป็นครอบครัวเขาด้วย ครอบครัวของผม เพื่อนรอบข้าง มันคือคนทุกคนที่กำลังมาอยู่ในวันนี้"

ต่อให้เป็นน้องรัก น้องทำผิด คือผิด พี่ไม่เข้าข้าง แต่อยู่ข้างๆ เสมอน้อง อย่างน้อยสิ่งที่น้องทำ การออกมายอมรับผิด คงเป็นวิธีคิดให้กับอีกหลายๆ คน ความรักที่เริ่มต้นด้วยการทำร้ายใจใคร สุดท้ายก็จะย้อนกลับมาทำร้ายหัวใจเราเอง ได้แต่หวังว่า “เวลา” จะเยียวยาให้ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง จะผ่านความเจ็บปวดนี้ไปได้ด้วยสติ

หลังจากข่าวนี้ยังอยู่ในกระแส มีคำถามหนึ่งส่งเข้ามาค่ะ

“ตอนนี้ข่าวนักร้องคบซ้อน เรื่องของหนูก็เช่นกัน ต่างกันที่ทุกอย่างกรรมมันมาตกที่หนูคนเดียว เพราะหนูไม่มีสิทธิ์พูดเหมือนคนในข่าว สังคมสมัยนี้ตีความจากโพสต์ในโซเชียลฯ ผู้ชายที่ดึงหนูเข้ามา กลับไม่รู้สึกผิดเลยจริงๆ ปล่อยให้สังคมดูถูกหนู ทั้งๆ ที่ตัวเขาเองก็รู้อยู่แก่ใจ ผู้หญิงของเขาโพสต์ในเชิงว่าหนูมาแย่งเขา ทั้งที่ผู้ชายมาหลอกหนู ตอนแรกที่คบกัน เขาบอกว่ากำลังจะเลิกกัน เพราะแฟนเขา ไม่ดูแลครอบครัว ติดเพื่อน หนูถามเขาว่าทำแบบนี้ หนูจะไม่กลายเป็นมือที่สามหรือ? แต่เขาก็ยังยืนยันว่าเชื่อใจพี่ พี่กับแฟนต่างคนต่างอยู่แล้ว พอนานๆ ไป มันไม่ใช่ มีวันหนึ่งหนูโทรฯ ไป หนูได้ยินเสียงจากโทรศัพท์ เขากำลังคุยโวกับเพื่อนเรื่องหนูอย่างสนุกปาก เขาหัวเราะบอกว่าหนูรักเขามาก ทำเพื่อเขาทุกอย่าง ถ้าไม่ติดว่ามีเมียมีลูกนะ เอาไปแล้ว! ตอนนั้นใจหนูแค้นมาก ทุกคนคิดว่าหนูมาอ่อยผู้ชายคนนี้ ผู้หญิงคนนั้นก็ยังโพสต์ซ้ำเติมหนู แถมโทรฯ มาด่า ผู้ชายเคยสัญญาจะปกป้องหนู ไม่ให้ใครมาด่าหรือดูถูกหนูได้ แต่มันไม่มีจริง หนูมารับกรรม และต้องสู้ เพื่อเริ่มต้นใหม่คนเดียว สังคมเพื่อนร่วมงานดูถูกหนูจากสิ่งที่ผู้หญิงคนนั้นโพสต์และปรุงแต่งขึ้น เขาไม่หยุด หนูจึงลาออกจากงานแล้วตอนนี้ ครั้งสุดท้ายที่ได้เจอกัน เขาร้องไห้และบอกว่าขอโทษจริงๆ ถ้าไม่รักไม่ห่วงก็คงไม่ติดต่อไม่มาหา แต่ต่อไปนี้เจอกันไม่ได้แล้ว เขาย้ำว่าเจอไม่ได้ แค่นี้เขาก็โดนด่าเยอะแล้ว ตกลงเขารู้สึกผิดบ้างหรือเปล่า”

คนอยากได้แฟนเพิ่ม มีหลักสูตรการพูดไม่กี่ข้อค่ะ “มีปัญหากับแฟน” “กำลังจะเลิกกัน” “เราอยู่ด้วยแล้วสบายใจกว่า” ยิ่งนานยิ่งพบว่า เขาไม่มีวันเลิกกัน ประโยคใจความสำคัญหลังจากนั้นคือ “ก็คนนั้นไม่ได้ผิดอะไร จะเลิกยังไง” นั่นสิ แล้วเราผิดตรงไหน ถึงต้องถูกดึงไว้เป็นตัวสำรอง คุยกับตัวเองให้จบค่ะ ชีวิตเรามีค่าเกินกว่าจะมาเสียประสาทกับการโพสต์วิจารณ์จากคนไม่รู้ความจริง สังคมยุคนี้ มีคนแสดงความเห็น ทั้งที่ยังไม่ได้เห็นเยอะแยะ และไม่ต้องไปหาคำตอบแล้วว่า เขารู้สึกผิดบ้างไหม น้องจะไปเอาอะไรกับคนเห็นแก่ตัว

เดินหน้าในทางของเราต่อไป คนแบบนี้ ออกจากชีวิตเราได้เร็วเท่าไร ความเจริญยิ่งมาไวเมื่อนั้น ดึงเราเข้ามา แต่ไม่รับผิดชอบความรู้สึกใด เราก็เข้าไปในชีวิตเขาเร็วไป ให้เขาไปเลิกกันได้ เมื่อไหร่ค่อยมีเรา ก็ไม่ช้า เข้าไปแบบนี้มองยังไง เราก็คือคนที่มาแย่งผู้ชายอยู่ดี ยิ่งเจอผู้ชายขี้ขลาด ทำอะไรพลาด ก็ไม่เคยรับผิด สิ่งที่ตามติดตัวเราคือ ข้อหามือที่สาม คอยแต่ตามแย่งแฟนของเขา ถ้าจะอธิบาย ก็โพสต์บ้างว่าความจริงคืออะไร อย่างน้อยเพื่อปกป้องตัวเอง โพสต์แล้วอธิบายแล้ว ถ้าไม่เชื่อก็เรื่องของเธอ 

มีให้เห็นเยอะมากที่การประจานคนอื่น คือการประจานตัวเองไปพร้อมๆ กัน บอกว่ามีผู้หญิงมาคอยแย่งแฟน คนอื่นอาจมองเราอีกมุม แฟนเธอพร้อมจะกลายเป็นของแย่งง่ายจังนะ หรือแค่ผู้ชายไม่ได้รักเรามากพอจะซื่อสัตย์ ผู้หญิงอีกคนก็คงทุรนทุรายไม่ใช่น้อย ต้องคอยไล่ผู้หญิงรอบๆ ตัวไม่ให้เข้ามาพัวพัน เพราะผู้ชายข้างๆ เขา เป็นคนมากรักไม่รู้จักพอ ในที่สุด ไม่รู้ว่าคนที่หลุดออกมา กับคนที่ยังต้องเดินหน้าต่อกับคนหลายใจ ใครทรมานกว่ากัน

อ่านเพิ่มเติม...
ป๊อบ ปองกูลคบซ้อนคนดังนั่งเขียนดีเจพี่อ้อยความรักปัญหาความรัก