ความไม่ประมาททำให้รอดพ้นไวรัสมรณะหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2563“ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน... ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤติโรคระบาดไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของ ประชาชนทุกกลุ่มสาขาอาชีพ และเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ นอกจากรัฐบาล มีมาตรการในการช่วยเหลือเยียวยา โดยออก พ.ร.ก.กู้เงินฉุกเฉิน วงเงิน 1.1 ล้านล้านบาท เพื่อให้อำนาจ กระทรวงการคลัง กู้เงินเพื่อแก้ปัญหา ช่วยเหลือเยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ประคองสถานการณ์ให้รอดพ้นวิกฤติ ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ยังได้ส่งจดหมายเปิดผนึกถึง มหาเศรษฐี เจ้าของธุรกิจยักษ์ใหญ่ในประเทศ 20 ราย โดยเนื้อหาระบุชัด เพื่อขอรับทราบแนวทางในการช่วยเหลือบุคลากร เจ้าหน้าที่ ลูกจ้าง ภายในแต่ละองค์กรที่ได้ดำเนินการไปแล้ว และ โครงการที่จะช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน รวมถึงสิ่งที่ต้องการให้ รัฐบาล ช่วยอำนวยความสะดวกในการดำเนินโครงการดังกล่าว ขอให้ส่งข้อเสนอแนะกลับมาที่ นายกรัฐมนตรี ภายในสัปดาห์หน้า พร้อมเน้นย้ำ ไม่ขอรับเงินบริจาคใดๆ ทั้งสิ้น... ธารน้ำใจ ขรรค์ ประจวบเหมาะ รับมอบเงินจำนวน 3,000,000 บาท พร้อมข้าวสาร 120 ถุง จาก สุชาติ เศรษฐีวรรณ และครอบครัว เพื่อจัดซื้อชุดธารน้ำใจกู้ชีวิตและผลิตหน้ากากอนามัยแบบผ้า ช่วยเหลือประชาชนจากการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ที่สภากาชาดไทย วันก่อน.นอกจากนี้ นายกฯประยุทธ์ ยังได้แถลงย้ำด้วยว่า หาก ภาคส่วนอื่นๆมีโครงการช่วยเหลือประชาชน ก็ยินดีและสามารถทำเรื่องมาได้เช่นกัน...พวกจิตใจต่ำที่มุ่งโจมตี “รัฐบาลขอทาน” หน้าหงายไปตามๆกันถือเป็นข่าวดีเมื่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคาร มีมติเห็นชอบในหลักการ ขยายกลุ่มเป้าหมาย ในการรับสิทธิช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ในโครงการ “เราไม่ทิ้งกัน” เดือนละ 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน จากเดิม 9 ล้านคน เป็น 14 ล้านคน...นฤมล ภิญโญ-สินวัฒน์ โฆษกรัฐบาล ระบุจากการเปิดลงทะเบียน ตั้งแต่ 28 มี.ค.-16 เม.ย. มีผู้ลงทะเบียน 27.7 ล้านคน แต่บางส่วนมีรายชื่ออยู่ในฐานข้อมูล ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม แต่ปัจจุบันประกอบอาชีพลูกจ้างแรงงาน หรืออาชีพอิสระ เป็นอาชีพหลัก จึงทบทวนให้ได้รับสิทธิตามมาตรการนี้ด้วย รวมถึง นักเรียน นักศึกษา ที่ประกอบอาชีพลูกจ้าง แรงงาน หรืออาชีพอิสระ ที่ลงทะเบียนก็จะได้รับสิทธิช่วยเหลือเดือนละ 5,000 บาท เช่นกัน ซึ่งต้องใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นจาก 135,000 ล้านบาท เป็น 210,000 ล้านบาท โดยจะใช้งบฯจาก พ.ร.ก.เงินกู้ ในส่วนของ กระทรวงการคลัง วงเงิน 1 ล้านล้านบาท และเงินจากการ โอนงบประมาณรายจ่าย ปี 2563 ให้มูลนิธิ ภญ.สุมาลี คริสธานินทร์ ประธาน บห.บริษัทโนวาร์ตีส มอบเงินจำนวน 7.75 ล้านบาท ให้แก่ อนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข เพื่อสมทบทุนมูลนิธิกรมการแพทย์ สนับสนุนการดำเนินงานของโรงพยาบาลรัฐ ศูนย์รักษาผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ที่กระทรวงสาธารณสุข วันก่อน.งานนี้ ผู้ได้สิทธิรับเงินช่วยเหลือเยียวยา เดือนละ 5,000 บาท ก็ควรต้องใช้เงินอย่าง ประหยัด และ คุ้มค่า ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการให้ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ให้มีเงินใช้จ่าย ซื้อข้าวปลาอาหาร สิ่งของจำเป็นในชีวิตประจำวัน เพื่อการ ดำรงชีพ ไม่ควรสุรุ่ยสุร่าย เพียงเพราะคิดว่าเป็น เงินแจกฟรี เพราะ ทุกบาท ทุกสตางค์ ที่ รัฐบาล นำมาช่วยเหลือเยียวยา ก็ล้วนมาจากงบประมาณ ภาษีพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ เป็นภาระที่ ประชาชนทุกคน ต้องแบกรับและใช้หนี้คืนรัฐในรูปภาษีทั้งทางตรงและทางอ้อมกันต่อไป...โปรดจำไว้ให้ขึ้นใจนะจ๊ะ ไปตำบล ธนน วีอารยะ ประธาน บ.บีเอ็นเอฟ โฮลดิ้ง มอบเจลแอลกอฮอล์จำนวน 2,000 ชิ้น ให้แก่ สมพงษ์ จันละคร และ คำดี ปราณีวัฒน์ ผู้แทนจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาโหนนน้อย จ.อุบลราชธานี เพื่อนำไปมอบให้ประชาชนในชุมชน ที่บริษัทบีเอ็นเอฟ โฮลดิ้ง วันก่อน.ผ่างๆ...ในขณะที่ รัฐบาล ต้องออก พ.ร.ก.เงินกู้ฉุกเฉิน วงเงินรวม 1.9 ล้านล้านบาท เพื่ออัดฉีดเม็ดเงินตามมาตรการต่างๆ ช่วยเหลือประชาชน ผู้ประกอบธุรกิจ อุตสาหกรรม ตลาดเงิน ตลาดทุน เพื่อประคองเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ...ขณะเดียวกันก็ยังมี มาตรการลดภาระค่าครองชีพ ของประชาชน โดยให้ การไฟฟ้านครหลวง และ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ลดค่าไฟฟ้าให้แก่ประชาชน 3% ตั้งแต่รอบบิลเดือน เม.ย.-มิ.ย.2563 แต่ปรากฏว่ามีประชาชนจำนวนมากที่ให้ความร่วมมือกับ รัฐบาล ทำงานอยู่ที่บ้าน ตามนโยบาย “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” กลับต้องจ่ายค่าไฟฟ้ารอบบิลเดือน เม.ย.แพงระยับ เพราะเมื่อทำงานอยู่ที่บ้าน ก็ต้องใช้ไฟแสงสว่าง คอมพิวเตอร์ เครื่องปรับอากาศ แทบทั้งวันทั้งคืน เพราะเป็นช่วงฤดูร้อน ยิ่ง การไฟฟ้า ใช้ระบบการคิด ค่าไฟฟ้า แบบ อัตราก้าวหน้า เมื่อใช้ไฟฟ้ามากขึ้น ราคาต่อหน่วยก็ยิ่งสูงขึ้น ทำให้ต้อง จ่ายค่าไฟฟ้าแพงพุ่งพรวด แม้ได้ส่วนลด 3% ตามนโยบายรัฐบาล แต่เมื่อหักลบกันแล้วก็ยังต้องเสียค่าไฟฟ้าแพงกว่าปกติ ถือว่าสวนทางกับมาตรการลดภาระค่าครองชีพของรัฐบาลโดยสิ้นเชิง ทำให้มีเสียงด่าทั่วบ้านทั่วเมือง แอลกอฮอล์ เตช บุนนาค ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย รับมอบแอลกอฮอล์ปริมาณ 3,000 ลิตร จาก ตรีทิพ อรุณานนท์ชัย ผู้แทนบริษัท ราชบุรีเอทานอล เพื่อใช้สำหรับในการผลิตเจลล้างมือมอบให้แก่ประชาชน โดยมี พวงทอง ลลิตไพศาล มาร่วมมอบด้วย ที่สภากาชาดไทย วันก่อน.“ธนูเทพ” มองว่าในห้วงที่ ประชาชนทั้งประเทศ กำลังเผชิญสถานการณ์โรคระบาดไวรัสโควิด-19 ตกงาน ขาดรายได้ เดือดร้อนแสนสาหัส การไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ควรต้องมีมาตรการ ช่วยเหลือประชาชน คืนกำไรให้สังคมในยามวิกฤติ โดยพิจารณายกเว้นกฎเกณฑ์การคำนวณค่าไฟอัตราก้าวหน้า รวมถึงต้องยอมเฉือนกำไร ลดค่าไฟฟ้า เป็นกรณีพิเศษสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านพักอาศัย อย่างน้อย 30-50 เปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่จ้องแสวงกำไรบนความเดือดร้อนของชาวบ้าน ไม่ลืมกัน ธิติพร จุติมานนท์ และ องอาจ สุขเลิศกมล จัดกิจกรรม “วันสร้างสุข” เพื่อมอบถุงยังชีพพร้อมอาหารให้สมาคมวิชาชีพผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะแท็กซี่ โดยมี ขวัญแก้ว สิริจินดา และ ศรัณภัสร์ ตั้งไพศาลธนกุล มาร่วมมอบด้วย ที่เซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9 วันก่อน.ล่าสุด สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ทนเสียงด่าไม่ไหว ต้องเข็นมาตรการลดค่าไฟฟ้าลอตใหม่ เสนอคณะรัฐมนตรี เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยจะมีมาตรการเยียวยาลดภาระค่าไฟฟ้าแก่ภาคครัวเรือน 22 ล้านครัวเรือน ในวงเงิน 23,688 ล้านบาท โดย มิเตอร์ไม่เกิน 5 แอมป์ จะได้ใช้ไฟฟ้าฟรี 150 หน่วย และ มิเตอร์เกิน 5 แอมป์ขึ้นไป หากมีการใช้ไฟฟ้ามากกว่า เดือน ก.พ. แต่ไม่เกิน 800 หน่วย จ่ายค่าไฟเท่ากับเดือน ก.พ. ถ้าใช้ไฟฟ้าเกิน 800 หน่วย แต่ไม่เกิน 3,000 หน่วย จ่ายเท่าเดือน ก.พ. ส่วนที่เกินได้ลด 50% หากใช้เกิน 3,000 หน่วย จ่ายเท่าเดือน ก.พ. ส่วนที่เกินได้ส่วนลด 30% โดยการลดหย่อนดังกล่าวจะมีผลตั้งแต่ค่าไฟเดือน มี.ค.-พ.ค.นี้...แม้ได้รับสิทธิใช้ไฟฟรี ได้สิทธิลดหย่อนค่าไฟ แต่ก็ควรต้องช่วยกันประหยัดไฟฟ้า ดีที่สุด มอบ 5 ล้าน จรีพร เทพผดุงพร ในนาม บ.เทพผดุงพรมะพร้าว มอบเงินจำนวน 5,000,000 บาท ให้แก่ รศ.นพ.สุรศักดิ์ ลีลาอุดมลิปิ เพื่อสมทบทุนมูลนิธิรามาธิบดี นำไปจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ช่วยเหลือผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่บริษัท เทพผดุงพรมะพร้าว สำนักงานใหญ่ วันก่อน.สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทย นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 แถลงเมื่อวันที่ 22 เม.ย. พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 15 คน รวมมีผู้ติดเชื้อ 2,826 คน เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย รวมมีผู้เสียชีวิต 49 ราย จากสถิติตัวเลขถือว่า น่าพอใจอย่างยิ่ง ถือเป็นความสำเร็จระดับหนึ่ง แต่ภารกิจยังไม่เสร็จสิ้น เพราะสถานการณ์แพร่ระบาดอาจลากยาวไปอีกหลายเดือน หรือบางทฤษฎีบอกว่าเป็นปี ดังนั้นแม้ถือว่าเบาใจได้ แต่ยังวางใจไม่ได้ อย่าการ์ดตก ...สรุปก็คือคนไทยยังต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันอย่างเข้มแข็ง ห้ามประมาทเด็ดขาด เพราะสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกยังน่าสะพรึงกลัว มีรายงานผู้ติดเชื้อพุ่งสูงทะลุ 2.5 ล้านคน และ เสียชีวิตไปแล้วกว่า 177,400 ราย...ถ้าประมาทการ์ดตก หายนะอาจมาเยือนได้ง่ายๆ วปอ.54 พล.อ.วิสุทธิ์ นาเงิน ประธาน วปอ.54 มอบเครื่องอุปกรณ์ทางการแพทย์สู้ภัยโควิด ให้ รพ.นครนายก ผ่าน ณัฐพงศ์ ศิริชนะ ผวจ.นครนายก โดยมี พล.ท.สาธิต สิงห์สมบุญ, กนิษฐ์ สารสิน และ อนุรักษ์ ทศรัตน์ มาร่วมมอบด้วย ที่ศาลากลางจังหวัดนครนายก วันก่อน."ธนูเทพ"