หนึ่งในฟันเฟืองที่พร้อมพัฒนาองค์กรด้วยใจที่มุ่งมั่น

เป็นหนึ่งในทายาท “จิราธิวัฒน์” ที่ได้มีโอกาสเรียนรู้งานหลากหลายรูปแบบ “รีนาว เดชอุดม” ซึ่งเพิ่งได้ไปทำงานปักหมุดที่ห้างคาเดเว (KaDeWe) ประเทศเยอรมนี ห้างดังที่มีอายุกว่าศตวรรษ โดยได้ใช้ประสบการณ์จากการใช้ชีวิตและการทำงานในต่างประเทศที่หลากหลายมาช่วยการทำงานให้บรรลุเป้าประสงค์

รีนาว หรือคนคุ้นเคยเรียกสั้นๆว่า “นาว” ผู้บริหารรุ่นใหม่ของตระกูลจิราธิวัฒน์ ทายาทคนสุดท้องของ สุพัตรา จิราธิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักนโยบายองค์กรสัมพันธ์และภาพลักษณ์ บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด ซึ่ง นาว บินไปรับตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการตลาดต่างประเทศ กลุ่มคาเดเว ประจำกรุงเบอร์ลิน ดูแลด้านอินเตอร์เนชั่นแนลมาร์เกตติ้ง ที่ห้างคาเดเว กรุงเบอร์ลิน เมื่อไม่กี่เดือนนี้เอง โดยได้บอกว่า การทำงานภาพรวมคือ ดูแลลูกค้าต่างประเทศ ซึ่งไม่ได้เฉพาะเจาะจง ลูกค้าต่างชาติสำคัญของคาเดเว มีชาวจีน, รัสเซียและตะวันออกกลาง เราต้องดูแลทั้งเรื่องการบริการ และความต้องการโดยรวมของลูกค้า ทำอย่างไรให้เขาคิดถึงเรา มาเที่ยวที่ห้างเรา ส่วนในการทำงานร่วมกับชาวต่างชาติ ตรงนี้นับเป็นความโชคดีของ นาว ที่ได้เจอคนมาหลากหลาย จากการไปอยู่หลายประเทศทำให้เข้าใจและปรับตัวได้ง่าย

แม้จะเป็นคุณหนู ในตระกูลใหญ่ แต่สาวรุ่นใหม่คนนี้ก็เป็นคุณหนูสู้งาน ที่ลุยทำงานมาตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ เธอเล่าว่า คนเราต้องเรียนรู้ตลอดเวลา ไม่ควรคิดว่าเราฉลาดหรือเก่งคนเดียว นาว จึงชอบเรียนรู้งาน ไปฝึกงานตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ ตอนที่เรียนด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ ที่เซ็นทรัล เซนต์ มาร์ตินส์ คอลเลจ ออฟ อาร์ต แอนด์ ดีไซน์ ลอนดอน ประเทศอังกฤษ นาว ก็ไปฝึกงานที่ TopShop ที่อังกฤษอยู่ 2 ปี เคยไปช่วยบริษัทอาจารย์ที่ทำดีไซน์ให้ร้านอาหาร ส่วนปีสุดท้ายก่อนจบก็ไปเป็นดีไซเนอร์ ให้กับแบรนด์มูจิ โดยไปอยู่ญี่ปุ่น 3-4 เดือน หลังจากนั้นก็กลับมาลอนดอน ทำงานส่งเขาได้ พอเรียนจบก็ได้เข้ามาทำงานที่ซีเอ็มจี (เซ็นทรัล มาร์เกตติ้ง กรุ๊ป) อยู่ 5 ปี โดยเปลี่ยนโปรเจกต์ไปเรื่อยๆ ซึ่งทำด้านวางกลยุทธ์แบรนด์ จากนั้นก็ไปทำงานที่เซนอีกปีกว่า ก่อนไปเรียนต่อปริญญาโทบริหารธุรกิจที่ ESADE Business School ประเทศสเปน

...

“ที่จริงนาวสมัครไว้หลายที่ แต่ที่เลือกที่สเปนเพราะนาวมองว่า พี่ๆทุกคน ส่วนใหญ่เรียนจบอเมริกาและอังกฤษ นาวเลยอยากไปเรียนที่อื่นที่แตกต่างเพื่อเราจะได้เรียนรู้มากขึ้น ที่ผ่านมา นาวก็มีโอกาสไปใช้ชีวิตถึง 6 ประเทศ ซึ่งถือว่าโชคดีเป็นการเปิดโลกของนาว ทำให้นาวได้เห็นและมีไอเดียทำสิ่งต่างๆ และจากการทำงานที่ผ่านมา นาวคิดว่าสำคัญที่สุดคือ เราต้องไม่คิดว่า เราเก่ง หรือฉลาดที่สุด เราต้องเรียนรู้ตลอดเวลา เพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา รวมทั้งคน อีกสิ่งที่สำคัญคือ เรื่องทีม เราไม่สามารถทำได้คนเดียว การเป็นทีม หมายถึงเราต้องช่วยกันมีความสำเร็จในชีวิตไปด้วยกัน”

นอกเหนือจากประสบการณ์ที่หล่อหลอมให้ผู้บริหารรุ่นใหม่คนนี้ ได้มีวิสัยทัศน์แบบนี้แล้ว ครอบครัวมีส่วนสำคัญ โดยเธอบอกว่า “ทุกคน
ที่บ้าน คุณลุงทุกคนที่บ้านจะสอนให้เราต้องคิดระยะยาวแบบลองเทอม ไม่เอาเปรียบใคร มันก็เลยเหมือนอยู่ในหัวเราตลอด นอกจากนี้ คุณแม่ก็เป็นคนที่สอนให้นาวติดดิน ท่านสอนให้นาวรู้จักใช้เงิน นาวไม่เคยคิดว่าเงินคือทุกอย่าง ใช่ เงินเป็นสิ่งสำคัญในการใช้ชีวิต แต่นาวเชื่อว่า แม้เราจะรวยที่สุดในโลก ก็ไม่ใช่ว่าเราจะมีความสุขที่สุด แต่เป็นการทำงานที่เราภูมิใจต่างหากค่ะ” ...วิสัยทัศน์ของสาวเก่งคนนี้.